ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Meta realistic avatars จากไหล่จนถึงโฮโลแกรมเต็มตัว จุดเปลี่ยนของโซเชียล VR

Meta realistic avatars จากไหล่จนถึงโฮโลแกรมเต็มตัว จุดเปลี่ยนของโซเชียล VR
ความสนใจ|VR

Holograms คืออะไร และทำไมรอบนี้จึงสำคัญกว่าเดิม

Holograms ของ Meta คือระบบ Meta realistic avatars แบบโฟโตเรียลที่สร้างภาพเหมือนเสมือนของผู้ใช้จากการสแกนใบหน้าและข้อมูลเสียง แล้วแปลงเป็นวิดีโออะวาตาร์ที่เคลื่อนไหวสอดคล้องกับการพูดและท่าทางแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ในการสื่อสารผ่านวิดีโอคอล VR และคอนเทนต์ผสมโลกจริง สานต่อแนวคิด Codec Avatars แต่เน้นการใช้งานจริงบนอุปกรณ์ผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าห้องวิจัย

จุดหักเหสำคัญคือ Meta ไม่ได้พูดถึง “อนาคต” แบบลอยๆ อีกต่อไป แต่ประกาศกำหนดการส่งมอบชัดเจนสำหรับ VR avatar technology ที่เคยอยู่ในห้องทดลองมานานกว่าเจ็ดปี ตั้งแต่ยุคที่ยังเรียกว่า Codec Avatars ตลอดเวลานั้น ผู้ใช้ต้องทนกับอวาตาร์การ์ตูนที่ถูกล้อเลียน แต่วันนี้ Meta realistic avatars ถูกยกระดับให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์จริง เริ่มจากเวอร์ชันไหล่ขึ้นไปบน Ray-Ban Display avatars ก่อน แล้วค่อยขยับไปสู่โฮโลแกรมเต็มตัวบน Meta VR Glasses ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ นี่คือการส่งสัญญาณว่าบริษัทกำลังเดิมพันอนาคตการสื่อสารบนตัวตนดิจิทัลที่สมจริง ไม่ใช่แค่คาแรกเตอร์น่ารักในเมตาเวิร์สอีกต่อไป

Meta realistic avatars จากไหล่จนถึงโฮโลแกรมเต็มตัว จุดเปลี่ยนของโซเชียล VR

จากแว่น Ray-Ban Display ถึง VR Glasses เส้นทางสู่โฮโลแกรมเต็มตัว

Meta เลือกเปิดเกมด้วยแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายที่สุด คือแว่น Meta Ray-Ban Display ที่จะได้ใช้ Holograms แบบเห็นเฉพาะช่วงไหล่ขึ้นไปสำหรับการวิดีโอคอลผ่าน WhatsApp ในรูปแบบ Early Access ภายในปีนี้ในบางพื้นที่ ผู้ใช้จะสแกนตัวเองผ่านแอปบนสมาร์ตโฟน หมุนศีรษะ แสดงสีหน้า และตอบคำถามยาวๆ เพื่อให้ระบบเรียนรู้ลักษณะการแสดงออก แล้ว Meta AI จะประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ราวไม่กี่นาที ก่อนสร้างโมเดลโฮโลแกรมส่วนตัวขึ้นมา

เมื่อสแกนเสร็จ ทุกครั้งที่โทรผ่าน Ray-Ban Display ฝั่งตรงข้ามจะเห็นโฮโลแกรมของเราแทนภาพกล้องจริง โดยอาศัยเสียงจากไมโครโฟนเป็นอินพุตหลักในการขยับใบหน้าในวิดีโอแบบ 2D ที่ถูกสร้างขึ้นแบบเรียลไทม์ด้วยโมเดล diffusion บนเซิร์ฟเวอร์ของ Meta ตามคำบรรยายจากผู้ทดลอง ใช้เวลาเซ็ตอัปเพียงประมาณ 60 วินาทีก่อนเข้าสู่ขั้นตอนประมวลผล 5–10 นาที และผลลัพธ์ “เหมือนวิดีโอคอลปกติจนต้องมองซ้ำว่าเป็นตัวจริงหรือโฮโลแกรม” ซึ่งเป็นก้าวกระโดดจาก avatar การ์ตูนในปัจจุบันอย่างชัดเจน

Meta VR Glasses และก้าวต่อไปของโซเชียล VR แบบโฮโลแกรมเต็มตัว

ของจริงสำหรับสาย VR จะเริ่มต้นเมื่อ Meta VR Glasses วางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 เพราะแพลตฟอร์มนี้รองรับ Holograms แบบเต็มตัวในสเกลจริง ไม่ใช่แค่ช่วงไหล่ขึ้นไป และใช้การติดตามการเคลื่อนไหวจากตัวเฮดเซ็ต ไม่ยึดกับเสียงอย่างเดียว เวลาโทรผ่าน WhatsApp ผู้ใช้จะเห็นโฮโลแกรมของกันและกันในหน้าต่าง 3D ก่อนจะกดสลับเป็นโหมดเต็มตัวให้ร่างโฮโลแกรมขนาดเท่าคนจริงปรากฏอยู่ตรงหน้า เพิ่มความรู้สึก “อยู่ร่วมกัน” ในห้องเดียวกันมากกว่าหน้าจอแบน

อย่างไรก็ดี Meta ย้ำว่าโฮโลแกรมเต็มตัวชุดแรกยังไม่ใช่ Codec Avatars แบบ volumetric จริง แต่เป็นสตรีมวิดีโอ 3D แบบสเตอริโอของร่างเสมือนที่ถูกตัดฉากหลังออกมาเท่านั้น แปลว่าประสบการณ์จะยังไม่ถึงขั้นเดินวนรอบตัวคู่สนทนาได้อย่างอิสระ แต่ก็เพียงพอจะทลายภาพ VR avatar technology แบบตัวการ์ตูนเดิมๆ และเมื่อ Meta วางแผนอัปเกรดให้ Holograms บน Meta VR Glasses กลายเป็น volumetric เต็มรูปแบบในอนาคต โดยยังไม่ระบุเวลา แนวคิดการสนทนากลุ่มแบบโฮโลแกรม “อยู่ร่วมกันคนละที่” ก็เริ่มจับต้องได้

ประสบการณ์ใช้งานจริง ความสมจริง และคำถามด้านสังคม

การสาธิตที่งาน Meta Connect แสดงให้เห็นว่า Holograms ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีบนสไลด์ แต่ใช้งานได้จริง ผู้สื่อข่าวหลายรายเล่าตรงกันว่า ตอนรับสายจากคนที่สแกนโฮโลแกรมไว้ พวกเขาคิดว่ากำลังดูภาพจากกล้องหน้าอยู่ ทั้งที่สิ่งที่เห็นเป็นวิดีโอที่โมเดล AI สร้างขึ้นจากเสียงเท่านั้น บางคนยอมรับว่า “ถึงขั้นต้องอุทานเบาๆ” เมื่อรู้ความจริง เพราะโฮโลแกรมขยับริมฝีปาก สีหน้า และจังหวะสายตาได้สมเหตุสมผลจนคล้ายอยู่ในห้องเดียวกัน

แต่ความสมจริงระดับนี้ก็มาพร้อมคำถาม ผู้รับสายอยากเห็นตัวเรา “ปลอมแต่สมจริง” บนหน้าจอแบนหรือไม่ เมื่อข้อดีของอวาตาร์เชิงพื้นที่อาจชัดเจนกว่ามากใน VR และ AR เอง ผู้ทดลองบางคนยังรู้สึกแปลกและน่ากังวลเล็กน้อยกับความ “เหมือนเกินไป” ของโฮโลแกรม การที่ Meta realistic avatars ใช้เสื้อผ้าและฉากหลังจากตอนสแกนยังทำให้ต้องคิดล่วงหน้าว่าเราอยาก “จำแช่” ภาพตัวเองในแบบไหน เพราะภาพนั้นจะติดตัวไปทุกสายจนกว่าจะสแกนใหม่หรือมีฟีเจอร์เปลี่ยนเสื้อผ้าผ่านข้อความในอนาคต

ยุทธศาสตร์อวาตาร์ข้ามอุปกรณ์ และสิ่งที่ผู้ใช้ควรคาดหวังต่อไป

เมื่อมองภาพรวม สิ่งที่ Meta ทำไม่ใช่การเพิ่มฟีเจอร์สนุกๆ ให้แว่นหรือเฮดเซ็ต แต่คือการวางรากฐานระบบตัวตนดิจิทัลที่ใช้ได้ทุกหน้าจอ ตั้งแต่แว่น Ray-Ban Display ไปจนถึง Meta VR Glasses และอุปกรณ์อย่าง Quest 3 ที่จะได้ใช้ Holograms เต็มตัวในภายหลัง แถมยังมีการพูดถึง API สำหรับให้นักพัฒนาดึงโฮโลแกรมไปใช้ในแอปอื่น ทำให้ Meta realistic avatars กลายเป็น “ภาษากลาง” ของการสื่อสารในอีโคซิสเท็มของตน

ในระยะสั้น ผู้ใช้ทั่วไปควรคาดหวังถึงการเปลี่ยนประสบการณ์วิดีโอคอลจากภาพกล้องธรรมดาไปสู่โฮโลแกรมที่ขยับตามเสียงอย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะบน Ray-Ban Display avatars และใน VR ที่โฮโลแกรมมีมิติ 3D ชัดเจนกว่า ระยะกลางและยาว สิ่งที่น่าจับตาคือการอัปเกรดสู่โฮโลแกรม volumetric สำหรับการพบปะในโลกเสมือนแบบยืนคุย ล้อมวง ประชุม หรือสังสรรค์ในสเกลที่ใกล้ความรู้สึกของการเจอกันตัวเป็นๆ มากกว่าการแชตหรือคอลใดๆ ที่เคยมีมา และคำถามสำคัญคือ เราพร้อมแค่ไหนกับการให้ร่างดิจิทัลที่เหมือนตัวจริงเกือบทั้งหมดทำหน้าที่แทนเราในทุกแพลตฟอร์มของ Meta

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!