เรื่องเริ่มจากเราไถไปเจอคลิปสัมภาษณ์นักเรียนของ @superthankky168 ว่าที่สุดของเมคอัพแต่ละช่องของพวกเธอคืออะไร แล้วโดนตกทันที เพราะนางเอกของคลิปไม่ใช่เคาน์เตอร์แบรนด์เลย แต่เป็นพาเลตต์หลักร้อยกับคอนซีลเลอร์ซองใน 7-11 พอไล่ต่อเจอคลิปตะลุยร้าน CJ ของ @bboom_chr ที่หอบเครื่องสำอางมาเต็มตะกร้า จบที่ 1,175 บาทหลังสมัครสมาชิก เราเลยเกิดโจทย์ของตัวเองขึ้นมาว่า ถ้าเอาลิสต์ที่เด็กพวกนี้ยกให้เป็นที่หนึ่งมาต่อกันเป็นทั้งหน้า บิลจะจบที่เท่าไหร่กันแน่ เลยเดินเข้า 7-11 กับ Watsons แล้วกดสั่งออนไลน์อีกสองเจ้า จดราคาทีละชิ้นแบบไม่โกหกตัวเอง
บอกก่อนว่าผิวเรามันช่วงทีโซนและรูขุมขนกว้างข้างแก้ม อาทิตย์ที่ลองคืออาทิตย์ที่เช้าฝนตกบ่ายแดดออก หน้าเลยได้เทสต์ทั้งเหงื่อและความชื้นแบบไม่ตั้งใจ ผลคือมีตัวที่รอดจริง และมีตัวที่เราคิดว่าเราจ่ายเพราะชื่อแบรนด์ล้วนๆ
ลิสต์ที่เด็กยกให้
ในคลิปสัมภาษณ์ นักเรียนยกให้ ODBO เป็นที่สุดของอายแชโดว์ บลัช คอนทัวร์ และไฮไลท์พร้อมกัน คือทั้งหน้าใช้พาเลตต์เดียวจบ ตามด้วยแป้งฝุ่น Sasi ที่เด็กใช้กันทั้งโรงเรียน เจลเขียนคิ้ว JMCY คอนซีลเลอร์ซอง Gentle Colors มาสคาร่า Maybelline และมาสคาร่าคิ้ว OUKEYA เราฟังแล้วพยักหน้าแรง เพราะลิสต์นี้ไม่มีตัวไหนเกินสองร้อยต้นเลยสักชิ้น

เราคิดว่าเหตุผลที่ ODBO ชนะขาดไม่ใช่เม็ดสีอย่างเดียว แต่คือการที่พาเลตต์เดียวทำหน้าที่สี่อย่าง กระเป๋านักเรียนเลยไม่ต้องแบกสี่ตลับ คนที่เคยกระเป๋าฉีกเพราะซื้อบลัชแยก ไฮไลท์แยก คอนทัวร์แยก น่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี
บิลจริงทีละชิ้น
ชิ้นแรกที่หยิบคือพาเลตต์ ODBO Special Treats ราคาปกติ 299 บาท แต่ชั้น Watsons ช่วงนี้ติดป้ายลดเหลือ 189 บาท เราใช้โทนน้ำตาลชมพูแต่งไปงานเช้าแล้วอยู่ต่อถึงเย็น สีชิมเมอร์ยังอยู่แต่เนื้อแมตต์จางลงหน่อยหลังหกชั่วโมง เราคิดว่าเนื้อแมตต์เขาเบลนด์ง่ายกว่าที่คาดมาก ส่วนชิมเมอร์ต้องกดด้วยนิ้วถึงจะแน่น ถ้าปัดด้วยแปรงจะฟุ้งหลุดหาย

คอนซีลเลอร์ Gentle Colors แบบซองราคา 49 บาท เราบีบเบอร์ 02 แต้มใต้ตาแล้วใช้นิ้วนางกดเบาๆ ไม่ได้ใช้แปรง ผลคือปิดรอยคล้ำได้แบบยังเห็นผิว ไม่เป็นคราบตอนบ่ายที่นั่งห้องแอร์ เราคิดว่าข้อดีสุดของแบบซองคือหมดแล้วทิ้งได้เลย ไม่ต้องกลัวบูดคากระปุกเหมือนแบบหลอดที่ใช้นานๆ
แป้งฝุ่น Sasi กระปุก 50 กรัม เราเจอที่ Big C ราคา 32 บาท จากราคาปกติ 39 บาท เทใส่ฝ่ามือแล้วตบเบาๆ ทับกันแดดตอนเช้า หน้าเนียนแบบไม่ดูแป้งมาก ซับมันตอนเที่ยงได้อีกรอบ เรารู้สึกว่ากระปุกใหญ่ขนาดนี้เหมาะกับวางไว้ที่บ้านมากกว่าพกไปโรงเรียน เพราะฝาหมุนค่อนข้างหลวม ใส่กระเป๋านี่มีสิทธิ์แป้งรั่ว
คิ้วเราใช้เจลเขียนคิ้ว JMCY ราคา 67 บาทจากร้านทางการใน Shopee หัวแปรงเฉียงปัดแล้วได้เส้นฟูแบบไม่ปลิง ติดทนเหงื่อตอนขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ได้สบาย ส่วนไลเนอร์ Cathy Doll Maximal ราคา 119 บาทที่ Watsons เส้นดำคมดี และเราเผลอขยี้ตาตอนบ่ายแล้วยังไม่หลุด เราคิดว่าสองชิ้นนี้เป็นคู่ที่ถูกและจบที่สุดในการลองครั้งนี้
มาสคาร่าเราไม่ได้ตัวเดียวกับในคลิป เพราะ Maybelline ที่เด็กยกให้ราคายังแรงไปสำหรับบิลนี้ เราเลยหยิบมาสคาร่าซอง Inn Beauty Magic Lash Curl เบอร์ 01 Long Black ราคาซองละ 49 บาทจาก 7-11 มาแทน หัวแปรงเล็กปัดง่าย ขนตายกงอนอยู่ถึงเย็นแบบไม่เยิ้มเป็นแพนด้าใต้ตาตอนเจอความชื้น เราคิดว่านี่คือชิ้นที่คุ้มที่สุดในบิล เพราะถูกกว่าข้าวแกงหนึ่งจานแต่ทำงานให้ทั้งวัน ข้อจำกัดคือมันยกงอนอย่างเดียวนะ ไม่ได้เพิ่มความหนา ใครขนตาสั้นมากอาจต้องปัดซ้ำสองรอบ ปิดท้ายด้วยลิป Cathy Doll Wanna Shine ราคา 169 บาทใน 7-11 เนื้อชุ่มดี ทาแล้วปากไม่ตึง เรารู้สึกว่าสีติดไม่ทนเท่าลิปแมตต์ ต้องเติมหลังข้าวเที่ยงหนึ่งรอบ
ตัวถูกที่แทนได้
ทีนี้ลองเล่นเกมสลับตัวถูกดูบ้าง แป้งเราเปลี่ยนเป็น Sheene กระปุกเล็กที่เจอใน CJ ราคา 20 บาท คุมมันได้จริงแบบเช้าถึงค่ำ เราให้ 8/10 ค่ะ เราคิดว่าหักคะแนนนิดเดียวตรงที่พัฟไม่ได้แถมมาในกระปุก พาเลตต์เปลี่ยนเป็น U-Star ราคา 149 บาท สีใช้ได้แต่ชิมเมอร์เม็ดใหญ่กว่ากันชัด เราให้ 6.5/10 เรารู้สึกว่าเหมาะกับลุควันธรรมดามากกว่าลุคออกงานที่ต้องเจอไฟห้อง

ปากเราสลับเป็นลิปแอนด์ชีคซอง Nami Seoul Girls ราคา 39 บาทใน Shopee ปาดแล้วได้เนื้อครีมมี่แมตต์ที่ทาแก้มต่อได้ด้วย เราคิดว่าซองแบบนี้คือเพื่อนแท้ของกระเป๋านักเรียน เพราะร่วงหายแล้วไม่เสียดายเงิน ส่วนไลเนอร์ถ้าอยากประหยัดลงอีก Cathy Doll Ultra Slim Gel Liner เหลือ 79 บาทที่ Watsons เส้นนุ่มกว่าแต่ต้องคอยเหลาปลายเองนิดหน่อย
ข้อควรระวังเล็กๆ ที่เราพลาดเองคืออย่าแชร์ลิปซองหรือไลเนอร์กับเพื่อนนะ ถึงจะสนิทแค่ไหนก็ตาม เพราะปากกับขอบตาเป็นจุดที่ติดเชื้อกันง่ายมาก แล้วก็เทสต์ที่ท้องแขนก่อนใช้จริงหนึ่งวันเสมอ โดยเฉพาะคนผิวแพ้ง่าย
สรุปบิลสองแบบ
รวมบิลเวอร์ชันตามลิสต์เด็กแบบซื้อตอนลดได้ 674 บาทครบเจ็ดชิ้น ส่วนเวอร์ชันสลับตัวถูกจบที่ 452 บาท ห่างกัน 222 บาท ซึ่งเราคิดว่าเงินที่ต่างกันเกือบทั้งหมดไปกองอยู่ที่พาเลตต์กับลิป ถ้าเธอเป็นนักเรียนที่แต่งหน้าไปเรียนสัปดาห์ละห้าวัน บิล 512 บาทคือตัวเลขที่เรามองว่าสมเหตุสมผลกว่า แล้วค่อยอัปเกรดพาเลตต์ทีหลังตอนมีงานที่ต้องออกจริง
แต่ถ้าเธอทำงานแล้วและอยากได้ลุคที่ถือถึงเย็นโดยไม่ต้องเติม เราคิดว่าบิล 674 บาทก็ยังไม่แพงเมื่อหารด้วยจำนวนวันที่ใช้ เราใช้ชุดนี้มาสามสัปดาห์ของยังเหลืออีกเกินครึ่ง หารคร่าวๆ แล้วตกวันละสิบบาทต้นๆ ถูกกว่าชาไข่มุกหน้าปากซอยอีก ใครลองประกอบบิลของตัวเองแล้วได้ตัวเลขเท่าไหร่ แวะมาเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ คราวหน้าเราจะเอาสองบิลนี้มาแต่งหน้าข้างละแบบให้ดูกัน 🤫


