ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน เขย่าเกมอำนาจใหม่ของการแข่งขัน AI ฮาร์ดแวร์

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน เขย่าเกมอำนาจใหม่ของการแข่งขัน AI ฮาร์ดแวร์
ความสนใจ|อเมริกา-แคนาดา

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน คืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นหมากตัวใหม่ของอำนาจเทคโนโลยี

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน คือหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวคล้ายมนุษย์ พัฒนาและผลิตโดยผู้เล่นในจีนที่มีห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์ครบวงจร ตั้งแต่เซนเซอร์ มอเตอร์ แบตเตอรี่ ไปจนถึงซอฟต์แวร์ควบคุม เป้าหมายไม่ใช่แค่โชว์เทคโนโลยี แต่คือการผลักหุ่นยนต์เหล่านี้ออกจากเวทีสาธิตไปสู่แรงงานเชิงพาณิชย์ในโรงงาน คลังสินค้า และบริการต่างๆ ในสเกลใหญ่มากพอจะเปลี่ยนสมดุลอำนาจทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจ AI ทั่วโลก

จุดเปลี่ยนของการลุกขึ้นมาของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนคือการที่ Unitree Robotics ประกาศว่าสามารถส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ใช้งานจริงได้เกิน 5,500 ตัวในปี 2025 โดยนับเฉพาะที่ขายและส่งถึงมือลูกค้าปลายทางแล้ว ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นแค่สถิติ หากแต่เป็นสัญญาณว่าจีนเริ่มครองพื้นที่ของสิ่งที่หลายคนเรียกว่า AI เชิงกายภาพ ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างฝั่งอเมริกายังติดอยู่กับการทดลองในโรงงานและคลังสินค้า

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน เขย่าเกมอำนาจใหม่ของการแข่งขัน AI ฮาร์ดแวร์

Unitree Robotics จากยูนิคอร์นฮาร์ดแวร์สู่สัญลักษณ์ของการแข่งขัน AI ฮาร์ดแวร์

Unitree Robotics ไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิตหุ่นยนต์รายใหญ่ แต่กำลังกลายเป็นหน้าตาของการแข่งขัน AI ฮาร์ดแวร์แบบใหม่อย่างชัดเจน บริษัทระบุว่าส่งออกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 5,500 ตัวในปีเดียว และเมื่อเปิดเทรดหุ้นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 629 เปอร์เซ็นต์จากราคาเปิด ก่อนจะไปแตะระดับสูงสุดและปรับลงมาทรงตัวในระดับที่ยังจัดว่าสูงลิ่ว

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการที่ Unitree เป็นผู้พัฒนาหุ่นยนต์รายแรกที่จดทะเบียนในกระดานเทคโนโลยีของตลาดหุ้นจีน และสามารถระดมทุนจากการเสนอขายหุ้นครั้งแรกได้ในระดับหลายพันล้านหยวน ทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งไปแตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนพลังนี้ได้ดีคือ “การส่งมอบของ Unitree เสริมความแข็งแกร่งให้สถานะ AI เชิงกายภาพของจีน” ซึ่งตีความได้ชัดว่าจีนกำลังแปลงนวัตกรรมให้กลายเป็นกำลังการผลิตเชิงอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน เขย่าเกมอำนาจใหม่ของการแข่งขัน AI ฮาร์ดแวร์

จากโชว์รูมสู่สายการผลิต หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนกำลังกลายเป็นแรงงานราคาที่แข่งขันได้

จุดแข็งที่ทำให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนเหนือกว่าคู่แข่งไม่ใช่แค่จำนวน แต่คือการขยับจากหุ่นโชว์ไปสู่แรงงานเชิงพาณิชย์จริง นักพัฒนาจีนได้อาศัยระบบนิเวศจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่มีฐานซัพพลายเออร์มอเตอร์ แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนโครงสร้างพร้อมใช้งานอยู่แล้ว ทำให้สามารถออกแบบ ผลิต และลดต้นทุนหุ่นยนต์ได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน แพลตฟอร์มอย่าง SHAREBOT ของ AGIBOT ยังรับคำสั่งเช่าหุ่นยนต์มากกว่า 5,500 รายการภายในสามเดือนแรก สำหรับงานนิทรรศการ การแสดง และอีเวนต์โปรโมชัน สะท้อนว่าหุ่นยนต์กำลังถูกทดลองใช้งานในสถานการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง

รายงานหนึ่งชี้ว่าปีที่ผ่านมา Unitree และ Agibot ผลิตหุ่นยนต์รวมกันราว 10,000 ตัว ขณะที่สตาร์ทอัพฝั่งอเมริกาหลายรายยังผลิตได้เพียงระดับหลักร้อยและส่วนมากยังอยู่ในโครงการทดสอบในโรงงานหรือคลังสินค้าเท่านั้น การขยายกำลังผลิตเช่นนี้กำลังสร้าง “ต้นทุนต่อเครื่อง” ที่ยากจะไล่ทัน ประกอบกับการวางตำแหน่งหุ่นยนต์ให้เป็นแรงงานเสริมในสายการผลิตและโลจิสติกส์ แทนที่จะเป็นของเล่นโชว์นวัตกรรม ทำให้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนกำลังก้าวเข้าใกล้จุดที่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานแรงงานแบบใหม่

เมื่อห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์เทไปทางจีน สหรัฐฯ ตอบโต้ด้วยซอฟต์แวร์และเงินทุน

ขณะที่จีนเร่งสะสมข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์และกำลังการผลิต ฝั่งอเมริกากลับเลือกยืนบนอีกขั้วของสมการ นั่นคือซอฟต์แวร์ AI และเงินทุนมากมหาศาล นักลงทุนรายใหญ่และบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านชิปลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งแพลตฟอร์มการจัดหาเงินทุน ที่ตั้งเป้าระดมเงินจากบุคคลที่สามมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ รูปแบบนี้สะท้อนว่าฝั่งอเมริกาเน้นสร้างอำนาจต่อรองผ่านอัลกอริทึม โมเดลพื้นฐาน และคลาวด์มากกว่าลงมือผลิตตัวหุ่นยนต์เองในสเกลใหญ่

นักวิเคราะห์บางรายเปรียบเทียบคำสั่งซื้อหุ่นยนต์จากจีนซึ่งปรากฏในข้อมูลศุลกากรกับอุปสงค์ AI ในอเมริกาที่สะท้อนผ่านโครงการจัดหาเงินทุนและการลงทุนมากกว่า แปลให้เข้าใจง่ายคือ จีนกำลังส่งเหล็กและมอเตอร์ไปยืนอยู่บนพื้นโรงงานของโลก ส่วนอเมริกาส่งโค้ดและทุนไปครอบระบบสมองกลของโลก การแข่งขัน AI ฮาร์ดแวร์จึงเริ่มกลายเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ถือ “ร่างกายของ AI” กับผู้ถือ “สมองและกระเป๋าเงินของ AI” และสองฟากนี้กำลังพยายามจับมือพันธมิตรทั่วโลกเพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผูกขาดทั้งสองมิติพร้อมกัน

อีโคซิสเต็มหุ่นยนต์จีนกำลังสุกงอม แต่สมรภูมิยังไม่จบ

สิ่งที่ทำให้หลายคนประเมินว่าจีนเริ่มเป็นผู้นำในโลกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่แค่เรื่องของ Unitree แต่คือความหนาแน่นของผู้เล่นทั้งระบบ งาน World Robot Conference ที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 19–23 สิงหาคมมีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 300 ราย นิทรรศการกว่า 2,000 รายการ และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เตรียมเปิดตัวต่อสาธารณะครั้งแรกมากกว่า 150 รายการ ขณะเดียวกัน รายงานหนึ่งระบุว่ามีการปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในปี 2026 จาก 28,000 ตัวเป็น 50,000 ตัว และอาจเพิ่มเป็น 446,000 ตัวในปี 2030 เพราะบริษัทต่างๆ แข่งกันเร่งการใช้งานในโลกจริง

ภาพรวมแล้ว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนกำลังดันสมดุลอำนาจเทคโนโลยีให้เอนเข้าหาฮาร์ดแวร์และห่วงโซ่อุปทานที่จีนคุมได้ ขณะที่ฝั่งอเมริกาพยายามชดเชยด้วยซอฟต์แวร์ AI ระดับแนวหน้าและทุนการลงทุนจำนวนมาก เพื่อไม่ให้การ์ดเกมนี้ถูกจีนถือไว้ฝ่ายเดียว สำหรับผู้เล่นรายอื่นในโลก การเข้าใจว่าใครคุม “ร่างกายหุ่นยนต์” ใครคุม “สมองหุ่นยนต์” และใครคุม “เงินทุน” จะเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจว่าควรพึ่งพาใคร ร่วมมือกับใคร และจะไม่ยอมตกเป็นเพียงตลาดรองของการแข่งขันครั้งใหม่นี้อย่างไร

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!