ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

กล้องใต้จอ iPhone Duo สวยล้ำแต่แลกด้วยคุณภาพภาพถ่าย

กล้องใต้จอ iPhone Duo สวยล้ำแต่แลกด้วยคุณภาพภาพถ่าย
ความสนใจ|ถ่ายภาพด้วยมือถือ

กล้องใต้จอ iPhone Duo คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ

กล้องใต้จอ iPhone Duo คือกล้อง FaceTime ที่ถูกฝังซ่อนอยู่ใต้จอ OLED ด้านในขนาด 7.6 นิ้วของตัวเครื่องแบบการถ่ายภาพแบบ foldable ทำให้ได้หน้าจอเต็มตาไร้รอยบากหรือรูเจาะ แต่ยังสามารถใช้วิดีโอคอลและถ่ายภาพได้ใกล้เคียงกล้องหน้าแบบปกติ เทคโนโลยีกล้องซ่อนลักษณะนี้ต้องใช้การปรับเลนส์ รูรับแสง และชั้นพิกเซลบนจอเพื่อให้แสงผ่านได้มากพอ ขณะเดียวกันก็พยายามลดผลกระทบต่อคุณภาพภาพและวิดีโอ จึงเป็นจุดสมดุลระหว่างดีไซน์สวยสะอาดกับความคมชัดที่หลีกเลี่ยงข้อเสีย under-display camera ได้ไม่หมด ประเด็นสำคัญคือ Apple เลือกซ่อนกล้องใต้จอเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานจอด้านในของ iPhone Duo ดูเรียบเนียนเหมือนแท็บเล็ตจอเต็มมากกว่าสมาร์ทโฟนที่มีรอยบาก บริษัทยืนยันว่ากล้องนี้รองรับ 1080p สูงสุด 60 เฟรมต่อวินาที แต่กลับไม่เปิดเผยความละเอียดเซนเซอร์ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า Apple กำลังซ่อนตัวเลขที่ไม่สวยงาม และพร้อมจะแลกคุณภาพภาพถ่ายเพื่อดีไซน์เต็มจอหรือไม่

กล้องใต้จอ iPhone Duo สวยล้ำแต่แลกด้วยคุณภาพภาพถ่าย

ดีไซน์จอเต็มสะอาด แต่ต้องยอมเสียความสามารถด้านภาพถ่าย

ข้อดีอันดับแรกของกล้องใต้จอ iPhone Duo คือหน้าจอด้านในที่ไร้รอยบากหรือรูเจาะอย่างสิ้นเชิง ผู้ใช้สามารถเปิดจอ 7.6 นิ้วแล้วเห็นคอนเทนต์เต็มเฟรม ไม่มีอะไรเบียดทับระหว่างดูหนัง เล่นเกม หรืออ่านคอนเทนต์ Apple เองก็ภูมิใจที่หลีกเลี่ยง notches และ cut-outs บนด้านในของเครื่อง แต่ดีไซน์ที่สวยนั้นมาแลกกับข้อเสีย under-display camera ที่ชัดเจน กล้องซ่อนนี้ถูกระบุว่าเป็นกล้องที่เน้นใช้งาน FaceTime และวิดีโอแชตเป็นหลัก โดยไม่รองรับ 4K ไม่มีโหมด cinematic เพิ่มเติม ไม่มี slow-mo ไม่มี time-lapse ไม่มีแฟลช LED และไม่มีโหมด Portrait เลย เรียกได้ว่าเป็นกล้องที่ตั้งใจให้ใช้งานพื้นฐานเพื่อสนทนาภาพเคลื่อนไหวมากกว่าถ่ายคอนเทนต์จริงจังสำหรับสายสร้างสรรค์ เมื่อเทียบกับกล้องหน้าด้านนอกที่รองรับ 4K สูงสุด 60 เฟรมต่อวินาที และกล้องหลักด้านหลังที่ไปถึง 4K 120 เฟรมต่อวินาที กล้องใต้จอจึงถูกลดบทบาทลงอย่างชัดเจนใน ecosystem การถ่ายภาพของ iPhone Duo และสะท้อนว่าดีไซน์จอเต็มมีค่าต้องแลกด้วยฟีเจอร์ภาพถ่ายระดับโปร

ข้อจำกัดเชิงออปติกของกล้องซ่อนใต้จอและผลต่อคุณภาพภาพ

หัวใจของปัญหากล้องใต้จอ iPhone Duo อยู่ที่ชั้นพิกเซลและเคลือบผิวจอที่บังหน้าเลนส์ เมื่อกล้องต้องถ่ายผ่านชั้นจอ แสงจะถูกลดทอนลงและเกิดการกระจาย ทำให้ต้องใช้รูรับแสงกว้างขึ้นเพื่อชดเชย Apple ระบุว่ากล้องใต้จอมีรูรับแสง f/1.8 ซึ่งกว้างกว่ากล้องหน้าด้านนอกที่ f/2.2 โดยตรง และเป็นการยอมรับกลายๆ ว่ามีการสูญเสียแสงจากจอที่ต้องชดเชยด้วยฮาร์ดแวร์ นอกจากนี้ ส่วนจอที่ครอบเลนส์ยังไม่มีการเคลือบ anti-reflective nano-texture แบบที่มีบนพื้นที่จออื่น จึงกลายเป็นจุดสะท้อนแสงเงาวาว มองได้เป็นลักษณะจุดมันๆ บางมุม ซึ่งสวนทางกับความตั้งใจที่จะทำให้กล้องซ่อนอย่างแนบเนียน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการลดความหนาแน่นของพิกเซลในบริเวณนั้นเพื่อให้แสงผ่านมากขึ้น ผลคือแม้กล้องจะถูกซ่อน แต่สายตาที่สังเกตจะยังเห็น “รอย” บางอย่างบนหน้าจอ และสะท้อนข้อจำกัดของเทคโนโลยีกล้องซ่อนในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถล่องหนได้สมบูรณ์ สำหรับคุณภาพภาพ แม้ยังต้องรอการทดสอบจริง แต่การที่กล้องรองรับเพียง 1080p แทน 4K และ Apple ไม่เปิดเผยความละเอียดเซนเซอร์ ทำให้หลายคนคาดว่าความละเอียดอาจใกล้ 2 เมกะพิกเซล ซึ่งเป็นขั้นต่ำที่ใช้ถ่ายวิดีโอ 1080p และแน่นอนว่าให้รายละเอียดใบหน้าและพื้นหลังน้อยกว่ากล้องหน้าและกล้องหลังที่มีเซนเซอร์ 12 และ 48 เมกะพิกเซลตามลำดับ

การถ่ายภาพแบบ foldable และบทเรียนจากโลก Android

iPhone Duo เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการถ่ายภาพแบบ foldable ทำให้ผู้ใช้มีตัวเลือกกล้องหลากหลายกว่าสมาร์ทโฟนปกติ เครื่องนี้มีทั้งกล้องหน้าด้านนอก กล้องคู่ด้านหลัง และกล้องใต้จอด้านใน ทำให้ผู้ใช้สามารถพับหรือกางเครื่องเพื่อเลือกมุมมองและคุณภาพภาพที่เหมาะกับสถานการณ์ ถ้าต้องการเซลฟีสวยคมก็ใช้กล้องหน้าด้านนอกหรือกล้องหลังที่พลิกมาถ่ายตนเอง ส่วนกล้องใต้จอถูกวางบทบาทให้เป็นกล้องสำหรับการประชุมออนไลน์ วิดีโอคอล และสนทนาในรูปแบบแล็ปท็อปจอมุมกางมากกว่ากล้องสำหรับสร้างคอนเทนต์ ในโลก Android เทคโนโลยีกล้องซ่อนเคยถูกทดลองในซีรีส์เครื่องพับหลายรุ่น แต่ไม่ได้รับความนิยมอย่างยั่งยืน ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung เคยติดตั้งกล้องใต้จอบนรุ่น Galaxy Z Fold6 ก่อนจะถอยกลับไปใช้กล้อง punch-hole ขนาด 10 เมกะพิกเซลบน Galaxy Z Fold7 อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าข้อเสีย under-display camera ทั้งเรื่องความคมชัดและความเนียนในการซ่อนเลนส์ ยังไม่สามารถสู้กล้องแบบเจาะรูที่คุณภาพดีกว่าได้จริง สิ่งที่ Apple ทำต่างออกไปคือการนำแนวคิดกล้องซ่อนกลับมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ foldable ที่มีระบบกล้องครบทุกด้าน ทำให้สามารถผลักภาระคุณภาพไปให้กล้องอื่นๆ และใช้กล้องใต้จอในฐานะ “กล้องสำหรับการคุย” มากกว่ากล้องเล่าเรื่อง จึงเป็นการทดลองที่ลดความเสี่ยงสำหรับแบรนด์มากกว่าการนำกล้องใต้จอมาแทนกล้องหน้าหลักเต็มตัว

คุ้มไหมสำหรับผู้ใช้ และอนาคตของเทคโนโลยีกล้องซ่อน

เมื่อมองจากมุมผู้ใช้ ถ้าคุณให้ความสำคัญกับหน้าจอด้านในที่สะอาดไร้รอยขัดสายตา กล้องใต้จอ iPhone Duo อาจเป็นคำตอบที่น่าสนใจ การเปิดเครื่องกางเป็นแท็บเล็ตเล็กๆ แล้วดูหนัง เล่นเกม หรือทำงาน โดยไม่มีรูเจาะหรือรอยบากใดๆ เป็นประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกหรูและทันสมัย แต่ถ้าโฟกัสของคุณอยู่ที่การถ่ายเซลฟีคมชัด การสตรีมวิดีโอ 4K หรือการสร้างคอนเทนต์ที่อาศัยกล้องด้านในเป็นหลัก คุณจะพบว่ากล้องนี้ไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร และยังแพ้ให้กับกล้องหน้าด้านนอกและกล้องหลังของตัวเครื่องอย่างชัดเจน สำหรับอนาคต แม้วันนี้ข้อเสีย under-display camera ยังเด่นกว่า แต่การทดลองบน iPhone Duo มีความหมายในเชิงวิศวกรรม Apple กำลังฝึกระบบเลนส์ การจัดการแสง และการประมวลผลภาพให้รับมือกับการถ่ายผ่านชั้นพิกเซล ถ้าเทคโนโลยีพัฒนาต่อไปได้ดี วันหนึ่งเราอาจได้เห็นกล้องใต้จอที่คุณภาพใกล้เคียงกล้องปกติ และถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่น เช่น แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตที่ต้องการจอเต็มแบบไร้ขอบสำหรับคอนเทนต์ อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้มุมมองที่ตรงไปตรงมาคือกล้องใต้จอ iPhone Duo เป็นการยอมแลกคุณภาพและฟีเจอร์เพื่อดีไซน์ ถ้าไม่ใช่คนหมกมุ่นเรื่องหน้าจอเนียนสนิท การถือเครื่องที่มีกล้องหน้าแบบปกติอาจยังตอบโจทย์การใช้งานภาพถ่ายในชีวิตจริงมากกว่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!