ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

อัปเดตใหม่กินแบตหนักบน Galaxy S24/S25 Ultra แก้อย่างไรดี

อัปเดตใหม่กินแบตหนักบน Galaxy S24/S25 Ultra แก้อย่างไรดี
ความสนใจ|ทริกใช้งานมือถือ

อัปเดตกรกฎาคมของ Samsung กลายเป็นตัวการกินแบตคืออะไร

ปัญหา Galaxy software update issue รอบล่าสุดคือการที่อัปเดตซอฟต์แวร์เดือนกรกฎาคมบนสมาร์ทโฟน Samsung หลายรุ่นทำให้ Samsung phone battery life แย่ลงอย่างผิดสังเกต โดยผู้ใช้รายงานว่าแบตเตอรี่ลดลงเร็ว เครื่องร้อนขึ้น และความเร็วการชาร์จลดลงหลังอัปเดต แม้จะใช้งานเพียงเล็กน้อยหรือปล่อยเครื่องไว้ในโหมดสแตนด์บายก็ตาม ส่งผลให้ประสบการณ์ใช้งานรายวันถูกรบกวน ต้องชาร์จบ่อยขึ้น และกังวลเรื่องอายุการใช้งานแบตในระยะยาว จนเกิดคำถามสำคัญว่าอัปเดตนี้ออกมาเพื่อปรับปรุงหรือเพื่อสร้างปัญหากันแน่

หัวใจของเรื่องนี้คืออัปเดตกรกฎาคมสำหรับ Galaxy S25 Ultra และ Galaxy S24 Ultra ที่ถูกยืนยันว่ากำลังสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งอย่างชัดเจน ปัญหาไม่ได้เป็นแค่แบตหมดไว แต่รวมถึงอาการเครื่องอุ่นหรือร้อนและดูชาร์จช้าลงด้วย ยิ่งไปกว่านั้น บางคนพบว่าแบตลดแบบผิดธรรมชาติ ทั้งที่แทบไม่ได้แตะเครื่องเลยภายหลังการอัปเดต ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากเริ่มมองว่า Samsung battery drain fix ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็นต้องลงมือทำทันทีหากยังอยากให้มือถือถือวันได้ครบ

อัปเดตใหม่กินแบตหนักบน Galaxy S24/S25 Ultra แก้อย่างไรดี

รุ่นที่ได้รับผลกระทบและสัญญาณว่าเครื่องคุณกำลังถูกกินแบต

จากรายงานของผู้ใช้ในชุมชนออนไลน์ ปัญหาไม่ได้จำกัดแค่เครื่องเดียว แต่มีการเอ่ยถึง Galaxy S25 Ultra และ Galaxy S24 Ultra อย่างชัดเจนว่าแบตเตอรี่สั้นลงหลังติดตั้งอัปเดตกรกฎาคม สิ่งที่น่ากังวลคือยังไม่ชัดเจนว่ามีรุ่นอื่นโดนหางเลขด้วยหรือไม่ ผู้ใช้ยอมรับว่า "หลังอัปเดต แบตจาก 85% เที่ยงคืนเหลือ 5% เที่ยงวัน ทั้งที่ใช้เครื่องเพียงเล็กน้อย" ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนว่าเกิดบางอย่างผิดปกติในระดับระบบ ไม่ใช่แค่การใช้แอปหนักเกินไป

สัญญาณเตือนว่ามือถือคุณอาจเจอ Galaxy software update issue รอบนี้ ได้แก่ แบตลดลงหลายเปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมงแม้ไม่ได้ใช้เครื่อง, เครื่องอุ่นหรือร้อนในโหมดสแตนด์บาย และต้องชาร์จมากกว่าหนึ่งครั้งต่อวันทั้งที่รูปแบบการใช้งานยังเหมือนเดิม อีกจุดที่ผู้ใช้หลายคนพูดตรงกันคือก่อนอัปเดตเครื่องเคยอยู่ได้ทั้งวันสบาย ๆ แต่หลังอัปเดตแบตกลับร่วงลงเร็วกว่าเดิมมากแม้จะใช้งานรูปแบบเดิม ถ้าคุณเริ่มสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ก็ถึงเวลามองหาวิธี Samsung battery drain fix เพื่อดึงอายุแบตกลับมาเท่าที่ทำได้

เมื่อ WhatsApp และแอปพื้นหลังกลายเป็นตัวจุดชนวนปัญหาหลังอัปเดต

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์น่าหงุดหงิดยิ่งขึ้นคือการที่แอปยอดนิยมอย่าง WhatsApp ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นตัวจุดชนวนอาการแบตหมดไวและเครื่องร้อนหลังอัปเดตกรกฎาคม ผู้ใช้บนแพลตฟอร์มหนึ่งระบุว่า WhatsApp พยายามทำการสำรองข้อมูลซ้ำ ๆ หลังอัปเดต ทำให้ตัวเครื่องทำงานเหนื่อยตลอดเวลาและมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อรวมกับกระบวนการระบบที่อาจมีบั๊กจากการอัปเดตใหม่ แบตที่เคยใช้ได้สบายทั้งวันก็กลายเป็นต้องวิ่งหาสายชาร์จกลางวันบ่อยขึ้น

ที่น่าแปลกและชี้ให้เห็นความซับซ้อนของบั๊กครั้งนี้คือมีผู้ใช้ที่ไม่ได้ติดตั้ง WhatsApp เลยแต่กลับเจอปัญหาคล้ายกัน ทั้งแบตลดไว เครื่องร้อน และดูชาร์จช้ากว่าเดิม นั่นหมายความว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่แอปเดียว แต่มีโอกาสสูงว่าเป็นหลายกระบวนการเบื้องหลังของระบบที่ทำงานหนักเกินควรหลังอัปเดต Galaxy software update issue รอบนี้ การจัดการแอปพื้นหลังจึงกลายเป็นอาวุธสำคัญ เพราะหากปล่อยให้ทุกแอปทำงานเบื้องหลังเต็มที่ ย่อมยิ่งซ้ำเติม Samsung phone battery life ที่สั้นลงอยู่แล้วให้แย่ลงอีก

ทำไมผมมองว่าการจัดการ Background App Refresh ต้องเป็นมาตรการแรก

เมื่อปัญหามาจากแอปและกระบวนการระบบที่ทำงานเบื้องหลังแบบไม่หยุด การพึ่งหวังว่าอัปเดตถัดไปจะมาแก้ให้คงเป็นท่าทีที่เสี่ยงเกินไปสำหรับคนที่ต้องใช้เครื่องทำงานทั้งวัน แนวทางที่ผู้ใช้ระดับจริงจังจำนวนมากเริ่มทำคือ Samsung battery drain fix ด้วยการเข้าไปควบคุม Background App Refresh หรือการทำงานเบื้องหลังของแอปทีละตัว แม้แหล่งข้อมูลจะยังไม่ระบุชัดในเชิงตัวเลข แต่ประสบการณ์จริงชี้ว่าเมื่อปิดแอปที่ไม่จำเป็นจากการทำงานพื้นหลัง หลายคนรู้สึกได้ว่าแบตอยู่ได้เต็มวันมากขึ้น แทนที่ก่อนหน้าแบตจะร่วงเร็วจนน่ากังวล

ผมเห็นต่างจากแนวคิดที่ว่า "อัปเดตใหม่ก็ต้องยอมรับอาการช่วงแรก" เพราะในกรณีนี้มีทั้งอาการแบตลดฮวบ เครื่องร้อน และความเร็วชาร์จลดลงที่ส่งผลโดยตรงต่อการใช้งานประจำวัน เมื่อ Samsung เองยังไม่ออกตัวชัดเจนว่าปัญหาถูกแก้ในอัปเดตใดหรือไม่ การลงมือจัดการ Background App Refresh disable ด้วยตัวเองคือทางเลือกที่มีเหตุผลที่สุดในตอนนี้ คุณไม่จำเป็นต้องปิดทุกแอป แต่ควรลดจำนวนแอปที่มีสิทธิทำงานเบื้องหลังเฉพาะตัวที่จำเป็นต่อการแจ้งเตือนจริง ๆ เพื่อหยุดวงจรที่ปล่อยให้แอปและระบบดึงแบตโดยไม่จำเป็น

แนวทางปฏิบัติทีละขั้นเพื่อดึงแบต Galaxy คืนจากอัปเดตที่มีบั๊ก

แม้แหล่งข้อมูลยังไม่เปิดสูตรสำเร็จ แต่เราสามารถใช้หลักการจัดการแอปพื้นหลังและสิทธิการใช้งานเพื่อช่วยลดภาระแบตบน Galaxy S24 Ultra และ S25 Ultra หลังอัปเดตได้ การเริ่มต้นคือเข้าไปที่เมนู Settings แล้วสำรวจว่ามีแอปใดใช้สิทธิทำงานพื้นหลังมากเกินไปบ้าง โดยเฉพาะแอปแชตและโซเชียลที่ทำการสำรองข้อมูลหรือซิงก์บ่อย ๆ อย่าง WhatsApp ที่ถูกระบุว่าพยายามทำ Backup ซ้ำ ๆ หลังอัปเดตและส่งผลให้เครื่องร้อนขึ้น การจำกัดกิจกรรมเบื้องหลังของแอปเหล่านี้จะช่วยตัดโหลดส่วนเกินออกจากแบตทันที

  1. เปิด Settings แล้วเข้าเมนู Apps เพื่อดูรายชื่อแอปทั้งหมด
  2. เลือกแอปที่สงสัยว่าจะกินแบต เช่น แอปแชตหรือโซเชียล จากนั้นเข้าไปที่ส่วน Permissions หรือการอนุญาตการทำงานพื้นหลัง
  3. ปิดหรือจำกัดการทำงานพื้นหลังสำหรับแอปที่ไม่จำเป็นต้องออนไลน์ตลอดเวลา เช่น แอปที่ใช้เป็นครั้งคราว
  4. ตรวจสอบแอปที่ไม่ใช้งานแล้วถอนการติดตั้ง หรือปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อไม่ได้เปิดใช้งาน
  5. สังเกตอัตราการลดของแบตและอุณหภูมิของเครื่องใน 1–2 วัน หากดีขึ้นค่อยพิจารณาปลดล็อกสิทธิให้เฉพาะแอปที่จำเป็นจริง ๆ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!