ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

RTX 5090 หยุดผลิต: สัญญาณชัดว่า NVIDIA หันหลังให้เกมเมอร์สายท็อป

RTX 5090 หยุดผลิต: สัญญาณชัดว่า NVIDIA หันหลังให้เกมเมอร์สายท็อป
ความสนใจ|ผู้ชื่นชอบคอมพิวเตอร์

RTX 5090 หยุดผลิตคืออะไร และทำไมถึงสำคัญนัก

RTX 5090 หยุดผลิต หมายถึงการที่ NVIDIA ยุติการผลิตและหยุดส่งมอบชิปกราฟิก GB202 สำหรับการ์ดจอเกมมิงระดับท็อป GeForce RTX 5090 ทุกรุ่น ทั้งรุ่นปกติและรุ่นสำหรับบางตลาดเฉพาะ ทำให้การ์ดจอเรือธงสายเล่นเกมที่ใช้สถาปัตยกรรม Blackwell ตัวนี้ค่อยๆ หายไปจากตลาด GPU ฝั่งผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดต้องมองหาตัวเลือกอื่นในช่วงรอยต่อยุคใหม่ของการ์ดจอ NVIDIA

ตามเอกสารภายในที่มีการอ้างถึง ระบุว่า NVIDIA จะไม่ผลิต RTX 5090 ทุกรุ่นรวมถึงรุ่น D อีกต่อไป และหยุดขายชิป GB202 ให้กับบอร์ดการ์ดจอเกมมิงระดับผู้บริโภคแล้ว การตัดสินใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สอดคล้องกับภาพใหญ่ที่ RTX 5090 แทบหายไปจากสต็อกในร้านออนไลน์หลายแห่ง และถูกดันให้กลายเป็นของหายากราคาพรีเมียมในตลาดมืดและตลาดรอง นี่คือจุดเปลี่ยนที่สะท้อนว่า Blackwell แพงเกินไปสำหรับการเป็นเพียงการ์ดเกมมิงเรือธงอีกต่อไป

RTX 5090 หยุดผลิต: สัญญาณชัดว่า NVIDIA หันหลังให้เกมเมอร์สายท็อป

จากเกมเมอร์สู่ศูนย์ข้อมูล ทำไม GB202 ถึงย้ายค่าย

หัวใจของเรื่องนี้คือการจัดสรรทรัพยากร GB202 ใหม่ให้ไปอยู่ในสายที่ทำกำไรสูงกว่า ไม่ใช่ในเครื่องเกมของเรา หลังจากหยุด RTX 5090 NVIDIA หันนำชิป GB202 ไปใช้ในการ์ด RTX PRO 6000 ที่มากับหน่วยความจำ 96GB และ RTX PRO 5500 ที่ให้ 84GB เพื่อตลาดเวิร์กสเตชันและ AI ที่ทำเงินมากกว่ามาก เรียกง่ายๆ ว่า Blackwell ถูกยกระดับจากการ์ดจอ NVIDIA สำหรับเกมเมอร์ ไปเป็นหัวใจหลักของการ์ดงานมือโปรราคาแพงที่ลูกค้าองค์กรยอมจ่าย

ในบริบทที่ความต้องการกำลังประมวลผล AI และศูนย์ข้อมูลเพิ่มสูง ขณะที่กำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มีจำกัด การเอา GB202 ไปอยู่ในโปรดักต์กำไรสูงจึงมีเหตุผลทางธุรกิจอย่างแข็งแรง รายงานชี้ว่า NVIDIA ต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้การ์ดเกมมิงที่ถือว่า “ถูกกว่า” ไปแย่งตลาดการ์ดโปรสำหรับ AI ของตัวเอง ยิ่งเมมโมรี DRAM และชิป GDDR7 แพงและขาดแคลน การเอาแต่ละแผ่นเวเฟอร์ไปทำโปรการ์ดแทนเรือธงเล่นเกมยิ่งคุ้มกว่าในเชิงตัวเลข นี่คือการเลือกข้างอย่างชัดเจนของบริษัท ว่าจะยืนอยู่ฝั่งไหนในตลาด GPU ที่กำลังเดือด

ปีทองของ GPU ราคาแพง และความเจ็บปวดของเกมเมอร์

การหยุดผลิต RTX 5090 ไม่ได้เกิดในสุญญากาศ แต่ตามหลังปีที่ราคาการ์ดจอขึ้นแบบไร้เบรก DRAM แพงขึ้นอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า RAMpocalypse ทำให้ต้นทุนเมมโมรีสำหรับการ์ดจอพุ่ง โดยเฉพาะ GDDR7 และ HBM ที่โดนตลาด AI แย่งกำลังการผลิตจนแทบไม่เหลือให้สายเกมมิง ผลที่ตามมา ตลาด GPU ฝั่งผู้บริโภคกลายเป็นสนามประลองของ GPU ราคาแพง ที่ใครไม่พร้อมจ่ายก็ถูกผลักออกจากระดับไฮเอนด์

รายงานติดตามตลาดการ์ดจอระบุว่าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาการ์ดจอจากสามค่ายใหญ่ขยับขึ้นพร้อมกัน โดยฝั่งการ์ดจอ NVIDIA มีค่าเฉลี่ยการขึ้นราคาประมาณ 66 เปอร์เซ็นต์ และรุ่นเรือธงอย่าง RTX 5090 ขึ้นราคาถึง 132 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเท่ากับว่าราคาเกินเท่าตัวแล้ว ประโยคที่น่าหยิบไปอ้างคือ “NVIDIA RTX 50 แทบทุกรุ่นขึ้นราคาขั้นต่ำ 50 เปอร์เซ็นต์ และหากตัด RTX 5090 ออก ค่าเฉลี่ยยังสูงเกือบ 57 เปอร์เซ็นต์” ไม่แปลกที่เกมเมอร์จำนวนมากจะเริ่มหันไปหา AMD ที่ยังแพงขึ้นแต่ยังถูกกว่าระดับเดียวกัน และทำให้ส่วนแบ่งตลาดฝั่งแดงขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เกมเมอร์ถูกทิ้งกลางทาง หรือแค่ถูกบังคับให้เปลี่ยนตัวเลือก

เมื่อ RTX 5090 หยุดผลิต ตลาดฝั่งเกมมิงระดับสุดขั้วของการ์ดจอ NVIDIA จะไร้เงาชิประดับ GB202 ไปอีกพักใหญ่ ซึ่งหมายความว่าคนที่อยากได้ “การ์ดแรงสุดเท่าที่จะหาได้” จะต้องรีบตัดสินใจซื้อของที่ยังหลงเหลืออยู่ หรือไม่ก็เปลี่ยนค่าย เปลี่ยนระดับ หรือเลื่อนการอัปเกรดออกไปก่อน ในเชิงอารมณ์ เกมเมอร์จำนวนไม่น้อยรู้สึกว่าถูกทิ้งกลางทาง เพราะการ์ดที่เคยถูกวางตำแหน่งว่าเป็นความฝันสูงสุดของสายเล่นเกม กลายเป็นของสำหรับ AI และเวิร์กสเตชันแทน

สิ่งที่ผู้ใช้รับรู้ได้ชัดคือความรู้สึกว่า Blackwell แพงเกินไปสำหรับคนเล่นเกมทั่วไป การ์ดที่ต้องจ่ายในระดับที่คนจำนวนมากมองว่าไม่ใช่ “สินค้าเกมเมอร์” อีกต่อไปกำลังถูกดันออกจากฝั่งคอนซูเมอร์ และไปยืนข้างการ์ดโปรราคาโหดในตลาด GPU สายองค์กรแทน เมื่อรวมกับช่องว่างราคาที่ทำให้คนจำนวนมากเอื้อมไม่ถึง เกมเมอร์จึงเลือกออกจากระบบนิเวศของการ์ดจอ NVIDIA ระดับสูง แล้วหันไปเลือกตัวเลือกที่สมเหตุสมผลกว่าในงบประมาณของตัวเอง

อนาคตหลัง RTX 5090: กองทัพ 5080 ใหม่ และยุคที่เกมมิงไม่ใช่ศูนย์กลาง

ข่าวลือระบุว่าจากนี้การ์ดจอเกมมิงระดับสูงสุดของฝั่ง GeForce จะถูกแทนที่ด้วย RTX 5080 รุ่นใหม่ที่มาพร้อม VRAM 24GB ขณะที่รุ่น 16GB จะถูกถอดออกจากไลน์ผลิต นั่นหมายถึงสแตกผลิตภัณฑ์ฝั่งเกมมิงจะถูกจัดใหม่ทั้งหมด โดยดันความจุหน่วยความจำให้สูงขึ้นเพื่อรองรับเกมรุ่นใหม่และงานคอนเทนต์ แต่ก็เปิดช่องให้นำไปอ้างอิงขึ้นราคาได้อีกขั้น

นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงไลน์ RTX 50 Super เช่น RTX 5080 Super 24GB ที่ถูกเลื่อนเพราะปัญหาซัพพลายเมมโมรี และแผนการ์ดจอรุ่นใหม่สถาปัตยกรรม Rubin ในตระกูล RTX 60 ที่อาจต้องรอถึงปลายทศวรรษ เมื่อประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันจะเห็นภาพว่า NVIDIA เลือกวางเกมมิงไว้เป็นรอง หันโฟกัสไปที่ตลาด GPU สำหรับ AI ศูนย์ข้อมูล และการ์ดโปรกำไรสูงแทน เกมเมอร์จึงต้องปรับความคาดหวังใหม่ ว่าเรือธงในอนาคตอาจไม่ใช่ของที่ออกแบบมาเพื่อพวกเขาเป็นหลักอีกต่อไป แต่เป็นผลพลอยได้จากเศรษฐศาสตร์ของยุค AI มากกว่า

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!