ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

นักวิ่งผู้สูงอายุเขย่าเวทีโลก จากลู่แดกูถึงเหรียญประวัติศาสตร์

นักวิ่งผู้สูงอายุเขย่าเวทีโลก จากลู่แดกูถึงเหรียญประวัติศาสตร์
ความสนใจ|วิ่ง

กรีฑาผู้สูงอายุคืออะไร และทำไมผลงานครั้งนี้ถึงสำคัญ

กรีฑาผู้สูงอายุ คือการแข่งขันกรีฑาที่เปิดโอกาสให้ผู้มีอายุเกินเกณฑ์ทั่วไปลงแข่ง โดยแบ่งรุ่นตามช่วงอายุอย่างชัดเจน ตั้งแต่ราววัยห้าสิบปีขึ้นไปไปจนถึงเกินเก้าสิบปี เพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ประสบการณ์ และจิตใจในสนามเดียวกับคนวัยใกล้เคียงกัน พร้อมเน้นแนวคิดว่าความฟิตไม่จำเป็นต้องหยุดลงเมื่อเกษียณจากวัยทำงาน

ศึก World Masters Athletics Championships ที่เมืองแดกู กลายเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นว่านักวิ่งผู้สูงอายุไม่ใช่สีสันข้างสนาม แต่คือแชมป์ตัวจริงที่สู้กันด้วยเวลา สถิติ และความมุ่งมั่น ทัพกรีฑาผู้สูงอายุไทยส่งนักกีฬา 48 คนลงสนามและเริ่มเก็บเหรียญรัวตั้งแต่ช่วงแรกของการแข่งขัน โดยคว้ามาแล้ว 7 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 7 เหรียญทองแดงในระยะแรกของทัวร์นาเมนต์ ผลงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขสวยหรู แต่คือการส่งสัญญาณว่าเวทีกรีฑาโลกต้องเริ่มมองผู้สูงอายุในฐานะนักกีฬามืออาชีพเต็มตัว

อันดับ 9 ของโลก และ 45 เหรียญที่เปลี่ยนภาพผู้สูงอายุ

ในการแข่งขันกรีฑาสูงอายุชิงแชมป์โลกที่แดกู ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2569 ทีมมาสเตอร์สไทยเดินทางไปในฐานะผู้ท้าชิง แต่กลับจบทัวร์นาเมนต์ในฐานะหนึ่งในทีมแถวหน้าของโลก ด้วยผลงาน 20 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน และ 18 เหรียญทองแดง รวม 45 เหรียญ พร้อมจบอันดับ 9 บนตารางคะแนนรวมของโลก นี่คือคำประกาศดังๆ ว่าแชมป์โลกกรีฑาผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องไกลตัวของนักกีฬาจากภูมิภาคนี้อีกต่อไป

ตัวเลข 45 เหรียญไม่ได้มาง่ายๆ เบื้องหลังคือวินัยการฝึกซ้อมยาวนาน การจัดการร่างกายที่ละเอียดยิ่งกว่านักกีฬาอาชีพบางคน และการสนับสนุนด้านค่าเดินทาง ที่พัก และชุดแข่งจากภาคส่วนที่ช่วยแบกภาระค่าใช้จ่ายให้นักกีฬามุ่งซ้อมเต็มที่ การคว้าอันดับ 9 โลกในสนามที่รวมยอดนักวิ่งผู้สูงอายุทั้งในถนนและครอสคันทรี คือการตอกย้ำว่าผลงานนักกีฬาไทยในระดับมาสเตอร์สไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศจอมพลังใดทั้งสิ้น

ลุงจำนงค์ อายุ 90 ปี กับเหรียญเงินวิ่ง 400 เมตรที่เขย่าความเชื่อเรื่องอายุ

ภาพนักวิ่งผู้สูงอายุที่หลายคนคุ้นอาจเป็นคนเดินเหยาะยามเช้าในสวน แต่ในแดกูเรากำลังพูดถึงนักวิ่ง 400 เมตรในรุ่นอายุ 90 ปีชายที่ลงแข่งด้วยรองเท้าหนามเต็มรูปแบบ ลุงจำนงค์ คำเขตต์การ วัย 90 ปีออกสตาร์ทในลู่ที่ 1 ในรอบชิงชนะเลิศที่มีคู่แข่งรวม 7 คน และเข้าเส้นชัยที่เวลา 1 นาที 48.83 วินาที คว้าอันดับ 2 และเหรียญเงินมาครอง การจะวิ่ง 400 เมตรในสนามมาตรฐานไม่ใช่เรื่องง่ายแม้สำหรับคนหนุ่ม การทำได้ในวัย 90 ปีจึงเป็นคำตอบชัดเจนว่าข้ออ้างเรื่องอายุใช้ไม่ได้อีกต่อไป

แชมป์โลกในรุ่นนี้ตกเป็นของ ราดนา เซเรน จากมองโกเลีย ด้วยเวลา 1 นาที 40.46 วินาที ส่วนอันดับ 3 คือโคลิน สไปวีย์ จากสหราชอาณาจักร เวลา 1 นาที 54.70 วินาที ช่องว่างเวลาเพียงไม่กี่วินาทีระหว่างเหรียญทองกับเหรียญเงิน แสดงว่าลุงจำนงค์ไม่ได้ไปเพื่อ “ร่วมกิจกรรม” แต่ไปในฐานะคู่แข่งตัวจริงของนักวิ่งชั้นนำในช่วงวัยเดียวกัน เรื่องนี้สะท้อนชัดว่าแชมป์โลกกรีฑาผู้สูงอายุคือเวทีการแข่งขันที่ดุเดือด ไม่ได้มีไว้สำหรับเดินชมนกชมไม้

เมื่อคนวัยเกษียณกลายเป็นตัวแทนความฟิตของสังคม

เรื่องราวของลุงจำนงค์และเพื่อนร่วมทีมมาสเตอร์สเป็นเหมือนกระจกสะท้อนว่าภาพจำผู้สูงอายุในสังคมควรถูกอัปเดตใหม่จากคนที่ต้องการการดูแล กลายเป็นคนที่สามารถกำหนดเป้าหมาย ลงซ้อม และแข่งขันในระดับโลกได้จริง ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งถนน นักวิ่งครอสคันทรี หรือผู้ที่ลงสนามลู่ทุกรายต่างพิสูจน์ร่วมกันว่าอายุไม่ใช่เส้นแบ่งระหว่างคนที่ออกกำลังกายได้กับคนที่ทำไม่ได้อีกต่อไป

การแข่งขันครั้งนี้ยังเผยให้เห็นความสำคัญของการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สโมสรที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายไปจนถึงการเตรียมตัวของนักกีฬาเองที่ต้องรับมือทั้งสภาพอากาศและความกดดันของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ การที่ทัพนักกรีฑาผู้สูงอายุไทยสามารถทะยานขึ้นท็อป 10 ของโลกได้ แสดงชัดว่าหากสังคมให้พื้นที่และโครงสร้างรองรับมากขึ้น เราอาจได้เห็นนักวิ่งผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทั้งในสนามแข่งขันและในชีวิตประจำวัน และนั่นอาจเป็นมรดกสำคัญที่สุดที่ทัวร์นาเมนต์แดกูทิ้งไว้

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!