ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Surface Pro 12 และ Surface Laptop 13 กับยุค Snapdragon ที่ท้าชน MacBook Air

Surface Pro 12 และ Surface Laptop 13 กับยุค Snapdragon ที่ท้าชน MacBook Air
ความสนใจ|การใช้แท็บเล็ต

Surface ยุค Snapdragon คืออะไร และทำไมถึงสำคัญตอนนี้

Surface Pro 12 นิ้ว และ Surface Laptop 13 นิ้ว รุ่นใหม่คืออุปกรณ์สายทำงานแบบบางเบาที่หันมาใช้ชิป Snapdragon X2 Plus ของ Qualcomm เพื่อเน้นประสิทธิภาพต่อวัตต์ การประมวลผล AI บนเครื่อง และแบตเตอรี่ยาวนาน สองรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเป็นโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตไฮบริดพรีเมียมที่เน้นพกพาได้ทั้งวัน รองรับงานเอกสาร งานสร้างสรรค์เบาๆ และการประชุมออนไลน์ โดยตั้งใจให้เป็นตัวเลือกคู่แข่งตรงของ iPad Pro และ MacBook Air ในตลาดอุปกรณ์ทำงานระดับบน

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การอัปเกรดสเปก แต่คือจังหวะการเปลี่ยนผ่าน หลังจากก่อนหน้านี้ Surface เคยถูกมองว่าตามหลังเมื่อ Apple ขยับไปใช้ชิปตระกูล M ในปี 2020 ช่องว่างด้านประสิทธิภาพและแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊ก Intel กับชิปสถาปัตยกรรม Arm เลยยิ่งชัดเจนขึ้น แถมทิศทางของ Surface ช่วงหลังถูกดันไปทางตลาดองค์กร ทำให้ภาพความเป็นสินค้าเรือธงสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเริ่มจางลง เมื่อรวมกับการจากไปของผู้นำสายผลิตภัณฑ์อย่าง Panos Panay บรรยากาศรอบแบรนด์ Surface ยิ่งเงียบลงไปอีก

การเปิดตัวในงาน Snapdragon Summit พร้อมประกาศว่า Surface Pro 12 นิ้ว และ Surface Laptop 13 นิ้ว สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจะใช้ Snapdragon X2 Plus จึงเป็นสัญญาณชัดว่า Microsoft ต้องการรีเซ็ตเรื่องภาพลักษณ์ กลับมาทำ Surface ให้เป็นตัวอย่างของ Windows เครื่องพกพายุคใหม่ และหันหน้าเข้าหาผู้บริโภคอีกครั้งด้วยราคาวางตัวในระดับไล่เลี่ย MacBook Air

พลัง Snapdragon X2 Plus เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานอย่างไร

หัวใจของ Surface Pro 12 นิ้ว และ Surface Laptop 13 นิ้ว คือ Snapdragon X2 Plus แบบ 6 คอร์ที่ออกแบบมาให้สมดุลระหว่างความแรงและความประหยัดพลังงาน ทั้งสองรุ่นได้อัปเกรดด้านการใช้งานจริงอย่างชัดเจน โดย Microsoft ระบุว่าประสิทธิภาพงาน Office เร็วขึ้นถึง 17% แบตเตอรี่จัดการพลังงานได้ดีขึ้น 18% และประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้นมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า นั่นหมายความว่างานเอกสาร การนำเสนอ และการทำสื่อภาพเบาๆ จะลื่นขึ้นแบบรู้สึกได้

จุดขายที่สะท้อนการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมชัดที่สุดคือแบตเตอรี่ยาวนาน Surface Pro 12 นิ้วทำวิดีโอออฟไลน์ได้ราว 15.5 ชั่วโมง และท่องเว็บได้ประมาณ 13 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ส่วน Surface Laptop 13 นิ้วถูกชูว่าเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 22.5 ชั่วโมง สำหรับคนทำงานที่ต้องออกนอกออฟฟิศทั้งวัน ตัวเลขระดับนี้แปลว่าบางวันสามารถไม่ต้องพกที่ชาร์จไปประชุมเลยก็ได้

อีกด้านคือพลัง AI บนเครื่องผ่าน NPU Hexagon ที่รองรับได้ถึงระดับ 80 TOPS ทำให้การประมวลผล AI ในเครื่องเร็วขึ้นถึง 95% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน สิ่งนี้ไม่ได้มีผลแค่กับแอปแต่งภาพหรือสร้างคอนเทนต์ แต่ยังหมายถึงฟีเจอร์อย่าง Microsoft Ink Canvas ที่ช่วยวิเคราะห์ลายมือ สรุปโน้ต และตีความภาพวาดแบบเรียลไทม์บนหน้าจอ Surface Pro ก็จะตอบสนองได้ทันใจมากขึ้น

Surface Pro 12 นิ้ว แท็บเล็ตไฮบริดที่เริ่มโตเป็นคู่แข่ง iPad Pro

Surface Pro 12 นิ้ว รุ่นใหม่นี้คือคำตอบของคนที่อยากได้แท็บเล็ต Windows ที่ทำหน้าที่เป็นโน้ตบุ๊กได้จริง จุดเด่นแรกคือดีไซน์แบบไร้พัดลม ทำให้การใช้งานเงียบสนิท และยังคงความบางเบาเหมาะกับการถือไปประชุมหรือเซ็นเอกสารข้างนอก ชิป Snapdragon X2 Plus ทำงานร่วมกับ RAM แบบ LPDDR5x ขนาด 16GB หรือ 24GB และสตอเรจ 256GB หรือ 512GB ซึ่งเพียงพอสำหรับงานเอกสาร งานนำเสนอ และงานสร้างสรรค์ระดับมืออาชีพเบาๆ

หน้าจอสัมผัสขนาด 12 นิ้วแบบ LCD ความละเอียด 2196 x 1464 รีเฟรชเรตสูงสุด 90Hz ทำให้การเขียนด้วยปากกา การลากวัตถุ หรือการเลื่อนหน้าจอดูนุ่มนวลขึ้นอย่างชัดเจน ความสว่างเพิ่มขึ้น 25% และรองรับสูงสุด 500 nits ทำให้ใช้ในห้องประชุมที่แสงจัดหรือใกล้หน้าต่างได้สบายยิ่งขึ้น สีดำ Black ใหม่ก็ดูเข้มขรึมเหมาะกับคนทำงานที่อยากได้ภาพลักษณ์มืออาชีพ

จุดที่ทำให้ Surface Pro 12 นิ้ว เริ่มท้าชน iPad Pro ได้จริงคือเมื่อประกบคีย์บอร์ดเข้าไปแล้วมันกลายร่างเป็นโน้ตบุ๊ก Windows เต็มตัว ใช้งาน Office แบบเดสก์ท็อป แอปเดิมที่คุ้นเคย และต่ออุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย แถมยังถูกคาดว่าจะมีราคาต่ำกว่า iPad Pro ขนาด 13 นิ้ว ของ Apple ในตลาดพรีเมียมเดียวกันด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ต้องเผื่อใจเรื่องค่าใช้จ่ายของคีย์บอร์ดเสริมที่ทำให้แพ็กเกจรวมอาจปริ่มงบได้เหมือนกัน

Surface Laptop 13 นิ้ว โน้ตบุ๊กบางเบาสายประชุมยาววันต่อวัน

ถ้า Surface Pro 12 นิ้ว คือคำตอบของคนรักแท็บเล็ตไฮบริด Surface Laptop 13 นิ้ว ก็คือคู่หูของคนที่อยากได้โน้ตบุ๊กฝาพับแบบคลาสสิกที่เชื่อใจได้ในชีวิตทำงานจริง ตัวเครื่องใช้ Snapdragon X2 Plus ชุดเดียวกับ Surface Pro มีตัวเลือก RAM และสตอเรจเท่ากัน แต่เพิ่มความเป็นโน้ตบุ๊กจริงจังด้วยบอดี้อะลูมิเนียม งานประกอบพรีเมียม และแทร็กแพดพร้อมคีย์บอร์ดเต็มรูปแบบ

หน้าจอสัมผัสขนาด 13 นิ้ว อัตราส่วน 3:2 ความละเอียด 1920 x 1280 และความสว่างสูงสุด 500 nits ทำให้เหมาะกับงานเอกสารและเว็บที่ต้องอ่านแนวตั้งเยอะๆ แม้รีเฟรชเรต 60Hz จะถือว่าพื้นๆ เมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับบน แต่ด้วยการโฟกัสไปที่งานทำจริงมากกว่าความบันเทิงหนักๆ ก็ยังถือว่าเพียงพอสำหรับกลุ่มเป้าหมาย

จุดชี้เป็นชี้ตายของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ที่ Microsoft เคลมว่าสามารถเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุด 22.5 ชั่วโมง แปลว่าถ้าคุณใช้ส่วนใหญ่กับงานเอกสาร การประชุมวิดีโอ และเว็บเบราว์เซอร์ วันทำงานปกติอาจใช้ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องหาปลั๊กเลย ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทั้ง USB-C สองพอร์ต USB-A หนึ่งพอร์ต ช่องหูฟัง 3.5 มม พร้อมรองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 ทำให้ต่ออุปกรณ์เสริมยุคใหม่ได้ง่าย

ใครควรสนใจ และ Surface รุ่นใหม่พร้อมสู้ MacBook Air แค่ไหน

เมื่อดูภาพรวม จะเห็นว่า Microsoft วาง Surface Pro 12 นิ้ว และ Surface Laptop 13 นิ้ว เป็นคู่แข่งโดยตรงของ iPad Pro และ MacBook Air ในตลาดพรีเมียมแบบพกพา ทั้งด้านตำแหน่งผลิตภัณฑ์และระดับราคาใกล้เคียงกัน คำถามคือมันพร้อมสู้แค่ไหนในโลกที่ Apple ทำชิป M series ได้แข็งแรงมากแล้ว

Snapdragon X2 Plus แบบ 6 คอร์แม้จะไม่ได้หวังชนชิป M ระดับสูงแบบตรงๆ แต่ก็ชัดเจนว่าถูกออกแบบมาให้พอเพียงสำหรับงานแห่งโลกจริง เช่น งานเอกสาร งานประชุมออนไลน์ การจดโน้ตด้วยปากกา และงานตัดต่อวิดีโอหรือกราฟิกเบาๆ โดยแลกกับแบตเตอรี่ยาวนานและความเงียบที่ผู้ใช้โน้ตบุ๊ก Intel รุ่นเดิมอาจโหยหา สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือด้านจอภาพของ Surface Laptop 13 นิ้ว ที่ความละเอียดและรีเฟรชเรตยังดูดร็อปกว่า MacBook Air และโน้ตบุ๊กบางรุ่นในตลาด

คนที่ควรมอง Surface ชุดใหม่นี้อย่างจริงจังคือผู้ใช้ที่ต้องทำงานเอกสารทั้งวัน นักเรียนและฟรีแลนซ์ที่ต้องพกเครื่องไปทุกที่ รวมถึงคนที่อยากได้ประสบการณ์ Windows เต็มรูปแบบในดีไซน์บางเบาและแบตเตอรี่ยาวนาน การเริ่มวางจำหน่ายจะเกิดขึ้นในวันที่ 13 ตุลาคม และเมื่อรีวิวฉบับเต็มออกมา เราจะได้เห็นว่า Microsoft จะพลิกภาพ Surface ให้กลับมาเป็นตัวเต็งในตลาดโน้ตบุ๊กพกพาได้แค่ไหน หากผลทดสอบใกล้เคลม นี่อาจเป็นก้าวสำคัญของ Windows บน Snapdragon ที่เคยถูกมองข้ามมานาน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!