โภชนเภสัชนวัตกรรมคืออะไร และทำไมถึงกำลังเขย่าตลาดสุขภาพ
โภชนเภสัชนวัตกรรม คือแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผสานศาสตร์โภชนาการกับเภสัชวิทยาและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เชิงลึก มุ่งออกแบบเสริมอาหารให้มีสารออกฤทธิ์ชัดเจน มีการทดสอบผลลัพธ์ต่อสุขภาพในด้านเฉพาะ เช่น การจัดการไขมันในเลือด ภาวะเมตาบอลิซึม หรือการทำงานของระบบประสาท แตกต่างจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกระแสทั่วไปตรงที่ต้องผ่านการตรวจสอบตั้งแต่งานวิจัย การคัดเลือกส่วนผสม ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้บริโภคใช้ดูแลสุขภาพเชิงรุก ไม่ใช่เพียงบริโภคตามแฟชั่น สิ่งที่น่าสนใจคือ โภชนเภสัชนวัตกรรมกำลังเปลี่ยนเกมตลาดเสริมอาหาร เพราะช่วยยกระดับมาตรฐานจากการอ้างสรรพคุณลอยๆ ไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อิงหลักฐานชัด ผลลัพธ์คือผู้บริโภคเริ่มถามหางานวิจัยและความน่าเชื่อถือมากกว่าบรรจุภัณฑ์สวยหรือรีวิวข้ามคืน และนี่คือแรงหนุนสำคัญให้แบรนด์ที่ลงทุนในโภชนเภสัชเติบโตแบบก้าวกระโดด

Life Supplements โตทะลุร้อยล้านด้วยกลยุทธ์โภชนเภสัชเชิงลึก
เส้นทางเติบโตทะลุรายได้กว่า 200 ล้านบาทต่อปีภายในเวลาเพียง 3 ปีของแบรนด์ Life Supplements ไม่ได้มาจากการขายฝัน แต่จากการเลือกเดินบนฐานวิทยาศาสตร์โภชนเภสัชอย่างจริงจัง ผู้บริหารเริ่มจากประสบการณ์สุขภาพที่ถดถอยจากการทำงานข้ามเขตเวลา จนค้นพบว่าการรอให้ป่วยแล้วใช้ยาไม่ตอบโจทย์ชีวิตระยะยาว จึงหันมาสร้างระบบดูแลสุขภาพเชิงรุก ตั้งแต่การลงทุนโรงงานมาตรฐาน FSSC 22000 การทำวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการคุมคุณภาพทุกขั้น ผลลัพธ์เชิงธุรกิจยืนยันแนวทางนี้อย่างชัดเจน จากโรงงานที่เคยมียอดขายหลักแสน สู่แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายรวมของผลิตภัณฑ์ Signature กว่า 2.6 ล้านชิ้น ประโยคที่ควรจดจำคือ “ทุกสูตรต้องมีงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ” แนวคิดนี้กดดันตลาดเสริมอาหาร ไทยให้หยุดขายความเชื่อ และเริ่มขายหลักฐาน ผู้บริโภคจึงมีโอกาสเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีข้อมูลจริงรองรับมากขึ้น
3 นวัตกรรมใหม่จากงาน THE FORCE OF LIFE ผู้บริโภคได้ประโยชน์อย่างไร
ในงาน THE FORCE OF LIFE แบรนด์ Life เปิดตัว 3 นวัตกรรมโภชนเภสัชที่สะท้อนทิศทางดูแลสุขภาพแบบเฉพาะด้านชัดเจน Life Magnesium Bisglycinate เน้นฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ปรับสมดุลระบบประสาท และช่วยยกระดับคุณภาพการนอนหลับด้วยรูปแบบแมกนีเซียมที่ดูดซึมดีและอ่อนโยนต่อทางเดินอาหาร เหมาะกับคนทำงานหนักหรือพักผ่อนไม่พอ Life Gaba Plus โฟกัสสุขภาพจิตและระบบประสาท ช่วยลดความตึงเครียด ผ่อนคลายสมอง และจัดสมดุลอารมณ์ให้พร้อมรับวันใหม่ เหมาะกับคนที่อยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ส่วน Life Plus Probio 18 เป็นโภชนเภสัชสายโปรไบโอติก สุขภาพ เข้มข้น 18 สายพันธุ์ ออกแบบเพื่อฟื้นฟูสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ดูแลระบบขับถ่าย ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพแบบองค์รวม จุดแข็งคือการระบุชัดว่ากำลังดูแลอะไร ไม่ใช่โปรไบโอติกแบบกินหวังดีทั่วไป ผู้บริโภคที่เริ่มสนใจเสริมอาหาร ไทย อย่างมีเป้าหมายจึงมีตัวเลือกที่ตรงโจทย์กว่าเดิม

Functional Probiotic: จากงานวิจัยยาวนานสู่การจัดการไขมันในเลือดและโรคเมตาบอลิซึม
อีกด้านหนึ่งของโภชนเภสัชนวัตกรรมคือ Functional Probiotic ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การปรับสมดุลลำไส้ แต่ตั้งใจเจาะโรคเมตาบอลิซึมและกลุ่ม NCD อย่างจริงจัง งานวิจัยจุลินทรีย์ของหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์เริ่มตั้งแต่ปี 2544 และใช้เวลาราว 10 ปีกว่าจุลินทรีย์หนึ่งสายพันธุ์จะพร้อมใช้งาน เมื่อจับมือกับบริษัทด้านชีวิตและสุขภาพที่ตั้งขึ้นเพื่อตอบเมกะเทรนด์ Life Science ตั้งแต่ปี 2563 การพัฒนาจึงก้าวไปถึงระดับ Clinical Research และการทดสอบในคนไทยจริง ตัวอย่างที่สะท้อนพลังของ Functional Probiotic คือ Probiotic LD-Less ที่ใช้ Lacticaseibacillus paracasei TISTR 2593 มีผลการศึกษาทางคลินิกพบว่าผู้ที่ได้รับสายพันธุ์นี้ 90 วัน มีระดับ LDL ลดลงเมื่อเทียบกับยาหลอก ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาโปรไบโอติกเพื่อช่วยดูแลภาวะไขมันพอกตับ และเสริมการรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ผ่านการร่วมมือกับสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และพันธมิตรด้านสุขภาพหลายแห่ง สำหรับผู้บริโภค นี่คือก้าวแรกของการใช้โปรไบโอติก สุขภาพ แบบจำเพาะในการจัดการไขมันในเลือดและภาวะเมตาบอลิซึม ไม่ใช่แค่เพื่อขับถ่ายดี

อนาคตเสริมอาหาร ไทย เมื่อโภชนเภสัชขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยและพันธมิตรเต็มระบบ
เมื่อโภชนเภสัชนวัตกรรมถูกยกขึ้นมาเป็นหัวใจของผลิตภัณฑ์สุขภาพ แนวโน้มสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมงานวิจัยกับการผลิตเชิงอุตสาหกรรมให้แนบสนิท บริษัทเสริมอาหารที่มุ่งสร้างผลลัพธ์จริงอย่าง Boost Up Life Center ประกาศเดินหน้าขยายกำลังการผลิตของโรงงานมาตรฐานสากล รองรับตลาดสุขภาพที่โตเร็ว พร้อมรุกสู่กลุ่มอาหารที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ด้วยการสื่อสารอย่างรับผิดชอบและผลักดันแบรนด์สุขภาพฝีมือคนไทยสู่เวทีโลก ในฝั่ง Functional Probiotic บริษัทด้าน Life Science อย่างอินโนบิกวางแผนต่อยอดงานวิจัยสำหรับโจทย์สุขภาพเฉพาะด้าน โดยเฉพาะโรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูง พร้อมขยายความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และพันธมิตรด้านสุขภาพ ตั้งแต่งานวิจัย คัดสายพันธุ์ ทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการผลิตระดับอุตสาหกรรมและการนำสู่บริการสุขภาพจริง มุมมองของผู้เขียนคือ ถ้าเรายังเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพจากคำโฆษณามากกว่าหลักฐาน ก็เท่ากับเดินสวนทางเทคโนโลยีสุขภาพยุคใหม่ ระยะต่อไป ผู้บริโภคต้องกล้าถามถึงงานวิจัย ฟังก์ชันเฉพาะ และความโปร่งใสในการผลิต เมื่อความต้องการเปลี่ยน แบรนด์ที่อิงวิทยาศาสตร์จริงจะยิ่งมีพื้นที่ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ได้ด้วยภาพลักษณ์แต่ไร้หลักฐานจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้










