ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ส่งออกตู้คอนเทนเนอร์จีนพุ่ง 40% สะท้อนนโยบายภาษีศุลกากรที่ผิดเป้าและความปั่นป่วนการค้าเหนือ

ส่งออกตู้คอนเทนเนอร์จีนพุ่ง 40% สะท้อนนโยบายภาษีศุลกากรที่ผิดเป้าและความปั่นป่วนการค้าเหนือ
ความสนใจ|อเมริกา-แคนาดา

จีนถือ 40% ส่งออกคอนเทนเนอร์โลก คือสัญญาณล้มเหลวนโยบายภาษี ไม่ใช่ชัยชนะของการกีดกัน

ส่วนแบ่งส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ของจีนคือสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางเรือในตลาดโลกที่จีนครองผ่านตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งสะท้อนทั้งความสามารถการแข่งขันด้านต้นทุน เครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน และผลลัพธ์ที่แท้จริงของนโยบายภาษีศุลกากรจากประเทศคู่ค้าหลัก โดยเฉพาะสหรัฐและกลุ่มการค้าเหนือ ไม่ใช่แค่ตัวเลขการค้าแต่เป็นดัชนีอำนาจเชิงโครงสร้างของระบบการผลิตโลก

วันนี้จีนครอง 40% ของการส่งออกตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกในค่าเฉลี่ยสามเดือนต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 2.5 จุดเปอร์เซ็นต์จากเก้าเดือนก่อนหน้าและเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐใช้นโยบายภาษีศุลกากรชุดใหญ่เพื่อกดดันผู้ผลิตจีน แต่ผลกลับกลายเป็นข้อพิสูจน์ว่าแนวคิดใช้ภาษีเป็นอาวุธเพื่อดึงฐานการผลิตออกจากจีนไม่สำเร็จ จีนไม่เพียงรับมือได้แต่ยังขยายบทบาทจนใกล้กลายเป็นโรงงานของโลกเต็มรูปแบบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายระบุชัดว่า “นโยบายภาษีในสองปีที่ผ่านมาคือหายนะอย่างแท้จริง พวกมันทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงสำหรับสหรัฐ” เมื่อส่วนแบ่งการส่งออกของจีนพุ่งขึ้นเช่นนี้ นโยบายภาษีศุลกากรที่ประกาศว่าต้องการลดการพึ่งพาจีนจึงดูคล้ายยิงเท้าตัวเอง มากกว่าปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศคู่ค้า

ทำไมภาษีศุลกากรยิ่งช่วยจีนกลายเป็นโรงงานของโลก

หากมองลึกไปที่โครงสร้าง เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มเปลี่ยนจากการผลิตสู่ภาคบริการตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ขณะที่จีนทยอยเปิดประเทศ ลดกำแพงภาษี และเข้าร่วมองค์การการค้าโลกเมื่อราว 25 ปีที่แล้ว ทำให้จีนฝังตัวอย่างถาวรในห่วงโซ่การผลิตโลกตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง การใช้ค่าเงินที่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานยิ่งช่วยให้ผู้ประกอบการจีนตั้งราคาส่งออกถูกกว่าคู่แข่งได้ราว 30% กลายเป็นสนามแข่งที่เอื้อให้จีนผลิตล้นเพื่อระบายออกสู่ตลาดต่างประเทศ

เมื่อสหรัฐตอบโต้ด้วยนโยบายภาษีศุลกากร ผลที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่การหดตัวของการส่งออกจีน แต่เป็นแรงผลักให้ผู้ส่งออกจีนเร่งหาตลาดใหม่และใช้กลยุทธ์ส่งออกผ่านประเทศที่มีภาษีต่ำกว่าหรือที่เรียกว่าการ transshipment เพื่อหลบเลี่ยงกำแพงภาษี รายงานจากฝ่ายบริหารสหรัฐประเมินว่าการหลบภาษีลักษณะนี้ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่ได้ทำให้จีนอ่อนแรงลง ตรงกันข้าม จีนยิ่งปรับตัวเก่งและแทรกซึมลึกเข้าไปในห่วงโซ่อุปทานโลก

คำถามคือใครได้ใครเสีย นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองว่าปริมาณตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนการเปลี่ยนเส้นทางการค้า ไม่ใช่การเพิ่มอำนาจโดยรวมของจีนในทันที ทว่าในเชิงยุทธศาสตร์ การที่จีนใช้ภาษีสหรัฐเป็นแรงผลักให้ตนเองเร่งกระจายตลาด กลับอาจปูทางให้จีนถือไพ่เหนือกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐในฐานะคู่ค้าถูกสั่นคลอน

แรงกดดันต่อการค้าเหนือเมื่อเผชิญการส่งออกจีน แคนาดาและสหรัฐหนีไม่พ้นคลื่นใหม่แบบ China Shock 2.0

เมื่อจีนเร่งส่งออกและส่วนแบ่งการส่งออกตู้คอนเทนเนอร์แตะ 40% ความปั่นป่วนไม่ได้จำกัดอยู่ในยุโรปที่ต้องเผชิญสินค้าราคาถูกจำนวนมากจนผู้ผลิตท้องถิ่นถูกบีบให้เสียส่วนแบ่งตลาด การค้าเหนือซึ่งหมายถึงความเชื่อมโยงการค้าระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโกก็ถูกบีบเช่นกัน เพราะโครงสร้างห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาคพึ่งพาทั้งวัตถุดิบ อะไหล่ และสินค้าขั้นกลางจากจีนในระดับสูง

สหรัฐกำลังเผชิญภาพซ้ำของ “China Shock” จากต้นทศวรรษ 2000 เมื่อสินค้าจากจีนไหลทะลักเข้าชั้นวางสินค้า ทำลายภาคการผลิตและทิ้งร่องรอยการว่างงานและค่าแรงซบเซาในหลายชุมชน วันนี้นักเศรษฐศาสตร์เตือนคลื่น “China Shock 2.0” ที่จะไม่ได้หยุดแค่สินค้าบริโภค แต่จะลามไปถึงเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานอย่าง AI และยานยนต์ไฟฟ้า นั่นหมายความว่าผู้บริโภคในภูมิภาคการค้าเหนืออาจได้ของถูกลง แต่ต้องแลกกับการเสี่ยงสูญเสียฐานการผลิตและงานคุณภาพสูงในระยะยาว

สำหรับธุรกิจนำเข้าในสหรัฐและแคนาดา การครองตลาดส่งออกของจีนทำให้ยากจะเปลี่ยนซัพพลายเออร์โดยไม่เจอปัญหาต้นทุนและเวลา การพึ่งพาจีนจึงยังต่อเนื่องแม้นโยบายภาษีจะดุเดือดเพียงใด ส่งออกจีน แคนาดาจึงไม่ใช่แค่สถิติตัวเลข แต่คือหลักฐานว่าภูมิภาคการค้าเหนือยังหาทางออกจากร่มเงาโรงงานจีนไม่เจอ

ห่วงโซ่อุปทานเปราะบางจากโลหะหายากจีน และพลังต่อรองในโต๊ะเจรจาใหม่

อีกด้านหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือบทบาทของโลหะหายากจีนในห่วงโซ่เทคโนโลยีโลก โลหะเหล่านี้เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยุคใหม่ตั้งแต่สมาร์ตโฟน พลังงานสะอาด ไปจนถึงระบบป้องกันประเทศ การลดการส่งออกโลหะหายากไปยังสหรัฐในช่วงก่อนการประชุมสุดยอดของผู้นำสองประเทศจึงสะท้อนสัญญาณว่าจีนพร้อมใช้ห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์เป็นเครื่องต่อรองในเวทีการเมืองการค้าเหนือ

ในเวลาเดียวกันจีนยังคงเพิ่มส่วนแบ่งการส่งออกตู้คอนเทนเนอร์โลก ทำให้ภาพรวมออกมาแบบย้อนแย้ง นโยบายภาษีศุลกากรที่ตั้งใจบีบจีนกลับทำให้จีนมีแรงจูงใจยิ่งขึ้นในการขยายตลาดใหม่และนำห่วงโซ่อุปทานสำคัญมาเป็นอาวุธต่อรอง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเมื่อสหรัฐใช้การค้าบีบอำนาจ ประเทศคู่ค้าทั้งหลายก็จะมองว่าสหรัฐไม่น่าเชื่อถือ และมีแนวโน้มเบนเข็มไปหาจีนที่เสนอเงื่อนไขการค้าแน่นอนกว่าสำหรับธุรกิจ

ในบริบทนี้ โลหะหายากจีนจึงไม่ใช่เพียงสินค้าส่งออก แต่เป็นสวิตช์ที่เปิดปิดอำนาจต่อรองได้ทันที หากการใช้ภาษีอย่างแข็งกร้าวยังดำเนินต่อ การค้าเหนืออาจต้องอยู่ในสภาพถูกต่อรองด้วยทั้งราคาสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์และการเข้าถึงทรัพยากรสำคัญ ซึ่งท้ายสุดทำให้บริษัทในภูมิภาคต้องแบกรับต้นทุนความไม่แน่นอนสูงขึ้นเรื่อยไป

บทเรียนเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการค้าเหนือ เมื่ออาวุธภาษีหันกลับมาทำร้ายตัวเอง

หากสรุปให้สั้น นโยบายภาษีศุลกากรที่ออกแบบเพื่อจำกัดอิทธิพลของจีนกลับกลายเป็นตัวเร่งให้จีนเร่งขยายบทบาทในระบบการค้าโลก การครอง 40% ของการส่งออกตู้คอนเทนเนอร์โลกคือหลักฐานว่านโยบายเหล่านี้ไม่ทำให้จีนอ่อนแอลง แต่ทำให้การค้าเหนือยิ่งผูกพันกับสินค้าจีนในทางอ้อม ผ่านทั้งการนำเข้าโดยตรงและการส่งออกผ่านประเทศที่สาม

สำหรับสหรัฐและแคนาดา ทางออกไม่ใช่ภาษีที่สูงขึ้นแต่เป็นการปรับยุทธศาสตร์ใหม่สามด้าน หนึ่ง ลงทุนยกระดับผลิตภาพภาคการผลิตในภูมิภาค แทนหวังให้ภาษีปกป้องโรงงานเก่า สอง สร้างข้อตกลงการค้าเหนือที่ลึกขึ้นเพื่อกระจายห่วงโซ่การผลิตออกจากจุดเปราะบาง เช่น โลหะหายากจีน และสาม สร้างความน่าเชื่อถือในฐานะคู่ค้าระยะยาว ไม่ใช้ภาษีแบบเปลี่ยนกติกากลางเกมจนธุรกิจไม่กล้าเดิมพัน

สุดท้าย คลื่น China Shock 2.0 จะรุนแรงหรือไม่ไม่ได้ขึ้นกับจีนฝ่ายเดียว แต่ขึ้นกับว่าสหรัฐและพันธมิตรการค้าเหนือจะเรียนรู้จากความล้มเหลวของนโยบายภาษีชุดนี้หรือไม่ ถ้าปล่อยให้ภาษีศุลกากรยังเป็นอาวุธหลักโดยไร้ยุทธศาสตร์รองรับ การส่งออกจีน แคนาดาและทั้งภูมิภาคจะสะท้อนความเป็นจริงแบบเดียวกัน คือจีนยิ่งแข็งแกร่ง ขณะที่ฐานการผลิตในภูมิภาคค่อยๆ สูญเสียความสามารถแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!