ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Bluesound จับมือ Apple Music สตรีมเนทีฟแบบ lossless ตรงสู่ชุด hi-fi

Bluesound จับมือ Apple Music สตรีมเนทีฟแบบ lossless ตรงสู่ชุด hi-fi
ความสนใจ|ฟังเพลง

Bluesound Apple Music คืออะไร และทำไมการสตรีมเนทีฟถึงสำคัญ

Bluesound Apple Music คือการที่บริการสตรีมเพลง Apple Music ถูกผสานเข้าในแพลตฟอร์ม BluOS ของลำโพงและอุปกรณ์ hi-fi ทำให้สามารถสตรีมเพลงโดยตรงจากอินเทอร์เน็ตเข้าสู่เครื่องเล่นโดยไม่ต้องผ่านโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ช่วยลดการบีบอัดสัญญาณและลดภาระอุปกรณ์พกพา เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับ lossless บนระบบเสียงภายในบ้านที่รองรับการเล่นหลายห้องพร้อมกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ BluOS ได้รับ BluOS update แบบฟรีที่เพิ่มการเชื่อมต่อ Apple Music แบบเนทีฟเข้าไปในระบบ ทำให้ผู้สมัครสมาชิก Apple Music สามารถสตรีมตรงไปยังลำโพง Bluesound และอุปกรณ์ hi-fi ที่รองรับได้โดยไม่ต้องส่งเสียงผ่าน AirPlay 2 อีกต่อไป การอัปเดตนี้เปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม และผู้ใช้เพียงอัปเดตซอฟต์แวร์ BluOS บนอุปกรณ์ของตนก็จะเห็น Apple Music ปรากฏในแอป BluOS Controller เพื่อเลือกเล่นเพลงได้ทันที

มุมมองสำคัญคือ การสตรีมแบบ native streaming lossless ไม่ใช่เรื่องของความเนิร์ดด้านเสียงเท่านั้น แต่เป็นการปลดล็อกศักยภาพของลำโพง hi-fi speakers Apple Music ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ เมื่อเสียงถูกส่งตรงจากบริการสตรีมเข้าสู่อุปกรณ์โดยตรงโดยไม่มีการบีบอัดเพิ่มเติมจาก AirPlay หรือ Bluetooth คุณภาพเสียงที่ได้ย่อมใกล้เคียงต้นฉบับมากกว่าอย่างชัดเจน

Bluesound จับมือ Apple Music สตรีมเนทีฟแบบ lossless ตรงสู่ชุด hi-fi

จาก AirPlay สู่การสตรีมเนทีฟ ทำไมผู้ใช้ทั่วไปถึงได้ประโยชน์เต็ม ๆ

ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ Apple Music ที่มีลำโพง Bluesound ต้องพึ่ง AirPlay 2 หรือ Bluetooth ในการส่งเสียงจาก iPhone หรือ iPad ไปยังลำโพง ซึ่งหมายความว่าเสียงถูกส่งผ่านอุปกรณ์พกพาและมีการบีบอัดตามข้อจำกัดของโปรโตคอลเหล่านั้น ตอนนี้เมื่อ Apple Music ถูกผสานเข้าใน BluOS โดยตรง อุปกรณ์ BluOS จะเป็นผู้ดึงสตรีมเพลงเองหลังจากผู้ใช้ล็อกอินในแอป BluOS Controller ทำให้โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตไม่ต้องรับภาระการสตรีมอีกต่อไป

ผลลัพธ์ในชีวิตจริงคือ ผู้ใช้สามารถฟังเพลงแบบ native streaming lossless ได้ต่อเนื่องแม้จะหยิบโทรศัพท์ไปทำอย่างอื่น ปิดหน้าจอ หรือออกจากบ้าน เสียงยังเล่นต่อบนระบบ hi-fi speakers Apple Music ของบ้านเหมือนเครื่องเล่นเพลงสแตนด์อโลน นอกจากนี้ยังลดปัญหาแจ้งเตือนเด้งมาทับเพลงหรือเสียงสะดุดเมื่อสัญญาณ Wi‑Fi บนโทรศัพท์ไม่เสถียร เพราะการสตรีมย้ายไปอยู่ที่อุปกรณ์ BluOS โดยตรง

อีกจุดที่เปลี่ยนประสบการณ์คือการฟังเพลงหลายห้อง ผู้ใช้สามารถจัดกลุ่มอุปกรณ์ BluOS หลายตัวให้เล่นเพลงเดียวกัน หรือเลือกเพลงต่างกันในแต่ละห้องผ่านแอป BluOS Controller ได้อย่างยืดหยุ่น นี่คือสิ่งที่ระบบ multi-room ที่ดีควรทำได้ และการมี Apple Music อยู่ในระบบเดียวกับบริการอื่นอย่าง Spotify หรือ TIDAL ทำให้ BluOS กลายเป็นศูนย์กลางเสียงภายในบ้านที่ครบเครื่องมากขึ้น

BluOS update ฟรีที่ขยายไปไกลกว่าแบรนด์ Bluesound

แม้หัวข้อจะพูดถึง Bluesound Apple Music แต่ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ลำโพง Bluesound เท่านั้น เพราะ BluOS เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ในอุปกรณ์เสียงของหลายแบรนด์ เช่น NAD Electronics PSB Speakers DALI Cyrus และ Monitor Audio การอัปเดต BluOS ครั้งนี้จึงทำให้ Apple Music ถูกผสานเข้าในอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ใช้ทำ BluOS update แบบฟรีก็จะได้ฟีเจอร์เดียวกันทันที

กล่าวอีกแบบคือ หากคุณมีชุด hi-fi อยู่แล้วและใช้ตัวสตรีมที่รองรับ BluOS คุณจะได้การรองรับ Apple Music แบบเนทีฟโดยไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่ การที่ BluOS รองรับ Apple Music แบบเต็มรูปแบบเหมือนกับ Spotify และ TIDAL แสดงให้เห็นว่าบริการนี้ไม่ได้เป็นเพียงส่วนเสริมผ่าน AirPlay 2 แต่กลายเป็นแหล่งสัญญาณหลักในระบบเสียงของบ้านได้อย่างแท้จริง

การอัปเดตนี้เปิดให้ใช้งานวันที่ 20 ตุลาคม ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ BluOS ฟรีบนอุปกรณ์ที่รองรับ และยังคงเปิดให้ใช้ AirPlay 2 ควบคู่กันไปสำหรับผู้ที่ยังต้องการส่งเสียงจากแอป Apple Music บนอุปกรณ์ iOS โดยตรง มุมมองหนึ่งที่น่าสังเกตคือ ผู้ผลิตเลือกให้ผู้ใช้มีตัวเลือกทั้งสองแบบ ไม่ได้บังคับให้เปลี่ยนวิธีใช้งาน แต่เพิ่มทางเลือกคุณภาพสูงเข้ามาแทน

Bluesound กลายเป็นคู่แข่ง Sonos ที่จริงจังสำหรับสาย Apple Music

ในโลกของระบบเสียง multi-room ถ้าพูดถึงการสตรีม Apple Music แบบเนทีฟบนอุปกรณ์หลายห้อง ตัวเลือกหลักในตลาดเคยแทบจะมีเพียงระบบเดียวเท่านั้น การที่ Bluesound และ BluOS ได้รับการผสาน Apple Music แบบเต็มรูปแบบจึงเปลี่ยนสมดุลการแข่งขันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อ Bluesound ถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่เน้นคุณภาพเสียงสำหรับนักฟังระดับ audiophile อยู่แล้ว การเพิ่ม Apple Music เข้าไปทำให้แพลตฟอร์มนี้มีเสน่ห์มากขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทั้งความสะดวกและคุณภาพเสียงสูง

บริบทที่น่าสนใจคือ เมื่อระบบคู่แข่งรายใหญ่เคยประสบปัญหาซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่ในปี 2024 ทำให้ผู้ใช้จำนวนหนึ่งมองหาทางเลือกใหม่ และชื่อที่ถูกพูดถึงมากคือ Bluesound กับ WiiM แต่ WiiM กลับมีความสัมพันธ์ที่แปลกกับ Apple เพราะอุปกรณ์หลายรุ่นไม่รองรับ Apple Music แบบเนทีฟ และบางรุ่นไม่รองรับ AirPlay เลยด้วยซ้ำ การที่ Bluesound ได้ Apple Music แบบเนทีฟจึงกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในสายตาผู้ใช้ Apple

คำกล่าวที่สะท้อนภาพรวมได้ดีคือ การผสาน Apple Music ครั้งนี้เป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่ของ Bluesound ในฐานะคู่แข่งหลักของระบบเสียง multi-room รายเดิม” สำหรับผู้ใช้ Apple Music ที่ต้องการระบบ hi-fi speakers Apple Music ระดับบ้านทั้งหลัง การมีตัวเลือกที่ไม่ผูกขาดอยู่กับแบรนด์เดียวอีกต่อไปคือข่าวดีอย่างแท้จริง และยังเป็นแรงกดดันให้ทั้งตลาดต้องยกระดับคุณภาพและประสบการณ์ใช้งานตามไปด้วย

ข้อสรุปสำหรับสาย hi-fi: เลิกผูกชีวิตเสียงกับ AirPlay ได้เสียที

เมื่อมองภาพรวม การที่ BluOS รองรับ Bluesound Apple Music แบบเนทีฟคือการเปลี่ยนเกมสำหรับคนที่ลงทุนกับระบบเสียง hi-fi ภายในบ้านมานาน เพราะมันทำให้ลำโพงและอุปกรณ์ที่มีอยู่กลายเป็นเครื่องเล่นสตรีมเพลงยุคใหม่ที่รองรับ native streaming lossless โดยไม่ต้องพึ่ง AirPlay หรือ Bluetooth อีกต่อไป

ในเชิงประสบการณ์ ผู้ใช้ได้ทั้งคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น ความสะดวกในการควบคุมหลายห้อง และอิสระจากการต้องเปิดหน้าจอมือถือค้างไว้เพื่อฟังเพลงยาว ๆ หากคุณเป็นสมาชิก Apple Music และกำลังมองหาระบบเสียงบ้านที่ไม่ล็อกอยู่กับแบรนด์เดียว การมองไปที่ลำโพง Bluesound หรืออุปกรณ์ที่ใช้ BluOS จากแบรนด์อย่าง DALI Cyrus หรือ Monitor Audio อาจเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลกว่าที่เคย

ในมุมความคิดเห็น การอัปเดตครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าโลกของ hi-fi speakers Apple Music กำลังก้าวออกจากยุคที่บริการสตรีมเพลงผูกขาดกับฮาร์ดแวร์เพียงไม่กี่ราย ผู้ใช้มีสิทธิเลือกมากขึ้น และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ก็ต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพเสียง ฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ และความเปิดกว้างต่อบริการสตรีม ไม่ใช่ด้วยการปิดกั้นทางเลือกของผู้ฟัง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!