ตลาดรองเท้าวิ่งไทยโตแรง 25% ศึกเทคโนโลยีโฟมดัน Saucony ลุ้นขึ้นท็อป 3

ตลาดรองเท้าวิ่งไทยโตแรง 25% ศึกเทคโนโลยีโฟมดัน Saucony ลุ้นขึ้นท็อป 3
ความสนใจ|วิ่งบนถนน

ตลาดรองเท้าวิ่งไทย: จากแบรนด์นำ สู่สงครามเทคโนโลยีโฟม

ตลาดรองเท้าวิ่งไทยคือภาพสะท้อนการเติบโตของไลฟ์สไตล์คนเมืองที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ผสานกับการกลับมาของงานวิ่งจำนวนมาก ทำให้รองเท้าวิ่งกลายเป็น “อุปกรณ์กีฬาเชิงเทคโนโลยี” ที่ผู้บริโภคใช้เกณฑ์เรื่องโฟม พื้น และประสิทธิภาพมากกว่าแค่ยึดติดชื่อแบรนด์ โดยตลาดนี้มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท และกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรมโฟมอย่างเข้มข้น

เมื่อผู้คนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ งานวิ่งที่หยุดจัดช่วงโควิดเริ่มกลับมา ส่งผลให้ตลาดรองเท้าวิ่งมูลค่า 10,000 ล้านบาทเติบโต 15% จากปี 2564 และปีล่าสุดถูกคาดการณ์ว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 25% จากปีที่ผ่านมา นี่ไม่ใช่แค่การฟื้นตัว แต่คือ “คลื่นใหม่” ที่ดันตลาดรองเท้าวิ่งให้กลายเป็นเวทีชิงส่วนแบ่ง 5 หลักอย่างจริงจัง ผู้ผลิตรองเท้าทุกแบรนด์จึงต้องหันมาลงทุนกับเทคโนโลยีมากกว่าการลดราคา

ตลาดรองเท้าวิ่งไทยโตแรง 25% ศึกเทคโนโลยีโฟมดัน Saucony ลุ้นขึ้นท็อป 3

นักวิ่งฉลาดเลือก: เมื่อเทคโนโลยีโฟมรองเท้าสำคัญกว่าโลโก้

การเติบโตของตลาดรองเท้าวิ่งไทยไม่ได้มาจากยอดขายที่เพิ่มเท่านั้น แต่สะท้อนว่าผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้นอย่างชัดเจน นักวิ่งยุคใหม่ศึกษาประเภท รองเท้าวิ่งระยะไกล รองเท้าวิ่งทำความเร็ว หรือรองเท้าซ้อม จนเข้าใจว่ารองเท้าแต่ละแบบออกแบบมาเพื่อลักษณะการวิ่งต่างกัน ไม่ใช่รองเท้าวิ่งคู่เดียวใช้ได้ทุกอย่างอีกต่อไป เทคโนโลยีโฟมรองเท้าจึงกลายเป็น “หัวใจ” ของการตัดสินใจซื้อ

วันนี้นักวิ่งไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มมองโฟม การคืนแรง การซัพพอร์ต และอายุการใช้งานก่อนโลโก้บนรองเท้า เพราะรู้แล้วว่าโฟมที่ดีช่วยลดอาการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งได้จริง พฤติกรรมนี้ทำให้แบรนด์แมสอย่าง Nike, Adidas, Asics, New Balance และ Mizuno ที่เคยผูกขาดความนิยม ต้องเผชิญคู่แข่งจากกลุ่ม “ไรซิ่งสตาร์” มากขึ้น ทั้ง Hoka, Saucony และแบรนด์ทางเลือกอื่น ๆ ประมาณ 8-10 แบรนด์เริ่มถูกพูดถึงในวงกว้าง

ตลาดรองเท้าวิ่งไทยโตแรง 25% ศึกเทคโนโลยีโฟมดัน Saucony ลุ้นขึ้นท็อป 3

โอกาสของ Saucony ในตลาด 10,000 ล้านบาท

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเทคโนโลยีโฟม รองเท้าแบรนด์ทางเลือกไม่ได้เป็นตัวประกอบอีกต่อไป Saucony คือหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มไรซิ่งสตาร์ และกำลังใช้จังหวะที่นักวิ่งหันมามอง “สเปกจริง” มากกว่า “ภาพจำแบรนด์” เพื่อเร่งขึ้นสู่ท็อป 3 ของตลาด โดยปัจจุบัน Saucony ยังอยู่ในอันดับท็อป 5 และเติบโตมากถึง 5–6 เท่าเมื่อเทียบกับก่อนมีผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายใหม่ในช่วงสามปีที่ผ่านมา

การผลักดันของ Saucony ไม่ได้อาศัยชื่อรุ่นระดับเรซซิ่งอย่าง Endorphin Pro 3 เพียงอย่างเดียวที่ถูกนำเข้ามาทำตลาดเฉพาะกลุ่มนักวิ่งทำเวลา แต่ยังเน้นกลยุทธ์ด้านราคาและความคุ้มค่าสำหรับนักวิ่งที่เคยเปรียบเทียบราคาต่างประเทศมาก่อน เช่น การตั้งราคาของรุ่น Endorphin Elite ที่ระดับ 8,990 บาท ซึ่งถูกกว่าซื้อจากต่างประเทศ ข้อความที่น่าจดจำคือ “การตั้งราคาใกล้เคียงหรือถูกกว่าต่างประเทศ คือกุญแจปลดล็อกการตัดสินใจซื้อในประเทศ”

ตลาดรองเท้าวิ่งไทยโตแรง 25% ศึกเทคโนโลยีโฟมดัน Saucony ลุ้นขึ้นท็อป 3

ความท้าทาย: เมื่อเป้าหมายท็อป 3 ยังมีเพดานชื่อแบรนด์ขวางอยู่

แม้ตลาดรองเท้าวิ่งไทยจะเปิดโอกาสให้แบรนด์ทางเลือก แต่เส้นทางของ Saucony ยังไม่ได้โรยด้วยโฟม PWRRUN+ ทั้งหมด เพราะผู้นำตลาดยังคงเป็นแบรนด์ระดับแมสที่ติดลมบนอย่าง Nike และมี Adidas ตามมาในอันดับต้น ๆ ซึ่งครองเม็ดเงินและช่องทางจัดจำหน่ายเหนือกว่ามาก ขณะเดียวกัน Brand Awareness ของ Saucony เองยังเข้าถึงกลุ่มนักวิ่งเพียงประมาณ 80% และนักวิ่งหน้าใหม่จำนวนมากยังไม่รู้จักแบรนด์นี้ดีนัก จึงมักเลือกซื้อรองเท้าคู่แรกจากแบรนด์ใหญ่ที่คุ้นชื่อก่อน

ความจริงแล้วความท้าทายของ Saucony คือการเร่งทำให้รองเท้าของตนกลายเป็น “คู่ที่สองหรือสาม” ในตู้รองเท้านักวิ่งให้เร็วที่สุด เพราะเมื่อนักวิ่งเริ่มจริงจัง พวกเขาจะมองหารองเท้าวิ่งระยะไกล รองเท้าวิ่งซ้อม และรองเท้าทำความเร็วแยกกัน และเปิดใจกับแบรนด์ใหม่มากขึ้น การลงทุนกับงานทดลองรองเท้า รีวิวเชิงเทคนิค และคอนเทนต์ความรู้ จึงสำคัญกว่าการโฆษณาแบบหว่าน เพราะต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าของใหม่เหนือกว่าแบรนด์เดิมในเชิงประสิทธิภาพจริง

สมรภูมิถัดไป: เมืองหนาแน่น นักวิ่งระยะไกล และอนาคตของโฟม

ทิศทางต่อไปของตลาดรองเท้าวิ่งไทยจะขยับจากคำถามว่า “แบรนด์อะไร” ไปสู่คำถามว่า “โฟมแบบไหน เหมาะกับการวิ่งแบบใด” มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรองเท้าวิ่งระยะไกลสำหรับการวิ่งบนถนนเมืองหนาแน่น ที่ต้องเผชิญพื้นแข็ง การจราจร และการซ้อมต่อเนื่องหลายวัน ต่อให้ไม่ได้ระบุรุ่นอย่างชัดเจน แต่รองเท้าตระกูลสายซ้อมสายหลักของ Saucony อย่าง Ride series ย่อมถูกวางตัวเพื่อกลุ่มนี้โดยตรง และจะเป็นเวทีที่เทคโนโลยีโฟมต้องพิสูจน์ความทนทานควบคู่กับความนุ่มเด้ง

เมื่อเทคโนโลยีโฟมรองเท้าเดินหน้าไปเรื่อย ๆ นักวิ่งจะไม่ยึดติดคู่เดียว พวกเขาจะสลับรองเท้าตามประเภทการซ้อม เหมือนนักปั่นที่มีจักรยานมากกว่าหนึ่งคัน สำหรับตลาดรองเท้าวิ่งไทย นี่หมายความว่ามูลค่าฐาน 10,000 ล้านบาทที่คาดว่าจะโต 25% ต่อปี ยังมีพื้นที่อีกมาก และใครจะชนะในสมรภูมินี้ ไม่ได้วัดกันที่ใครดังที่สุด แต่ที่ว่าใครทำให้หนึ่งก้าวของนักวิ่ง “ไปได้ไกลและปลอดภัยกว่า” ต่างหาก

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!