ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

พาราด็อกซ์การนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน ทำไมพนักงานแกล้งใช้มากกว่าลองใช้จริง

พาราด็อกซ์การนำ AI มาใช้ในที่ทำงาน ทำไมพนักงานแกล้งใช้มากกว่าลองใช้จริง
ความสนใจ|อุปกรณ์ช่วยงานออฟฟิศ

นิยามพาราด็อกซ์ AI ที่ทำงาน และภาพรวมปัญหา

พาราด็อกซ์ AI ที่ทำงาน คือสถานการณ์ที่องค์กรผลักดันการใช้ AI ในสำนักงานโดยเชื่อว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ แต่พนักงานจำนวนมากกลับแกล้งว่าตัวเองใช้หรือใช้เป็น ทั้งที่ยังไม่เข้าใจเครื่องมือและไม่มั่นใจในผลลัพธ์ ส่งผลให้เกิดช่องว่างระหว่างศักยภาพของเทคโนโลยีกับการนำ AI มาใช้จริงในชีวิตการทำงานประจำวัน และสร้างวัฒนธรรมความกลัวมากกว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้ รายงานจากบริษัทด้านวิเคราะห์บุคลากรชี้ว่า พนักงานเกือบครึ่งหนึ่งหรือ 48% ยอมรับว่าตนเองพูดเกินจริงเรื่องการใช้ AI หรือความเชี่ยวชาญให้เพื่อนร่วมงานและผู้จัดการฟังบางครั้งหรือบ่อยครั้ง ขณะที่ 45% รู้สึกว่าถูกกดดันให้ต้องใช้ AI ที่ทำงาน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าแรงกดดันจากองค์กรกำลังผลักให้คนแกล้งใช้มากกว่ากล้าลองใช้จริง และนี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาความเชื่อมั่น AI ที่ทำงาน

เมื่อเครื่องมือ AI เก่ง แต่คนทำงานไม่มั่นใจและต้องโกหก

ในสองปีที่ผ่านมา มากกว่าครึ่งหรือ 54% ของพนักงานบอกว่า AI ได้เปลี่ยนบทบาทงานของตนอย่างมีนัยสำคัญแล้ว การใช้ AI ในสำนักงานจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่การเปลี่ยนแปลงนี้กลับมาพร้อมความสับสนและความกลัวมากกว่าความเชื่อมั่น AI ที่ทำงาน หนึ่งในสามของพนักงาน 32% ระบุว่าองค์กรของตนไม่มีแผน AI ที่ชัดเจน และอีก 27% ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าองค์กรมีแผนใด ๆ หรือไม่ เมื่อผู้นำเองยังไม่สื่อสารทิศทางการนำ AI มาใช้ พนักงานจึงใช้กลยุทธ์เอาตัวรอดด้วยการแกล้งว่าตัวเองใช้เครื่องมือใหม่ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าตามไม่ทัน ทั้งที่ในทางปฏิบัติ การใช้ AI ที่ทำงานควรเป็นพื้นที่ให้ลองผิดลองถูก ไม่ใช่สนามสอบที่ใครไม่ใช้ก็เหมือนสอบตก

เสียงจากคนทำงานและผู้นำ: ต้องการฝึกอบรม ไม่ใช่คำสั่ง

ข้อมูลจากรายงานเดียวกันบอกชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ AI แต่เป็นการจัดการขององค์กร มีเพียง 21% เท่านั้นที่เห็นด้วยอย่างมากว่าองค์กรให้การฝึกอบรมและสนับสนุนเพียงพอ ขณะที่โอกาสในการพัฒนาทักษะใหม่เป็นสิ่งที่คนทำงานเรียกร้องมากที่สุดถึง 32% ตามด้วยความโปร่งใส 31% ในการอธิบายว่า AI จะกระทบงานอย่างไร ความกังวลอันดับหนึ่งคือการสูญเสียงาน โดย 24% ระบุว่าอยากเห็นโอกาสเติบโตในสายอาชีพที่ชัดเจน และ 18% ต้องการการสื่อสารตรงไปตรงมาว่า AI จะเปลี่ยนบทบาทของตนอย่างไร คำพูดหนึ่งจากผู้วิจัยสะท้อนใจคนทำงานได้ดีว่า "คนบอกเราว่าพวกเขาอยากได้รับการเตรียมพร้อมและข้อมูล ไม่ใช่ถูกปกป้องจากการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI" นี่คือสัญญาณว่าหากองค์กรยังใช้คำสั่งและแรงกดดันแทนการฝึกอบรมและความโปร่งใส การใช้ AI ในสำนักงานจะยิ่งเต็มไปด้วยการแกล้งใช้มากกว่าการใช้จริง

มุมมองผู้นำ: วิธีใช้ AI อย่างแท้จริงโดยไม่สร้างวัฒนธรรมความกลัว

อดีตรองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่มีประสบการณ์ธุรกิจมากกว่า 50 ปี เล่าว่า ปัจจุบันแทบทุกบริษัทเปิดให้พนักงานเข้าถึงเครื่องมือ AI แล้ว และเขาเองใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างกว้างขวาง พร้อมแนะนำผู้บริหารให้ทำเช่นเดียวกัน แต่สิ่งสำคัญคือวิธีใช้ ไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนต้องใช้ให้ได้ทันที เขาเสนอสามแนวทางการใช้ AI ที่ทำงานอย่างมีสติ ได้แก่ ใช้ AI เป็นความเห็นที่สองเพื่อถามว่า "เราพลาดอะไรไป" หรือให้มันโต้แย้งมุมมองของเรา ใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลยาวเหยียดให้เห็นประเด็นสำคัญ และใช้ AI ช่วยจัดระเบียบงาน เช่น การคัดกรองอีเมลหรือไฟล์จำนวนมาก โดยยังคงใช้วิจารณญาณของมนุษย์ในการตรวจสอบ เขาย้ำว่าไม่ปล่อยให้ AI ส่งอีเมลหรือเอกสารออกไปโดยไม่มีการทบทวน และสรุปว่า "ผมยอมรับการใช้ AI ใช้มันด้วยความระมัดระวัง และสนับสนุนให้ทุกคนทำเช่นเดียวกัน" นี่คือภาพของการนำ AI มาใช้ที่เน้นความรับผิดชอบ ไม่ใช่การเชื่อฟังแบบกลัว ๆ

บทสรุป: ช่องว่างที่ต้องแก้คือวัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่ความสามารถของ AI

เมื่อมองภาพรวมของ AI ที่ทำงาน เราเห็นชัดว่าช่องว่างไม่ได้อยู่ที่ว่า AI ทำอะไรไม่ได้ แต่คือวัฒนธรรมองค์กรที่ทำให้คนไม่กล้าบอกความจริงว่าตัวเองยังไม่เข้าใจหรือยังไม่พร้อมใช้ แม้เครื่องมือ AI จะช่วยจัดการข้อมูลจำนวนมากได้ดี ตั้งแต่การสรุปข้อความยาวไปจนถึงการคัดกรองอีเมลหลายพันฉบับ แต่ถ้าพนักงานต้องแกล้งใช้เพื่อเอาตัวรอด ประสิทธิภาพที่องค์กรหวังจะไม่มีวันเกิดขึ้นเต็มที่ รายงานด้านบุคลากรแนะนำตรงไปตรงมาว่า องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมและความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่น AI ที่ทำงานและต่อยอดเป็นผลผลิตที่ดีขึ้น สำหรับผู้นำ นั่นหมายถึงการมีแผนการนำ AI มาใช้ที่ชัดเจน เปิดพื้นที่ให้ถามและทดลอง ไม่ใช้ตัวชี้วัดแบบตัดสินว่าคนที่ไม่ใช้คือคนล้าหลัง และยอมรับว่าการใช้ AI ในสำนักงานที่แท้จริงต้องเริ่มจากความเข้าใจ ไม่ใช่ความกลัว เมื่อองค์กรเปลี่ยนจากการบังคับไปสู่การสนับสนุน พาราด็อกซ์ที่พนักงานต้องแกล้งใช้ AI ก็จะค่อย ๆ หายไป เหลือแต่การใช้ AI ที่ทำงานอย่างมีความหมายและมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!