AI First ไม่ใช่แค่มีเครื่องมือ แต่คือวิธีคิดของผู้นำทั้งองค์กร
ผู้นำ AI First คือผู้นำที่มอง Data และ AI เป็นหัวใจของกลยุทธ์องค์กร ออกแบบให้ข้อมูลไหลจากหน้างานสู่โต๊ะประชุม สร้างกระบวนการ ตัดสินใจทางธุรกิจ ที่ใช้หลักฐานเชิงข้อมูลแทนความรู้สึก และสร้างวัฒนธรรมที่ทุกทีมเข้าใจคุณค่าของข้อมูล รู้ว่าต้องเก็บ ใช้ และแบ่งปันอย่างไรเพื่อยกระดับผลลัพธ์ขององค์กร
สัญญาณสำคัญในตอนนี้คือ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้นำรับยุค AI First หลัง Data และ AI กลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อการดำเนินงานและการตัดสินใจขององค์กร ปัญหาของหลายองค์กรไม่ใช่ไม่มี AI แต่คือมีข้อมูลและเครื่องมือมากมาย ทว่าไม่มีกรอบคิดและกลยุทธ์ข้อมูลที่ชัดเจน จึงเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจไม่ได้
ท่าทีของสถาบันนี้ชัดเจน ผู้นำยุคใหม่ต้องไปไกลกว่าการใช้เครื่องมือ ต้องเข้าใจการออกแบบการไหลของข้อมูล การกำกับดูแลข้อมูล และการแปลง Insight จาก AI ให้เป็นการตัดสินใจเฉพาะหน้าที่ตอบโจทย์กลยุทธ์

LEAD NEXT: จากผู้ใช้ AI สู่ผู้นำที่ออกแบบการตัดสินใจด้วยข้อมูล
หนึ่งในสัญลักษณ์ของการขยับเข้าสู่ Data-Driven Organization คือหลักสูตร LEAD NEXT ที่ถูกออกแบบเพื่อผู้นำระดับต้นถึงระดับกลาง และบุคลากรศักยภาพสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน การที่รุ่นแรกมีผู้นำกว่า 50 คนเข้าร่วม และเรียนแบบ Hands-on ต่อเนื่อง 4 วัน ไม่ใช่รายละเอียดเชิงเทคนิคเล็กน้อย แต่คือข้อความทางการเมืองของข้อมูล ว่าใครเข้าใจข้อมูลดี ก็คุมเกมการตัดสินใจได้ดีกว่า
หัวใจของหลักสูตรไม่ใช่การสอนให้ทุกคนเขียนโค้ด แต่คือการฝึกเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ ผ่าน Business Intelligence Dashboard และ Data Storytelling เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นประเด็นสำคัญและสื่อสารเรื่องยากให้เข้าใจง่าย นี่คือทักษะที่แยกผู้นำ AI First ออกจากผู้บริหารที่พึ่งสไลด์จากทีมข้อมูล
การลงมือกับโจทย์จริง ทั้งจากรัฐและเอกชน ทำให้ผู้นำไม่ติดอยู่กับตัวอย่างในตำรา แต่ต้องฝึกถามว่า ถ้า AI ให้ Insight แบบนี้ จะปรับกลยุทธ์ การนำเอา AI และการ ตัดสินใจทางธุรกิจ อย่างไร เพื่อเกิดผลลัพธ์ที่วัดได้และย้อนสะท้อนกลับไปปรับโมเดลข้อมูลอีกชั้น

กลยุทธ์ข้อมูลสำคัญกว่าโมเดล: การกำกับข้อมูลคือสนามใหม่ของผู้นำ
ข้อเท็จจริงที่ผู้นำหลายคนยังไม่อยากยอมรับคือ องค์กรไม่กลายเป็น Data-Driven Organization แค่เพราะมี Dashboard หรือ Generative AI แกนกลางคือกลยุทธ์ข้อมูลที่ผูกกับโครงสร้างอำนาจและความรับผิดชอบในองค์กร สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ย้ำเองว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ Data-Driven Organization ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับคนและวัฒนธรรมองค์กร
ดังนั้นหลักสูตร LEAD NEXT จึงดึงประเด็น Data Governance Data Ownership Data Sharing PDPA AI Regulation และ Risk Management มาอยู่กลางวงสนทนา เพื่อให้ผู้นำเข้าใจว่า ทุกการนำเอา AI มีต้นทุนด้านความเสี่ยงและความไว้วางใจ ถ้าผู้นำไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของข้อมูล ข้อมูลแลกเปลี่ยนกันได้แค่ไหน หรือเสี่ยงต่อข้อกฎหมายใด การตัดสินใจด้วย AI อาจสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์
ที่สำคัญ การเสริม Data Literacy และ AI Literacy ให้ทั้งทีม ทำให้ผู้นำไม่ต้องแบกภาระการอ่านข้อมูลคนเดียว แต่สร้างทีม Data และ AI ที่โต้เถียงบนฐานข้อมูลเดียวกัน ลดการตัดสินใจบนสมมติฐานส่วนตัว และสร้างวัฒนธรรม Data-Driven Culture ที่ฝังลึกในวิธีทำงานมากกว่าคำขวัญบนผนัง

จาก Generative AI ถึง Agentic AI: ผู้นำต้องแปล Insight ให้เป็นการลงมือทำ
ผู้นำที่คิดว่า การนำเอา AI คือการให้ทีมทดลองใช้เครื่องมือใหม่ๆ กำลังพลาดประเด็นสำคัญ เพราะเป้าหมายไม่ใช่การลองของ แต่คือการเปลี่ยน Insight เป็นการลงมือทำที่ชัดเจน LEAD NEXT จึงให้ผู้เข้าอบรมทดลองใช้ Generative AI กับโจทย์การทำงานจริง ฝึกเขียน Prompt เลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงาน และต่อยอดสู่การออกแบบ Agentic AI ที่สอดคล้องกับกระบวนการทำงานในองค์กร
การสร้างต้นแบบ AI Agent Solution ไม่ได้ทำเพื่อโชว์เทคโนโลยี แต่เพื่อทดสอบว่ากระบวนการตัดสินใจใดควรถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ กระบวนการใดควรให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย และข้อมูลชุดใดจำเป็นต้องถูกเก็บและควบคุมอย่างเข้มงวด ทักษะนี้เองที่ทำให้ผู้นำ AI First แปลง Insight จาก AI ให้กลายเป็นขั้นตอนงาน นโยบาย และตัวชี้วัดที่จับต้องได้
คำกล่าวสรุปของผู้อำนวยการสถาบันที่ว่า หลักสูตรนี้มุ่งยกระดับจากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้นำที่ใช้เทคโนโลยีสร้างการเปลี่ยนแปลง จึงตีความได้ตรงไปตรงมา ว่าองค์กรใดไม่มีผู้นำที่เข้าใจการแปล Insight สู่การปฏิบัติ ต่อให้มี AI ดีแค่ไหน ก็ยังตัดสินใจแบบเดิม

เครือข่ายผู้นำรัฐ–เอกชน: เร่งความเป็นผู้ใหญ่ด้าน AI ของทั้งระบบ
อีกมิติที่มักถูกมองข้ามคือบทบาทของเครือข่ายผู้นำ LEAD NEXT ที่รวมผู้บริหารจากภาครัฐและภาคเอกชนไว้ในวงสนทนาเดียวกัน หลักสูตรถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ เปิดโอกาสให้เห็นว่าการเป็น Data-Driven Organization ในหน่วยงานรัฐกับในธุรกิจเอกชนมีข้อจำกัดและโอกาสต่างกันอย่างไร และร่วมกันหาวิธีเชื่อมต่อผ่านการแบ่งปันข้อมูลและเทคโนโลยี
การสำเร็จหลักสูตรรุ่นแรกจึงถูกมองไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้ เครื่องมือ และประสบการณ์ไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กร ตั้งแต่การเปลี่ยนข้อมูลให้เป็น Insight การใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานและสนับสนุนการตัดสินใจ ไปจนถึงการสร้างทีมและวัฒนธรรมที่พร้อมใช้ข้อมูลและ AI อย่างรับผิดชอบ
แผนการเปิดรับสมัครรุ่นถัดไปในปี 2570 พร้อมช่องทางให้ผู้สนใจติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์และช่องทางติดต่อโดยตรง เป็นสัญญาณว่าการสร้างผู้นำ AI First จะไม่หยุดที่รุ่นเดียว แต่จะขยายไปสู่ชั้นผู้นำรุ่นใหม่จำนวนมากยิ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงการยกมาตรฐานความเป็นผู้ใหญ่ด้าน AI ของทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ใช่เพียงบางองค์กรที่ก้าวหน้าไปก่อน






