ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย DxO และ Adobe

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย DxO และ Adobe
ความสนใจ|ซอฟต์แวร์คุณภาพดี

AI เข้ามาเปลี่ยนงานแก้ไขภาพ RAW จากงานหนักเป็นงานคิด

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI คือกระบวนการประมวลผลไฟล์ภาพต้นฉบับโดยใช้ระบบเรียนรู้ของเครื่องเพื่อช่วยสร้างมาสก์ เลือกพื้นที่ และจัดการรายละเอียดซ้ำๆ เช่นการลบฝุ่น หรือตัดแบ่งระยะลึกในภาพ ทำให้ช่างภาพใช้เวลาน้อยลงกับงานลงมือทีละจุด และมีเวลามากขึ้นกับการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ด้านโทน สี และแสง แกนหลักคือให้คอมพิวเตอร์ช่วยเตรียมฉาก แล้วปล่อยให้คนเป็นผู้กำกับภาพตามสายตาและรสนิยมของตัวเอง หัวใจของข่าวนี้คือสองผู้เล่นใหญ่ในโลก RAW คือ DxO PhotoLab 10 และ Adobe Camera Raw ที่ต่างเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อเร่งเวิร์กโฟลว์ DxO PhotoLab 10 เพิ่มชุดเครื่องมือ AI และ Depth Mask ภาพถ่ายเพื่อให้การประมวลผล RAW เร็วขึ้นโดยไม่ลดทอนการควบคุมงานสร้างสรรค์ของช่างภาพ ส่วน Adobe Camera Raw เวอร์ชัน 18.6 เพิ่มเอฟเฟกต์ Glow ในแผง Effects ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับสร้าง Mood ภาพที่ล้ำกว่าการปรับค่าแบบเดิม จุดร่วมสำคัญคือ AI ไม่ได้มาแทนช่างภาพ แต่มาเป็นผู้ช่วยให้การตัดสินใจทางศิลปะคมชัดขึ้นและเร็วขึ้น

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย DxO และ Adobe

DxO PhotoLab 10 แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เน้นประหยัดเวลาโดยยังคุมงานละเอียดได้

DxO PhotoLab 10 แสดงภาพชัดเจนว่า AI สามารถลดงานรูทีนในขั้นตอนแก้ไขภาพ RAW ได้มากแค่ไหนโดยไม่ทำให้ช่างภาพเสียอิสระในการสร้างสรรค์ โปรแกรมนี้เพิ่มเครื่องมือใหม่หลายอย่างตั้งแต่ลบฝุ่นอัตโนมัติ AI Masks ไปจนถึง Depth Mask ภาพถ่าย ซึ่งทั้งหมดออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนตั้งค่าที่ซ้ำซ้อน และย้ายเวลาไปอยู่กับการปรับแสง สี และคอนทราสต์ที่เป็นหัวใจงานภาพแทน Automatic dust removal ช่วยจัดการจุดฝุ่นจำนวนมากบนเซ็นเซอร์หรือเลนส์ให้หมดไปในคลิกเดียว ทำให้ไม่ต้องนั่งไล่ Clone ทีละจุดในภาพ โดยเฉพาะไฟล์ RAW จากงานท่องเที่ยวหรือถ่ายกลางทะเลทรายที่ฝุ่นขึ้นเต็มเฟรม ส่วน Color Grading ก็รวมการปรับสีในเงา มิดโทน ไฮไลต์ และสีรวมไว้ในหน้าต่างเดียว ช่างภาพจึงมอง Mood สีของภาพได้ครบในครั้งเดียว ลดการวนกลับไปมาระหว่างเมนูย่อย มีประโยคหนึ่งที่สะท้อนแนวคิดของ DxO ได้ดีว่า “เครื่องมือใหม่หลายตัวใน DxO PhotoLab 10 ลดการตั้งค่าซ้ำๆ ที่มักดึงเวลาออกจากการตัดสินใจสร้างสรรค์ในการแก้ไขภาพ” นี่คือทิศทางที่ชัดว่า AI ถูกใช้เพื่อคืนเวลาให้สมอง มากกว่าเอามาแทนสายตา

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย DxO และ Adobe

Depth Mask และ AI Masks: คุมพื้นที่ภาพด้วยระยะลึกและใบหน้าแทนการระบายมาสก์เอง

จุดที่ทำให้ DxO PhotoLab 10 โดดเด่นในงานแก้ไขภาพ RAW ด้วย AI คือความสามารถในการเลือกพื้นที่ได้อย่างชาญฉลาดทั้งจากตัวแบบและจากระยะลึกของฉาก Depth Masks ใน PhotoLab 10 สามารถเลือกพื้นที่ตามระยะห่างจากกล้อง โดยสร้างแผนที่ระยะลึกเพื่อระบุส่วนใดใกล้หรือไกลเลนส์ โดยไม่ต้องอาศัยข้อมูล depth ที่ฝังอยู่ในไฟล์เลย ผลคือช่างภาพสามารถใช้มาสก์เดียวแก้ไของค์ประกอบหลากหลายที่อยู่ในระยะเดียวกัน ทั้งถนน ต้นไม้ และภูเขาในฉากหลัง โดยไม่ต้องระบายทีละชิ้น นอกจาก Depth Mask ภาพถ่ายแล้ว AI Masks ยังถูกขยายความสามารถให้ระบุคนแต่ละคนในภาพได้ ไม่ใช่ถือว่าทั้งกลุ่มเป็นวัตถุเดียวอีกต่อไป ช่างภาพสามารถเลือกคนทั้งหมด เลือกเฉพาะคนที่ต้องการปรับ หรือให้โปรแกรมสร้างมาสก์แยกเป็นรายบุคคลในครั้งเดียว พร้อมทั้ง Face segmentation ที่แบ่งใบหน้าออกเป็นผิวหน้า ดวงตา ฟัน ริมฝีปาก และหนวดเครา ทำให้การปรับแต่งผิวหรือดวงตาไม่ต้องนั่งวาดกรอบมือเอง และที่สำคัญคือทุกฟีเจอร์ AI ทำงานบนฮาร์ดแวร์ของผู้ใช้แบบออฟไลน์ จึงแก้ไขภาพได้แม้กำลังอยู่บนเครื่องบินหรือในโรงแรมที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่นิ่ง ภาพรวมคือ DxO ผลัก AI ไปทำงานหนักในการคัดเลือกและสร้างมาสก์ ขณะที่ตัวช่างภาพยังเป็นคนกำหนดว่าจะใช้มาสก์นั้นปรับโทนอย่างไร โดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกให้ระบบอัตโนมัติควบคุมทิศทางภาพ

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย DxO และ Adobe

Adobe Camera Raw กับ Glow: เติมมิติความฝันให้ RAW โดยไม่ทิ้งเวิร์กโฟลว์แบบเดิม

ในอีกด้านหนึ่ง Adobe Camera Raw เลือกทางที่ต่างออกไปเล็กน้อย โดยใช้ฟีเจอร์ใหม่ Glow เป็นตัวเสริมความคิดสร้างสรรค์มากกว่าลดงานรูทีน Adobe Camera Raw 18.6 มาพร้อม Glow ในแผง Effects ซึ่งอยู่คู่กับสไลเดอร์ Texture Clarity Dehaze Vignette และ Grain ทำให้ช่างภาพสามารถใส่เอฟเฟกต์แนว Orton หรือ Filmlike halation ลงใน RAW ได้ในขั้นต้นของเวิร์กโฟลว์ แทนที่จะต้องไปทำในเลเยอร์ซับซ้อนภายหลัง Glow มีสไลเดอร์หลักสำหรับปริมาณเอฟเฟกต์ และตัวเลือกย่อย Range Spread และ Warmth ที่ควบคุมว่ากลุ่มโทนไหนจะได้รับผล กระจายไกลแค่ไหน และโทน Glow จะออกโทนเย็นหรืออุ่น นอกจากนี้ยังมีเมนู Style ให้เลือก Diffusion Bloom หรือ Halation เพื่อปรับบุคลิกของ Glow ให้เหมาะกับภาพ ตรงนี้ทำให้ Adobe Camera Raw กลายเป็นจุดที่ช่างภาพสามารถตัดสินใจ Mood ภาพได้ตั้งแต่ต้น โดยไม่เปลี่ยนวิธีคิดหลักของเวิร์กโฟลว์ RAW เลย แค่เพิ่มสไลเดอร์อีกชุดให้เล่น ฟีเจอร์นี้ยังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Glow ตอนนี้ใช้ได้เฉพาะใน Adobe Camera Raw ภายใน Photoshop แต่มีความเห็นชัดว่ามีโอกาสสูงที่จะถูกนำเข้า Lightroom ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งหมายความว่าเวิร์กโฟลว์ของช่างภาพที่ทำงานทั้งบน Photoshop และ Lightroom จะสามารถใช้ Glow ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องสลับโปรแกรมไปมา

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย DxO และ Adobe

AI เร่งงานแต่ไม่แตะศิลปะ: เลือกเครื่องมือให้เข้ากับสไตล์และเวลาในชีวิตจริง

เมื่อดูควบคู่กัน DxO PhotoLab 10 กับ Adobe Camera Raw สะท้อนภาพเดียวกันว่า AI และเครื่องมือสมัยใหม่ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเร็วและความแม่นยำในเวิร์กโฟลว์แก้ไขภาพ RAW ไม่ใช่เพื่อแทนที่สายตาช่างภาพ ด้าน DxO เครื่องมืออย่าง Automatic dust removal AI Masks และ Depth Mask ภาพถ่ายช่วยลดขั้นตอนเตรียมมาสก์ที่ซ้ำๆ และให้ช่างภาพโฟกัสพลังไปกับการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น ส่วน Color Grading ก็ทำให้การควบคุมโทนสีทั้งภาพอยู่ในมุมมองเดียว ลดการลื่นไถลไปกับการจูนค่าเล็กน้อยที่กินเวลา Adobe Camera Raw แม้จะไม่ได้พึ่ง AI หนักในส่วนมาสก์ แต่ Glow กลายเป็นเครื่องมือที่เชื่อมเวิร์กโฟลว์ดั้งเดิมกับการควบคุม Mood แบบใหม่ที่ละเอียด ช่างภาพจำนวนมากพบว่าการใช้ Glow เบาๆ ให้ผลดีในการเพิ่มความฝันให้กับภาพภูมิทัศน์และภาพคน โดยมีคำแนะนำว่าควรใช้ด้วยน้ำหนักที่เบา เพราะเอฟเฟกต์ประเภทนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกภาพ และหากใช้หนักเกินไปจะดูหลอกตา ประเด็นสำคัญคือทั้งสองเครื่องมือทำให้การแก้ไขภาพ RAW ด้วย AI และเอฟเฟกต์สมัยใหม่กลายเป็นงานคิดมากกว่างานมือ ช่างภาพมืออาชีพสามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการให้คอมพิวเตอร์ช่วยในขั้นตอนไหน เพื่อให้ตัวเองมีเวลาตรวจภาพ เลือกช็อต และคิดแนวทางภาพซีรีส์มากขึ้น เวลาที่เคยเสียให้กับการลบฝุ่นหรือวาดมาสก์ตอนนี้ถูกส่งคืนให้กับสมองและสายตา ซึ่งน่าจะเป็นการลงทุนที่มีค่าที่สุดในเวิร์กโฟลว์ภาพของมืออาชีพยุคนี้

แก้ไขภาพ RAW ด้วย AI เร็วขึ้นครึ่งหนึ่งด้วย DxO และ Adobe

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม บทความนี้สร้างขึ้นด้วย AI จากแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่และข้อมูลสินค้า

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!