ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เร่งเครื่องโค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา ปั้นครูและเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัล

เร่งเครื่องโค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา ปั้นครูและเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัล
ความสนใจ|การศึกษาสำหรับเด็กวัยเรียน

โค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา คือยุทธศาสตร์การศึกษา ไม่ใช่แฟชั่นชั่วคราว

การเร่งสร้างทักษะดิจิทัลผ่านโครงการ Coding Thailand และแพลตฟอร์ม STEMPlus คือยุทธศาสตร์การศึกษาใหม่ที่มุ่งยกระดับเยาวชนและครูให้เข้าใจ Coding ปัญญาประดิษฐ์ และ STEM ศึกษาเชิงลึก ตั้งแต่การเรียนรู้พื้นฐานไปจนถึงการลงมือสร้างนวัตกรรมดิจิทัลเชื่อมกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและบริการ เปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่ติวสอบไปสู่พื้นที่ทดลอง คิดวิเคราะห์ และพัฒนาทักษะสำหรับงานอนาคตอย่างเป็นระบบ

สิ่งที่น่าสนใจคือรัฐไม่ได้เดินลำพัง แต่กำลังใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความร่วมมือกับเอกชนเพื่อสร้าง “สายพาน” เตรียมกำลังคนดิจิทัลตั้งแต่ระดับโรงเรียนจนถึงมหาวิทยาลัยและตลาดงาน โครงการ Coding Thailand 2026 ส่งเสริมการเรียนรู้ Coding และ AI ให้เยาวชนและครูจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมกว่า 12,000 คน นี่ไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะกลุ่มเด็กสายวิทย์ แต่คือความพยายามดึงทั้งระบบการศึกษาให้ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างมีทิศทาง

เร่งเครื่องโค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา ปั้นครูและเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัล

Coding Thailand 2026 ปั้นครูและเยาวชนให้คิดเป็น ทำเป็น ไม่ใช่แค่เขียนโค้ด

หัวใจของโครงการ Coding Thailand 2026 ไม่ได้อยู่ที่การจัดแข่งขันให้มีแชมป์เพิ่ม แต่อยู่ที่การสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้ครูและเยาวชนมอง Coding และ AI เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาและสร้างคุณค่าในชีวิตจริง โครงการเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมีนาคม มีนักเรียนและครูสมัครกว่า 12,000 คน จากทั้งประเทศ ก่อนคัดเหลือ 3,224 คนจาก 806 ทีมเข้าแข่งขันระดับภูมิภาค และคัดต่อเหลือ 210 ทีมเข้าระดับประเทศเพื่อบ่มเพาะผลงานเชิงลึก

ผู้เข้าร่วมเรียนพื้นฐาน Coding และ AI ผ่านหลักสูตรออนไลน์ CodingThailand.co มากกว่า 30 หลักสูตร จากนั้นเข้าค่ายเวิร์กช็อปเข้มข้น 3 วัน 2 คืน พัฒนาต้นแบบนวัตกรรมภายใต้กรอบ Smart Industry Green Innovation Health & Well-Being และ Creative Economy พร้อมเสริมทักษะธุรกิจและ Soft Skills คำกล่าวของผู้บริหารดีป้าที่ว่า “Coding และ AI ไม่ได้เป็นเพียงทักษะเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานด้านเทคโนโลยี แต่ยังเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียน การทำงาน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน” สะท้อนชัดว่าทิศทางจริงคือการเปลี่ยนมุมมองต่อทักษะดิจิทัลให้กลายเป็นทักษะพื้นฐานของทุกสายอาชีพ

เร่งเครื่องโค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา ปั้นครูและเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัล

STEMPlus: จากระบบราชการแยกส่วนสู่แพลตฟอร์มข้อมูลกำลังคนดิจิทัล

ในขณะที่ Coding Thailand ลงลึกกับครูและเยาวชนในห้องเรียน STEMPlus กลับทำงานบนระดับระบบ STEMPlus ถูกพัฒนาขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางที่เชื่อม Demand Supply และ Incentive เข้าด้วยกัน ตั้งแต่ข้อมูลความต้องการทักษะและกำลังคนของภาคอุตสาหกรรม หลักสูตรและหน่วยฝึกอบรม บุคลากรทักษะสูง ไปจนถึงมาตรการและสิทธิประโยชน์ของรัฐ โดยอาศัยคลาวด์กลางภาครัฐเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็น One-Stop Service ออนไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีค่าธรรมเนียม ลดภาระการติดต่อหลายหน่วยงาน และสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มกำลังคนและออกแบบนโยบาย ปัจจุบันมีหลักสูตรผ่านการรับรอง 2,609 หลักสูตร จาก 219 หน่วยฝึกอบรมและสถาบันการศึกษา มีผู้ผ่านการอบรม 603,243 ราย และรับรองการจ้างงานบุคลากร STEM 16,490 อัตรา จาก 260 บริษัท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนบทบาทของ STEM ศึกษาในระดับนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับรางวัล GDCC Gov Cloud ตอกย้ำว่า STEMPlus ไม่ใช่แค่ระบบงานราชการ แต่คือโครงสร้างพื้นฐานกำลังคนยุคดิจิทัล

เร่งเครื่องโค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา ปั้นครูและเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัล

ห้องเรียนเชื่อมโรงงานและชุมชน เมื่อรัฐจับมือเอกชนเร่งสร้างทักษะดิจิทัล

จุดแข็งที่มักถูกมองข้ามของทั้งโครงการ Coding Thailand และแพลตฟอร์ม STEMPlus คือการจับมือระหว่างรัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในโครงการ Coding Thailand ภาคเอกชนและเครือข่ายภาคการศึกษา เช่น AIS ACADEMY Arduino Microsoft และอีกหลายองค์กร ร่วมสนับสนุนหลักสูตรและกิจกรรม เพื่อส่งเสริมทักษะและความรู้ด้าน Coding และ AI และสร้างกำลังคนดิจิทัล ขณะที่ STEMPlus เองก็พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือผ่านศูนย์ STEM OSS เชื่อมภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา หน่วยฝึกอบรม และหน่วยงานรัฐเข้าด้วยกัน

ผลลัพธ์คือห้องเรียนไม่ถูกตัดขาดจากโลกการทำงานอีกต่อไป เยาวชนที่ผ่านโครงการ Coding Thailand ได้รับทั้งทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล รวมถึงโอกาสต่อยอดสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษา ขณะเดียวกัน ผู้เรียนในหลักสูตรที่เชื่อมกับ STEMPlus ก็มีเส้นทางเชื่อมไปสู่ตำแหน่งงานที่ได้รับการรับรองในอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านกลไกการจ้างงานที่ผูกกับมาตรการส่งเสริมการลงทุน การจับมือเช่นนี้กำลังค่อยๆ เปลี่ยนโรงเรียนและชุมชนให้กลายเป็นฐานผลิตกำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ ไม่ใช่เพียงผู้บริโภคเทคโนโลยี

เร่งเครื่องโค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา ปั้นครูและเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัล

จากยอดผู้สมัครสู่ฐานข้อมูลกำลังคน ดิจิทัลจะกลายเป็นภาษาใหม่ของสังคม

ตัวเลขกว่า 12,000 คนที่สมัครร่วมโครงการ Coding Thailand และผู้ผ่านการอบรมบน STEMPlus มากกว่า 600,000 ราย อาจดูน่าประทับใจในฐานะ “ความสำเร็จเชิงปริมาณ” แต่หากมองให้ไกลกว่านั้น สิ่งที่กำลังก่อตัวคือฐานข้อมูลและประสบการณ์ขนาดใหญ่ที่ช่วยตอบคำถามสำคัญว่า สังคมควรลงทุนกับทักษะดิจิทัลแบบไหน อย่างไร และกับใคร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

อีกก้าวของ STEMPlus คือการยกระดับสู่ Data-Driven Platform ที่นำข้อมูล Future Skills Set และข้อมูลการใช้งานจริงมาวิเคราะห์ทิศทางความต้องการกำลังคน พร้อมรองรับกลไกใหม่อย่าง Online Job Matching Co-creation และ Work-integrated Learning หรือ WiL เมื่อจับคู่กับประสบการณ์ลงมือทำของเด็กจากเวที National Coding & AI Competition ที่มีรางวัลรวม 112 รางวัลและการสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล ภาพที่เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ คือ ดิจิทัลจะไม่ใช่วิชาพิเศษ แต่จะกลายเป็น “ภาษาใหม่” ที่ทุกคนต้องใช้ได้ ตั้งแต่ห้องเรียน ชุมชน ไปจนถึงโรงงานและภาคบริการ

เร่งเครื่องโค้ดดิ้งและ STEM ศึกษา ปั้นครูและเยาวชนสู่กำลังคนดิจิทัล

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!