คนทำงานใช้ AI เก่ง แต่อองค์กรยังสร้างทักษะไม่ทัน

คนทำงานใช้ AI เก่ง แต่อองค์กรยังสร้างทักษะไม่ทัน
ความสนใจ|อุปกรณ์ช่วยงานออฟฟิศ

เมื่อการใช้ AI วิ่งแซงการสร้างทักษะ

ช่องว่างทักษะ AI คือภาวะที่คนทำงานสามารถใช้เครื่องมือ AI ได้อย่างแพร่หลายและรวดเร็ว แต่องค์กรและบุคลากรยังขาดทักษะการคิดวิเคราะห์และระบบสนับสนุนที่สอดรับ ทำให้ศักยภาพของเทคโนโลยีไม่ถูกเปลี่ยนเป็นประสิทธิภาพการทำงานและขีดความสามารถขององค์กรอย่างแท้จริง. รายงาน Work Trend Index 2026 ซึ่งเก็บข้อมูลจากการใช้งานจริงบน Microsoft 365 และสำรวจคนทำงาน 20,000 คนใน 10 ประเทศ แสดงภาพชัดว่าเราอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของ การใช้ AI ในองค์กร แต่การสร้างทักษะและการปรับตัวองค์กรกลับเดินช้ากว่าความเร็วของเครื่องมืออย่างน่าเป็นห่วง.

ตัวเลขหนึ่งที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงคือ 49% ของผู้ใช้ Microsoft Copilot ทั่วโลกนำ AI มาใช้ช่วยคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจ ไม่ได้ใช้แค่ค้นหาข้อมูลอีกต่อไป. งานที่ใช้ AI มากที่สุดคือการช่วยแก้ปัญหาและตัดสินใจในงานที่มีความสำคัญสูงคิดเป็น 28%. ตัวเลขเหล่านี้บอกชัดว่า AI กำลังกลายเป็น “คู่คิด” ไม่ใช่แค่ “เครื่องมือ” แต่คำถามสำคัญคือ องค์กรพร้อมแค่ไหนในการเปลี่ยนวิธีทำงานให้รองรับบทบาทใหม่ของ AI อย่างจริงจัง.

คนทำงานใช้ AI เก่ง แต่อองค์กรยังสร้างทักษะไม่ทัน

คนใช้ AI ล้ำหน้า แต่ทักษะการวิเคราะห์ยังล้าหลัง

ข้อมูลจากรายงานเดียวกันระบุว่าคนทำงานกลุ่มที่ใช้ AI ขั้นสูง หรือ Frontier Professionals มีสัดส่วนถึง 32% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงเท่าตัว. นี่คือสัญญาณว่าคนทำงานพร้อมทดลอง ใช้เครื่องมือใหม่ และผลักดัน การใช้ AI ในองค์กร ไปไกลกว่าที่ฝ่ายบริหารหลายแห่งคาดคิด. 89% ใช้ผลลัพธ์จาก AI เป็นสารตั้งต้นเพื่อต่อยอดแนวคิดของตัวเอง และ 86% ของกลุ่ม Frontier Professionals บอกว่า AI ช่วยสร้างงานรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน.

แต่ในอีกด้าน ช่องว่างทักษะ AI ด้านการคิดวิเคราะห์และการควบคุมคุณภาพกลับกว้างขึ้น. มีเพียง 53% ที่มองว่าทักษะการเช็กคุณภาพคำตอบของ AI สำคัญขึ้นเรื่อยๆ ต่ำกว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ระดับ 60%. ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือมีเพียง 45% ที่เห็นว่าทักษะการคิดวิเคราะห์สำคัญต่อการทำงานร่วมกับ AI ซึ่งรั้งอันดับท้ายสุดของภูมิภาค ขณะที่บางประเทศแตะถึง 62–65%. เมื่อเครื่องมือก้าวไปข้างหน้า แต่ความสำคัญของทักษะการวิเคราะห์กลับถูกมองข้าม เราจึงเสี่ยงเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นแค่ “ผู้ช่วยทำงานเดิมๆ ให้เร็วขึ้น” ไม่ใช่เครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลง.

คนทำงานใช้ AI เก่ง แต่อองค์กรยังสร้างทักษะไม่ทัน

Transformation Paradox: เมื่อระบบงานไม่เดินตามคน

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่เพียง ช่องว่างทักษะ AI ระหว่างคนกับเครื่องมือ แต่คือช่องว่างระหว่างคนกับระบบงานที่รายงานเรียกว่า Transformation Paradox. คนทำงานพร้อมใช้ AI แต่โครงสร้างองค์กร วัฒนธรรม และเวิร์กโฟลว์ยังติดอยู่กับวิธีเดิม. ข้อมูลชี้ว่าปัจจัยระดับองค์กรอย่างวัฒนธรรม การสนับสนุนของหัวหน้างาน และการพัฒนาบุคลากร ส่งผลต่อความสำเร็จของ AI มากกว่าปัจจัยรายบุคคลถึงสองเท่า แต่หลายองค์กรกลับยังไม่กล้าปรับกระบวนการทำงานจริง.

หนึ่งในความย้อนแย้งที่ชัดเจน คือ 51% ของคนทำงานมองว่าผู้บริหารมีทิศทางด้าน AI ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% แต่มีเพียงประมาณหนึ่งในสามของผู้บริหารที่พร้อมสนับสนุนให้พนักงานทดลองรูปแบบใหม่แม้ยังไม่เห็นผลลัพธ์ทันที. ขณะเดียวกัน 85% ของคนทำงานกังวลว่าจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน แต่ 60% ยังเลือกใช้ AI แค่ช่วยงานแบบเดิม เพราะองค์กรไม่มีแผนรองรับการเปลี่ยนกระบวนการทำงาน. ผลคือ นวัตกรรมจำนวนมากหยุดอยู่ที่ระดับบุคคล ไม่ถูกแปลงเป็นความรู้ของทั้งองค์กร.

คนทำงานใช้ AI เก่ง แต่อองค์กรยังสร้างทักษะไม่ทัน

จากการทดลองส่วนตัวสู่ Owned Intelligence ขององค์กร

รายงานเสนอว่า หากองค์กรต้องการปิดช่องว่างระหว่าง การใช้ AI ในองค์กร กับการสร้างขีดความสามารถ ต้องเปลี่ยนการทดลองของพนักงานให้กลายเป็น Owned Intelligence หรือองค์ความรู้ที่เป็นขององค์กรเอง. ปัจจุบันแม้หัวหน้างาน 8 ใน 10 คนเปิดกว้างให้ทีมทดลองใช้ AI ออกแบบวิธีทำงานใหม่ แต่มีเพียง 2 ใน 10 ทีมที่นำผลสำเร็จเหล่านั้นมาบันทึกเป็นขั้นตอนมาตรฐาน. นั่นหมายความว่าเวิร์กโฟลว์ที่ดีจำนวนมากยังติดอยู่กับตัวบุคคล ไม่ถูกต่อยอดให้คนทั้งองค์กรใช้.

แนวคิด Human Agency ที่เสนอให้ใช้ AI Agent จัดการงานปฏิบัติการ ขณะที่พนักงานทำหน้าที่กำกับ คิดวิเคราะห์ และควบคุมคุณภาพ เป็นทิศทางที่น่าสนใจ เพราะไม่ทำให้คนกลายเป็น “ผู้กดปุ่ม” แต่เลื่อนบทบาทให้เป็นผู้ออกแบบและตรวจสอบระบบ. อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้จะไม่เกิดผล ถ้าองค์กรไม่จัดเวลาจริง ทรัพยากรจริง และระบบบันทึกความรู้จริง ให้การทดลองด้วย AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้องาน ไม่ใช่กิจกรรมเสริมที่ทำเมื่อมีเวลาเหลือ.

คนทำงานใช้ AI เก่ง แต่อองค์กรยังสร้างทักษะไม่ทัน

ปิดบทเรียน: AI จะมีค่าแค่ไหน ขึ้นกับทักษะและการปรับตัวองค์กร

บทสรุปสำคัญจากรายงาน Work Trend Index 2026 คือ AI ไม่ได้ขาด “ผู้ใช้” แต่ขาด “ระบบที่ทำให้การใช้มีความหมาย”. เมื่อ 49% ของคนทำงานทั่วโลกใช้ AI เพื่อคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจแล้ว การถกเถียงว่า “ควรใช้หรือไม่” แทบหมดความสำคัญ สิ่งที่ควรถามคือ องค์กรจะปิด ช่องว่างทักษะ AI และปรับโครงสร้างการทำงานอย่างไรให้สอดรับ.

หากยังปล่อยให้เครื่องมือวิ่งนำ ทักษะการวิเคราะห์ และการปรับตัวองค์กรเดินตามแบบเชื่องช้า Transformation Paradox จะยิ่งรุนแรง ทำให้ AI ถูกใช้เพื่อเพิ่มความเร็วงานแบบเดิม แทนที่จะสร้างคุณค่าใหม่. ทางออกไม่ได้อยู่ที่การซื้อเทคโนโลยีเพิ่ม แต่อยู่ที่การยกระดับ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล การควบคุมคุณภาพผลลัพธ์ และการปรับตัวองค์กรให้เป็นระบบเรียนรู้ต่อเนื่อง. AI จะเป็นทั้งโอกาสหรือภาระ ขึ้นกับว่าองค์กรกล้าเปลี่ยนวิธีทำงานมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่กล้าลองเครื่องมือใหม่เพียงใด.

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!