ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากเพลงและทีวีสู่ Pet Economy ตัวอย่างการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสำเร็จ

จากเพลงและทีวีสู่ Pet Economy ตัวอย่างการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสำเร็จ
ความสนใจ|อาหารสัตว์เลี้ยง

Pet Economy ธุรกิจสัตว์เลี้ยง คืออะไร และทำไมจึงกลายเป็นสนามใหม่ของธุรกิจใหญ่

Pet Economy ธุรกิจสัตว์เลี้ยง คือระบบเศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้จ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยงในทุกมิติ ตั้งแต่อาหาร ของใช้ สุขภาพ การรักษาพยาบาล ไปจนถึงบริการไลฟ์สไตล์ เช่น โรงแรมสัตว์เลี้ยงและการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง มูลค่าตลาดจึงไม่ได้มาจากสินค้าเพียงชนิดเดียว แต่รวมทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเพราะเจ้าของมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว และพร้อมเพิ่มงบประมาณเพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง หัวใจของการเติบโตคือปรากฏการณ์ Pet Humanization เมื่อหมาและแมวถูกเลี้ยงเสมือนลูก ทำให้การใช้จ่ายต่อหนึ่งตัวเพิ่มสูงขึ้นกลุ่มเลี้ยงเสมือนลูกมีงบเฉลี่ยราว 50,500 บาทต่อตัวต่อปี สูงกว่ากลุ่มเลี้ยงตามจำเป็นกว่า 6 เท่า เทรนด์นี้เปิดประตูให้สินค้าพรีเมียม บริการสุขภาพ และเทคโนโลยีด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่ใช่แค่ตลาดเฉพาะทางอีกต่อไปแต่กลายเป็นเศรษฐกิจเต็มระบบที่ดึงดูดทั้งผู้เล่นรายเล็กและบริษัทใหญ่มองหาโอกาสใหม่

จากเพลงและทีวีสู่ Pet Economy ตัวอย่างการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจสำเร็จ

RS ตัวอย่างบริษัทที่กล้าตัดอุตสาหกรรมเดิมแล้วเลือกเดินสู่ธุรกิจสัตว์เลี้ยง

RS คือกรณีศึกษาสำคัญของการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ จากอาณาจักรเพลงและทีวีที่เคยรุ่งเรือง เมื่อยุคดิจิทัลเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ชมและผู้ฟัง บริษัทต้องปรับหลายครั้ง ตั้งแต่ขยายสู่วิทยุ ทีวี ไปจนถึงการขายสินค้า แต่เมื่อเครื่องยนต์เดิมเริ่มแผ่ว RS เลือกมองหาพื้นที่ใหม่ที่กำลังโตแรง นั่นคือ Pet Economy ธุรกิจสัตว์เลี้ยง ปี 2564 RS เปิดตัวอาหารสุนัขและแมวแบรนด์ Lifemate เป็นก้าวแรกเข้าสู่ตลาดสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่การลองผิดลองถูกเล็กๆ แต่คือการอ่านเทรนด์ Pet Parent ตลาดที่ชัดเจนว่าผู้คนจำนวนมากไม่ต้องการมีลูก และหันมาเลี้ยงสัตว์แทนเกือบครึ่งหนึ่งของคนรุ่นใหม่วัยทำงานตัดสินใจเป็น Pet Parents เพื่อเติมเต็มชีวิตครอบครัว การย้ายจากเพลงสู่หมาแมวจึงไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการยอมรับว่าตลาดเดิมถูกบีบด้วยโครงสร้างใหม่ และต้องสร้างสินทรัพย์ในสนามที่อยู่ในขาขึ้น

จาก Lifemate สู่ HATO: การปรับยุทธศาสตร์บนสนาม Pet Economy

เมื่อแน่ใจว่ากระแส Pet Economy ธุรกิจสัตว์เลี้ยงยังโตต่อ RS เลือกเดินเกมลึกกว่าการขายอาหารสัตว์ทั่วไป ปี 2565 บริษัทตั้ง RS Pet All เพื่อสร้างธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร และใช้เงินกว่า 100 ล้านบาทเข้าถือหุ้น 51% ใน HATO Pet Wellness Center เพื่อก้าวเข้าสู่สาย Pet Wellness และโรงพยาบาลสัตว์ที่มีทั้งรายได้จากการรักษาและขายสินค้าเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจไม่เคยเป็นเส้นตรง ปี 2568 ท่ามกลางแรงกดดันด้านผลประกอบการ RS ตัดสินใจขายธุรกิจอาหารสัตว์ Lifemate ให้กลุ่มอำพลฟูดส์ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เพื่อลดภาระและโฟกัสในส่วนที่มีศักยภาพสูงกว่าอย่าง HATO นี่คือบทเรียนสำคัญว่า การเข้าสู่ Pet Economy ไม่จำเป็นต้องยึดติดครบทุกซัพพลายเชน แต่ต้องคัดเลือกจุดที่สร้างความต่างและมาร์จินได้ดี เช่น การดูแลสุขภาพและบริการเชิงลึก ซึ่งสอดรับกับเทรนด์ Pet Humanization ที่เน้นคุณภาพชีวิตมากกว่าแค่สินค้าในชั้นวาง

ตัวเลขเติบโต 73.8% ของ HATO สะท้อนพลัง Pet Parent ตลาดเหนือทีวีและคอมเมิร์ซ

แม้ RS ยังเผชิญการขาดทุนสุทธิราว 453 ล้านบาทในครึ่งปีแรก และรายได้หลักยังมาจากธุรกิจเดิมอย่างช่องทีวีและการขายสินค้า แต่หากซูมดูเฉพาะ Pet Business ภายใต้ HATO จะเห็นภาพการเติบโตที่สวนกระแสชัดเจน ครึ่งปีแรก HATO สร้างรายได้กว่า 120 ล้านบาท หรือเกือบ 18% ของรายได้จากการขายและบริการทั้งหมดของบริษัทในช่วงนั้น ที่น่าสนใจคือไตรมาส 2 HATO มีรายได้ 64.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 73.8% จากปีก่อน ในขณะที่ช่องทีวีหลักของบริษัทรายได้ลดลงราว 41.1% และธุรกิจคอมเมิร์ซลดลงกว่า 40% เช่นกัน ตัวเลขนี้คือประโยคที่ชัดเจนว่า “เมื่อเจ้าของเลี้ยงสัตว์เป็นลูก รายได้จากการดูแลหมาแมวโตสวนทางกับสื่อดั้งเดิม” พลังซื้อของกลุ่ม Pet Parent ที่ยอมจ่ายค่ารักษา ค่าตรวจสุขภาพ และบริการครบวงจร ทำให้ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ แม้จะยังไม่ใหญ่พอจะแทนทุกกิจการเดิม แต่ทิศทางการเติบโตบอกแล้วว่ามีศักยภาพจะขยายอีกมาก

Pet Parent และตลาดแสนล้าน บทเรียนสำหรับธุรกิจที่กำลังคิดเปลี่ยนโมเดล

ถ้ามองภาพกว้าง โอกาสใน Pet Economy ธุรกิจสัตว์เลี้ยงไม่ได้จำกัดเฉพาะ RS ตัวเลขมูลค่าอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงขยายจากประมาณ 33,000 ล้านบาทในปี 2562 สู่ราว 81,000 ล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าจะแตะราว 92,000 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนทะยานสู่ระดับแสนล้านในปี 2569 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมเกือบ 19.7% ต่อปี ขณะที่จำนวนหมาแมวที่มีเจ้าของเพิ่มจาก 4.68 ล้านตัวในปี 2565 คาดว่าจะถึง 7.28 ล้านตัวในปี 2569 เติบโตเฉลี่ย 11.7% ต่อปี แนวโน้มคนโสดและคู่รักที่ไม่อยากมีลูกแต่เลือกเลี้ยงสัตว์ทำให้ Pet Parent ตลาดกลายเป็นฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและใช้จ่ายต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ค่าอาหาร แต่รวมถึงอาหารสูตรเฉพาะ นวัตกรรมสุขภาพ บริการสัตวแพทย์ทางไกลผ่านวิดีโอคอลที่ช่วยให้เจ้าของเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเดินทาง บทสรุปคือ บริษัทที่กำลังคิดเปลี่ยนโมเดลธุรกิจควรเลิกมองสัตว์เลี้ยงเป็นตลาดเล็ก การอ่านเทรนด์ให้ขาดและกล้าปรับโครงสร้างรายได้เหมือน RS อาจเป็นคำตอบในการสร้างเครื่องยนต์ใหม่ในยุคที่อุตสาหกรรมเดิมหดตัว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!