ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ทำไมราคาโทรศัพท์สูงขึ้น แรงกดดันชิป AI กับหน่วยความจำที่คุณมองไม่เห็น

ทำไมราคาโทรศัพท์สูงขึ้น แรงกดดันชิป AI กับหน่วยความจำที่คุณมองไม่เห็น
ความสนใจ|การเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือ

ราคาโทรศัพท์สูงขึ้นคืออะไร และเกี่ยวอะไรกับชิป AI

ราคาโทรศัพท์สูงขึ้น คือแนวโน้มที่สมาร์ตโฟนระดับเรือธงและรุ่นกลางถูกปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากต้นทุนส่วนประกอบสำคัญอย่างหน่วยความจำ DRAM และชิปแฟลช NAND รวมถึงชิปประมวลผล AI มีราคาสูงขึ้นจากความต้องการทั่วโลก ผู้ผลิตจึงผลักต้นทุนไปยังผู้บริโภค ทำให้ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าปรับราคาแพงขึ้นต่อรุ่นและต่อเจเนอเรชันโดยไม่มีท่าทีว่าจะกลับลงเท่าเดิมในระยะสั้น

หัวใจของเรื่องนี้คือห่วงโซ่อุปทานหน่วยความจำที่กำลังถูกชิป AI แย่งทรัพยากรไป ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ รวมถึงซัมซุง หันไปโฟกัสหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่าง HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ทำกำไรได้มากกว่า แทนที่จะเพิ่มกำลังผลิต LPDDR สำหรับสมาร์ตโฟน เมื่อของหายากแต่คนต้องใช้ ราคา DRAM และ NAND จึงถูกดันขึ้น และตามมาด้วยราคาโทรศัพท์ที่สูงขึ้นในทุกระดับ

ทำไมราคาโทรศัพท์สูงขึ้น แรงกดดันชิป AI กับหน่วยความจำที่คุณมองไม่เห็น

ค่า DRAM NAND เพิ่มเพราะชิป AI และผลต่อผู้ผลิตมือถือ

ซัมซุงกำลังใช้จังหวะที่กำลังการผลิตหน่วยความจำแน่นไปจนยาวนาน เพื่อปรับขึ้นราคาขาย DRAM และชิปแฟลช NAND สำหรับสมาร์ตโฟนในอัตรา 7–10 เปอร์เซ็นต์ โดยเริ่มเจรจากับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจากจีนก่อน และเตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับ Apple ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ประโยคที่ควรจำไว้คือ “Samsung มีแผนขึ้นราคา DRAM และ NAND สำหรับสมาร์ตโฟน 7–10%”

สาเหตุไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่เป็นการเลือกไล่ตามกำไรสูง ปัจจุบันทั้งซัมซุง SK Hynix และ Micron ทำกำไรมากจากหน่วยความจำอัตรากำไรสูง เช่น HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ทำให้โรงงานผลิตให้ความสำคัญกับหน่วยความจำกลุ่มนี้มากกว่า LPDDR ที่ใช้ในสมาร์ตโฟน ผลคืออุปทานหน่วยความจำมือถือถูกบีบ ต้นทุนต่อชิปสูงขึ้น ผู้ผลิตมือถือจึงแทบไม่มีทางเลือก นอกจากผลักภาระไปยังราคาเครื่องที่ผู้ใช้ต้องจ่าย

ทำไมราคาโทรศัพท์สูงขึ้น แรงกดดันชิป AI กับหน่วยความจำที่คุณมองไม่เห็น

Samsung Galaxy ราคาขึ้นทั้งรุ่นปัจจุบันและรุ่นถัดไป

เมื่อค่า DRAM NAND เพิ่ม ราคาโทรศัพท์ระดับเรือธงก็ไม่อาจนิ่ง นักวิเคราะห์ระบุว่าราคาในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Galaxy โดยเฉลี่ยพุ่งขึ้นราว 15 เปอร์เซ็นต์ภายในปีเดียว แถมข่าวลือล่าสุดยังชี้ว่าซัมซุงเตรียมขึ้นราคา Galaxy S26 Series โดยจะปรับขึ้นราคาในวันประกาศหนึ่งครั้ง ทุกรุ่นและทุกตัวเลือกความจุถูกปรับเพิ่มจำนวนเงินเท่ากัน ทั้งหมดสะท้อนว่า Samsung Galaxy ราคา ใหม่ไม่ได้ขยับขึ้นแค่หลักเล็กน้อย แต่เป็นการรีเซ็ตราคาชุดใหญ่

สิ่งที่น่ากังววลกว่าคือรุ่นถัดไปในสายเรือธง รายงานจากห่วงโซ่อุตสาหกรรมระบุว่า Galaxy S27 Ultra มีความเสี่ยงจะกลายเป็น Galaxy Ultra ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีการประเมินว่าต้นทุนชิ้นส่วนหลักอย่างชิปประมวลผลและหน่วยความจำสำหรับ Galaxy S27 Ultra เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีการคาดการณ์ว่า Galaxy S27 Ultra จะแพงกว่ารุ่น Galaxy S26 Ultra ประมาณหนึ่งช่วงราคา แนวโน้มนี้บอกชัดว่าราคาโทรศัพท์สูงขึ้นกำลังเป็นฐานใหม่ของตลาดเรือธง

ทำไมราคาโทรศัพท์สูงขึ้น แรงกดดันชิป AI กับหน่วยความจำที่คุณมองไม่เห็น

Galaxy S26 และ S27 จะต่างจากเดิมแค่สเปก หรือราคาก็หนีไม่พ้น

ซัมซุงกำลังเล่นเกมยากระหว่างการอัปเกรดเทคโนโลยีและการคุมต้นทุน Galaxy S27 Ultra ถูกคาดว่าจะใช้ RAM มาตรฐานใหม่ LPDDR6 ในขณะที่ Galaxy S27 และ S27 Plus อาจยังใช้ LPDDR5X เพื่อประคองต้นทุน มีรายงานด้วยว่าซัมซุงกำลังทดสอบหน่วยความจำ LPDDR5X จาก Micron สำหรับซีรีส์ Galaxy S27 หลังจากเคยชะลอการใช้งานไว้ในรุ่นก่อน สะท้อนความตึงตัวของซัพพลายหน่วยความจำจนต้องเปิดทางให้คู่แข่งเข้ามาแบ่งภาระ

ด้าน Galaxy S26 Series เองก็ไม่รอดกระแสขึ้นราคา มีข่าวลือว่าซัมซุงจะประกาศขึ้นราคา Galaxy S26 Series หลังทำตลาดไประยะหนึ่ง โดยให้เหตุผลจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้นทุนหน่วยความจำสำหรับสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และถูกประเมินว่าราคาชิปหน่วยความจำโดยรวมพุ่งขึ้นถึง 300 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อโครงสร้างต้นทุนเปลี่ยนไปขนาดนี้ การหวังให้ Samsung Galaxy ราคา อยู่ระดับเดิมแทบเป็นไปไม่ได้

ทำไมผู้ใช้ทุกค่ายต้องเตรียมรับสมาร์ตโฟนเรือธงแพงขึ้น

แม้จะโฟกัสที่ซัมซุง แต่แรงกระแทกครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่แบรนด์เดียว เมื่อผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่พร้อมใจกันดันราคาขึ้น และหันกำลังการผลิตไปสู่หน่วยความจำสำหรับชิป AI และเซิร์ฟเวอร์ ตลาดสมาร์ตโฟนทั้งหมดจึงต้องรับต้นทุนใหม่เหมือนกัน รายงานหนึ่งชี้ว่าตลาดโทรศัพท์อยู่ในช่วงขาลง โดยยอดขายมีแนวโน้มลดลงราว 16.7 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 200 ล้านเครื่องเมื่อเทียบปีต่อปี ยิ่งยอดขายชะลอ ผู้ผลิตก็ยิ่งไม่อยากลดราคา เพราะต้องรักษากำไรต่อเครื่องไว้

ในด้านต้นทุน Omdia คาดว่าราคา DRAM และ NAND จะยังอยู่ในระดับสูงไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2027 และให้ข้อมูลว่าต้นทุน RAM และพื้นที่จัดเก็บสำหรับสมาร์ตโฟนความจุ 8GB 256GB อาจเพิ่มจาก 35 ดอลลาร์ในไตรมาสสาม เป็น 144 ดอลลาร์ในปลายปีตามประมาณการ เมื่อฐานต้นทุนหน่วยความจำขยับสูงขึ้นยาวนาน ผู้บริโภคควรตั้งใจกับข้อเท็จจริงว่าโทรศัพท์เรือธงรอบหน้าจะแพงขึ้นอีกหนึ่งขั้น และแนวโน้มนี้จะไม่หายไปง่ายๆ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!