ขึ้นภาษี EV กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แต่รถจีนใหม่เดินหน้ารุกตลาด
แบรนด์รถจีนใหม่ไทย คือการรุกเข้าสู่ตลาดรถไฟฟ้าโดยค่ายจีนหน้าใหม่และแบรนด์พรีเมียมที่ใช้ยุทธศาสตร์นำเข้ารถสำเร็จรูปทั้งคัน พร้อมเน้นเทคโนโลยีล้ำสมัยและระยะวิ่งไกล เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นเดิมในตลาดรถไฟฟ้า ไม่หวั่นนโยบายภาษีสรรพสามิตที่สูงขึ้น และมุ่งจับกลุ่มลูกค้าที่มองหาทางเลือกใหม่ด้านสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ไฟฟ้า แก่นเรื่องสำคัญของปรากฏการณ์นี้คือ ภาษี EV 30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป กลับไม่สามารถหยุดกระแสค่ายรถไฟฟ้าจีนที่เห็นโอกาสในตลาดรถไฟฟ้าเข้าตลาดไทย ทั้ง VOYAH LUXEED และ Li Auto ยังยืนยันแผนเปิดตัวปลายปี แม้ภาครัฐเตรียมปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจาก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นช่วง 31-39 เปอร์เซ็นต์เพื่อจัดเก็บตามระดับผู้ผลิต ผู้เล่นใหม่เหล่านี้กำลังส่งสัญญาณชัดว่า สงครามครั้งต่อไปไม่ใช่แค่เรื่องแบรนด์ แต่คือเกมยุทธศาสตร์ภาษี นำเข้า และเทคโนโลยี
Li Auto VOYAH LUXEED: กลุ่มพรีเมียมที่ไม่กลัวภาษีแพง
การมาถึงของ Li Auto VOYAH LUXEED คือการเขย่ากลุ่มพรีเมียมที่เดิมถูกจับจองโดยแบรนด์ดังอย่าง BYD และ MG แบรนด์ใหม่เหล่านี้เลือกเดินหน้าแม้รู้ว่าภาษีสรรพสามิต EV นำเข้าจะขยับขึ้นเป็นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าพวกเขามองศักยภาพตลาดสูงกว่าความเสี่ยงด้านต้นทุนภาษี VOYAH เตรียมเปิดตัวผ่านบริษัทผู้นำเข้าที่มีประสบการณ์ในกลุ่มรถหรูและเชื่อมต่อกับเครือผู้ผลิตรายใหญ่ ขณะที่ LUXEED ในเครือกลุ่มเชอรี่จับมือผู้ประกอบการนำเข้ารายใหญ่เพื่อปักธงในเซกเมนต์เอ็มพีวีพรีเมียมด้วยรุ่น LUXEED V9 ขุมพลัง REEV ซึ่งถูกวางตัวเป็นเรือธงด้านเทคโนโลยีพลังงานใหม่ ส่วน Li Auto ในฐานะแบรนด์หรู เตรียมเข้ามาดำเนินธุรกิจเอง เพิ่มน้ำหนักการแข่งขันโดยตรงในกลุ่มครอบครัวพรีเมียม เมื่อสามแบรนด์เลือกมาในเวลาเดียวกัน ตลาดไม่ได้รับเพียงรุ่นรถเพิ่ม แต่ได้รับมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะ แพ็กเทคโนโลยี และระดับความหรูหรา
เกม CBU และ FTA ทางลัดหลบภาษีสรรพสามิต
หัวใจยุทธศาสตร์ของแบรนด์รถจีนใหม่ไทยคือการนำเข้าแบบ CBU รถสำเร็จรูปทั้งคัน เพื่อใช้ประโยชน์จากภาษีนำเข้า 0 เปอร์เซ็นต์ตามข้อตกลงการค้าเสรี แม้ภาษีสรรพสามิตจะขยับขึ้น แต่การลดภาระภาษีนำเข้าช่วยให้ค่ายรถสามารถตั้งราคาแข่งขันได้มากกว่าที่คิด ขณะที่แบรนด์ที่ลงทุนผลิตในประเทศต้องวางแผนภาษีสรรพสามิตตามระดับการผลิตและข้อผูกพันกับภาครัฐ กรณีของ iCar ภายใต้ชื่อ iCAUR เป็นตัวอย่างชัด รถ SUV ขุมพลัง iCar เทคโนโลยี REEV รุ่น V27 ถูกนำเข้าแบบ CBU จากโรงงานจีน เพื่อรับสิทธิภาษีนำเข้า 0 เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับรถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ กลยุทธ์นี้ไม่ใช่แค่หลบภาษี แต่เป็นการซื้อเวลา ให้แบรนด์ใหม่สร้างฐานลูกค้าและภาพลักษณ์ก่อนลงทุนตั้งโรงงาน ซึ่งกลุ่มเชอรี่มีแผนจะนำ iCAUR เข้าประกอบในโรงงานเครือที่ระยองในระยะถัดไป จุดตัดเชิงยุทธศาสตร์จึงอยู่ที่คำถามว่า ใครจะใช้ช่องว่าง FTA และ CBU สร้างข้อได้เปรียบได้นานเพียงใด ก่อนกติกาภาษีเปลี่ยนอีกครั้ง

iCar เทคโนโลยี REEV: ทางเลือกใหม่ของคนอยาก EV แต่ยังห่วงระยะทาง
หากรถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์คือสัญลักษณ์ของอนาคต iCar เทคโนโลยี REEV กำลังเสนออนาคตฉบับประนีประนอมให้ผู้ใช้ที่ยังกังวลเรื่องระยะทางและสถานีชาร์จ REEV หรือ Range-Extended Electric Vehicle คือเทคโนโลยีที่ผสานการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์ที่ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าโดยเฉพาะ ช่วยให้ยังได้อารมณ์ขับรถไฟฟ้า แต่รองรับการเดินทางที่หลากหลายกว่ารถไฟฟ้าล้วน ในรุ่น iCAUR V27 ระบบ Golden Range-Extender ถูกพัฒนาให้เครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มอเตอร์ และระบบบริหารพลังงานทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว ไม่ใช่แค่สำรองยามฉุกเฉิน ขุมพลังรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้กำลังรวมสูงสุด 335 กิโลวัตต์ประมาณ 455 แรงม้า และแรงบิด 505 นิวตันเมตร เมื่อชาร์จแบตเตอรี่และเติมน้ำมันเต็ม รถสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับการวิ่งจากเมืองหลวงไปเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งโดยไม่ต้องแวะชาร์จตลอดเส้นทาง สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นี่คือคำตอบให้คนที่อยากเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้า แต่ยังไม่มั่นใจโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ

จากสงครามราคาในจีนสู่สมรภูมิใหม่ในตลาดรถไฟฟ้าเข้าตลาดไทย
เบื้องหลังการทะลักเข้ามาของ Li Auto VOYAH LUXEED และ iCAUR คือภาวะกำลังการผลิตล้นในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โรงงานผลิตมากถึงราว 33 ล้านคันต่อปี ท่ามกลางสงครามราคาดุเดือดและโมเดลใหม่ออกถี่ ทำให้ค่ายรถต้องเร่งระบายสินค้าสู่ต่างประเทศ ตลาดรถไฟฟ้าเข้าตลาดไทยจึงถูกมองเป็นประตูสำคัญ โดยยอดขายรถยนต์รวม 7 เดือนแรกอยู่ที่ 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39 เปอร์เซ็นต์ และในนั้นเป็นรถไฟฟ้า 125,411 คัน เพิ่มขึ้นถึง 97.39 เปอร์เซ็นต์ ครองส่วนแบ่งตลาด 30.88 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าทั้งปีจะทะลุ 200,000 คัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ใช้ไม่ได้เลือกจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมองราคา เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระยะวิ่ง และสมรรถนะรวมเป็นชุด เมื่อรถจีนกว่า 30 แบรนด์กระจายตัวในตลาด ผู้ผลิตต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าความคุ้มค่าที่พูดถึงมีอยู่จริงในระยะยาว ทั้งด้านคุณภาพ การบริการหลังการขาย และการอัปเดตซอฟต์แวร์ มุมมองสุดท้ายคือ นโยบายภาษี EV 30 เปอร์เซ็นต์ที่ตั้งใจควบคุมการนำเข้า กำลังถูกทดสอบโดยความเร็วของค่ายรถจีน ถ้ากติกาไม่ชัดหรือผันผวนเกินไป สงครามครั้งนี้อาจไม่เพียงเปลี่ยนโฉมตลาดรถ แต่กระทบต่อการลงทุนตั้งฐานผลิตและการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ







