โครงการเพลงเยาวชนคืออะไร และทำไมถึงสำคัญต่ออนาคตดนตรี
โครงการเพลงเยาวชน คือกระบวนการคัดเลือก บ่มเพาะ และผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านดนตรีให้ได้เรียนรู้แบบเข้มข้น สร้างผลงานเพลงของตัวเอง และมีเวทีแสดงเพลงต่อหน้าผู้ชมจริง พร้อมทุนสนับสนุนศิลปินและเครือข่ายเมนเทอร์มืออาชีพ เพื่อปูทางสู่การเป็นศิลปินอาชีพในอุตสาหกรรมดนตรีที่แข่งขันสูง หัวใจของโครงการประเภทนี้ไม่ใช่เวทีประกวดแบบชั่วคราว แต่คือการสร้างเส้นทางยาวให้วงดนตรีรุ่นใหม่ได้ลองผิดลองถูกในพื้นที่ปลอดภัย มีผู้รู้คอยชี้ทาง และมีทรัพยากรให้ต่อยอดหลังจบงาน ในภาพใหญ่ นี่คือการลงทุนกับทุนมนุษย์ด้านดนตรี ที่สามารถแปลงความฝันของเด็กที่เล่นดนตรีในห้องซ้อม ให้กลายเป็นอาชีพ และแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระยะยาว

จากห้องซ้อมสู่ Music Universe การคัดเลือก 11 วงจากกว่า 500 คน
งาน Talent Fest ภายใต้โครงการ Talent Everywhere ระยะที่ 2 คือภาพชัดของโครงการเพลงเยาวชนที่คิดครบวงจร เยาวชนคนดนตรีกว่า 500 คน รวมเป็นกว่า 100 วง ได้เข้าค่าย Music Boost Camp เพื่อค้นหาตัวตน สร้างผลงาน และเรียนรู้ขั้นตอนทำงานดนตรีตั้งแต่ต้นทาง ก่อนจะถูกคัดเลือกเหลือ 11 วงที่แสดงศักยภาพโดดเด่นขึ้นเวที Pre-Debut Showcase บนพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้เป็น Music Universe เต็มรูปแบบ สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการไม่ได้มองเวทีเป็นแค่การแสดงศิลปินครั้งเดียว แต่ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบแคมป์ให้เด็กได้ลองค้นหาอัตลักษณ์วง แต่งเนื้อร้อง ทำนอง บันทึกเสียงจนเป็น Pre-Master Song ภายใต้เมนเทอร์จากศิลปินและโปรดิวเซอร์ชั้นนำ จุดนี้ทำให้การแสดงศิลปินบนเวทีไม่ใช่การเล่นเพลงโคฟเวอร์ แต่เป็นการเปิดตัวผลงานต้นฉบับของวงดนตรีรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

เวทีแสดงเพลง ที่ไม่ได้จบแค่ปรบมือ แต่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพ
จุดเปลี่ยนของเวทีแบบ Talent Fest คือการยืนยันว่าคนดนตรีรุ่นใหม่สมควรมีพื้นที่เฉพาะของตัวเอง ไม่ใช่แค่เล่นแจมตามงานเทศกาลที่มีอยู่เดิม แต่ได้ขึ้นเวทีที่ออกแบบมาสำหรับการเปิดตัวผลงานครั้งแรก ทั้ง Rocket Stage เวทีหลัก ไปจนถึง 67 UFO Stage และ Satellite Stage ที่เปิดให้วงจากโครงการอีก 30 วงได้ลองจับเวทีจริงในหลากหลายแนวเพลง การที่วงทั้ง 11 วงนำ Original Song ของตัวเองที่พัฒนาระหว่างโครงการมาแสดงสดต่อหน้าผู้ชม แฟนเพลง และคนในอุตสาหกรรม เป็นการดีบิวต์ในแบบ Pre-Debut ที่สมศักดิ์ศรีวงดนตรีรุ่นใหม่ และช่วงท้ายที่มีศิลปินระดับประเทศอย่าง PARADOX และ TILLY BIRDS ขึ้นเป็นหัวหอก ส่งแรงบันดาลใจบนเวทีเดียวกัน ยิ่งตอกย้ำว่ารุ่นพี่กำลังส่งไม้ต่อบนเวทีเดียวกัน ไม่ใช่บนจอมือถือระยะไกล

ทุนสนับสนุนศิลปินและเมนเทอร์มืออาชีพ กลไกเปลี่ยนความฝันให้ทำได้จริง
สิ่งที่โครงการเพลงเยาวชนหลายแห่งยังขาดคือเงินและคน แต่ Talent Fest เลือกจัดการปัญหานี้ตรงไปตรงมา ผ่านทั้งทุนสนับสนุนศิลปินและระบบเมนเทอร์ที่ลงมาดูใกล้ชิด เยาวชนทั้ง 11 วงได้รับทุนต่อยอดเส้นทางรวมหลายแสนบาท ตั้งแต่รางวัล Orbit Outstanding Artist มูลค่า 100,000 บาทสำหรับวง Zinith รางวัล Kinetic Gravity Presence 80,000 บาทของวง The Blue Pillow รางวัล Masterpiece Nebula 50,000 บาทของวง Follow Me และรางวัล Majestic Stella Nova ทุนละ 20,000 บาทอีก 8 ทุน รวมถึงรางวัล Dynamic Galaxy Fan 10,000 บาทของวง Zizters ควบคู่กันคือทีมเมนเทอร์ที่ประกอบด้วยศิลปิน โปรดิวเซอร์ และผู้เชี่ยวชาญชื่อคุ้นหูจำนวนมาก คอยช่วยตั้งแต่คิดตัวตนทางดนตรี วางโรดแมปอาชีพ ไปจนถึงการใช้โซเชียลมีเดียให้ผลงานเดินต่อได้หลังจบโครงการ ทำให้ทุนเงินสดไม่กลายเป็นแค่รางวัล แต่เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นจริงในสตูดิโอและบนเวที

จาก Talent Fest สู่ Talent Ecosystem ระบบนิเวศที่จะอยู่ยาวกว่างานอีเวนต์
จุดที่น่าจับตาที่สุดของโครงการนี้คือการประกาศสร้าง Talent Ecosystem ระบบนิเวศการพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมเยาวชน สถาบันการศึกษา ศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เป้าหมายคือให้ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไม่หลุดหายหลังเวทีปิดไฟ แต่ถูกต่อยอดเป็นผลงาน อาชีพ และมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน การมอบทุนสนับสนุนจึงเป็นมากกว่าพิธีบนเวที เพราะทีมงานประกาศชัดว่าต้องการให้การพัฒนาเยาวชนไม่จบลงพร้อมการฝึกอบรม แต่เดินหน้าต่อทั้งในด้านการผลิตเพลง การพัฒนาศิลปิน และการสร้างผลงานใหม่ การมอง Talent Fest เป็น “จุดปล่อยยาน” จึงไม่ใช่คำเปรียบเทียบสวยหรู แต่เป็นภาพของวงดนตรีรุ่นใหม่ที่เพิ่งปล่อยตัวจากฐานยิง และกำลังเดินทางสู่จักรวาลดนตรีที่ตัวเองมีสิทธิ์เป็นหนึ่งในดวงดาว







