หัวใจกลยุทธ์ใหม่ของ King Power คือการขายประสบการณ์การเดินทางทั้งทริป
แคมเปญครบรอบ 37 ปี ของห้างสรรพสินค้า King Power คือกลยุทธ์การตลาดที่ใช้การท่องเที่ยวและการค้าปลีกเป็นแกนกลาง ผสมกีฬา ไลฟ์สไตล์ และดีลช้อปปิงเพื่อดึงดูดนักเดินทางให้ใช้เวลามากขึ้นในศูนย์ซื้อสินค้า ขยายการจับจ่ายจากแค่ดิวตี้ฟรีสนามบินไปสู่การใช้ชีวิตทั้งก่อนและหลังการเดินทาง พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการในช่วงไตรมาสสุดท้ายอย่างชัดเจนผ่านกิจกรรม โปรโมชัน และของรางวัลที่สะท้อนภาพการใช้ชีวิตเมืองแบบครบวงจร
กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว เปิดเกมรุกด้วยแคมเปญ KING POWER 37th ANNIVERSARY DELIGHTS & SURPRISES 2026 ภายใต้คอนเซปต์ SHOPPING RACE TO NEW POWER โปรติดท็อป ช้อปติดสปีด เพื่อตอบแทนลูกค้าในโอกาสครบรอบ 37 ปี และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 จุดยืนชัดคือการใช้ห้างสรรพสินค้า King Power เป็นศูนย์ซื้อสินค้าที่เชื่อมโลกการเดินทางกับประสบการณ์ช้อปปิงแอคทีฟ ตั้งเป้าดันจำนวนทราฟฟิกเพิ่มขึ้นถึง 39.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทไม่ได้พอใจกับการเป็นแค่จุดช้อปก่อนขึ้นเครื่อง แต่ต้องการเป็นจุดหมายหลักของนักเดินทาง

SPORT LIFESTYLE จากเทรนด์สุขภาพสู่เครื่องจักรดันทราฟฟิกปลายปี
การดึงเทรนด์ SPORT LIFESTYLE ไม่ได้เป็นแค่ธีมตกแต่ง แต่คือการรีดีไซน์ประสบการณ์ในศูนย์ซื้อสินค้าให้สอดคล้องกับชีวิตคนเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและความสนุกไปพร้อมกัน แคมเปญนี้เชื่อม ACTIVE LIFESTYLE ความบันเทิง และการช้อปปิงให้กลายเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่ช้อปติดสปีดที่ยิ่งช้อปยิ่งปลดล็อกจากระบบสมาชิก POWER PASS ไปจนถึงการสะสม CARAT เพื่อลุ้นตั๋วเครื่องบิน กระเป๋าแบรนด์เนม และ ROP Miles
จุดที่น่าสนใจคือการนำกิจกรรมวิ่ง CITY RUN ผ่าน POWER RUN presented by POWER PASS มาปักหมุดที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ พร้อมชวนเหล่านักช้อปและนักวิ่งวิ่งระยะ 5 กิโลเมตรใจกลางเมืองในวันที่กำหนด นี่คือการเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกให้กลายเป็นสนามกีฬาและพื้นที่ชุมชนในคราวเดียว ด้านหนึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่แอคทีฟ อีกด้านหนึ่งคือการสร้างเหตุผลใหม่ให้นักเดินทางและคนเมืองเดินเข้าอาคารมากกว่ามาแค่ซื้อสินค้า

ดีลแรง การ์ดพิเศษ และคอนโดหรู เมื่อโปรโมชันถูกออกแบบให้สะท้อนไลฟ์สไตล์
หากมองในมุมกำลังซื้อ แคมเปญนี้เลือกใช้กลยุทธ์ VALUE DRIVEN EXPERIENCE อย่างตรงไปตรงมา ANNIVERSARY CARD ฉลองครบรอบ 37 ปี ถูกวางเป็นอาวุธหลัก ให้ลูกค้าที่ซื้อการ์ดมูลค่า 10,000 บาท ได้รับ GIFT CARD เพิ่ม 4,500 บาท ตลอดเดือนตุลาคม พร้อมดีลพิเศษระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 11 ตุลาคม คือส่วนลด 37 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ 1 ชิ้นสำหรับสมาชิก POWER PASS 370 ท่านแรกต่อวัน และ GIFT VOUCHER 1,000 บาท เมื่อซื้อการ์ด 3 ใบ
ส่วนของรางวัลใหญ่ไม่ได้หยุดที่ทริปท่องเที่ยว แต่ขยับเข้าไปอยู่ในโลกอสังหาริมทรัพย์ ด้วยสิทธิ์ลุ้นคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง โครงการพาร์ค ออริจิ้น พญาไท มูลค่า 8,128,000 บาท เมื่อช้อปครบทุก 5,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้น การดึงรางวัลคอนโดเข้ามาทำให้ภาพของ King Power ขยายจากการเป็นผู้เล่นการท่องเที่ยวและการค้าปลีก ไปสู่การมีบทบาทในไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยของลูกค้า ซึ่งสะท้อนแนวคิดว่าการช้อปในศูนย์ซื้อสินค้าสามารถเชื่อมไปถึงการลงทุนชีวิตระยะยาวได้
DAVIDOFF และบทบาทของแบรนด์ลักชัวรีต่อการดึงดูดนักเดินทาง
อีกฟันเฟืองที่เสริมภาพลักษณ์การเป็นจุดหมายของนักเดินทางคือการนำแบรนด์ลักชัวรีเข้ามาในศูนย์ซื้อสินค้า DAVIDOFF แบรนด์เครื่องหนังจากสวิตเซอร์แลนด์เลือกเปิดป๊อปอัพแอกเซสซอรีสำหรับผู้ชายที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ บริเวณชั้น 1 พร้อมสื่อสารชัดว่าที่นี่คือจุดนัดพบของนักเดินทางจากทั่วทุกภูมิภาคตลอดทั้งวัน กลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์นิยามว่า Gentleman Explorer คือชายยุคใหม่ที่ชอบเดินทาง เลือกของมีคุณภาพ และให้ความสำคัญกับงานฝีมือ ซึ่งพอดีกับฐานลูกค้าหลักของ King Power
การเปิดป๊อปอัพครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าตลาดเอเชียแปซิฟิกได้รับความสำคัญมากขึ้น พร้อมขยายการเข้าถึงคอลเลกชันไปยังกลุ่มนักเดินทางในภูมิภาค สำหรับห้างสรรพสินค้า King Power การมีแบรนด์ระดับนี้ในพื้นที่รางน้ำช่วยย้ำสถานะศูนย์ซื้อสินค้าสำหรับนักเดินทางที่ต้องการประสบการณ์ช้อประดับพรีเมียมควบคู่กับความสะดวกของการเดินทาง ก่อนหรือหลังทริป ลูกค้ายังสามารถแวะชมสินค้า DAVIDOFF ได้โดยไม่ต้องเร่งรีบ ทำให้เวลารอการเดินทางกลายเป็นช่วงเวลาสำรวจสไตล์ของตัวเอง

จากศูนย์ซื้อสินค้าไปสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางในระยะยาว
หากดูภาพรวม แคมเปญครบรอบ 37 ปี นี้สะท้อนความพยายามของ King Power ในการขยับบทบาทจากผู้ขายสินค้าในสนามบิน ไปสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางเต็มตัว การผสมผสาน SPORT LIFESTYLE ดีลการเงินผ่าน ANNIVERSARY CARD แบรนด์ลักชัวรีอย่าง DAVIDOFF และรางวัลคอนโดมิเนียมหรู ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการท่องเที่ยวและการค้าปลีกเริ่มจางลง ศูนย์ซื้อสินค้ากลายเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถวิ่ง ออกกำลังกาย ช้อป สะสมแต้ม ลุ้นรางวัล และแม้แต่เปลี่ยนโอกาสช้อปให้กลายเป็นสินทรัพย์ระยะยาว
ในทางยุทธศาสตร์ การตั้งเป้าดันทราฟฟิก Q4 เพิ่ม 39.7 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่โครงสร้างกิจกรรมและดีลที่ออกมาบ่งบอกว่า King Power ไม่ได้หวังเพียงตัวเลขผู้เข้าใช้บริการระยะสั้น หากต้องการรีเซ็ตพฤติกรรมลูกค้าให้มองห้างสรรพสินค้า King Power เป็นจุดเริ่มต้นและจุดพักของทุกการเดินทางมากขึ้น คำถามต่อจากนี้คือองค์กรจะรักษาโมเมนตัมหลังสิ้นสุดแคมเปญระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 1 พฤศจิกายนในสาขารางน้ำ ภูเก็ต และซิตี้ บูทีกได้อย่างไร แต่ในมุมของผู้บริโภค นี่คือจังหวะที่คุ้มค่าในการทดลองประสบการณ์ใหม่ทั้งหมดของระบบ POWER PASS และแคมเปญฉลองครบรอบครั้งนี้





