เซ็นทรัลพิสูจน์ว่าห้างหรูยังไม่ตาย เมื่อแปลงตัวเป็นเดสติเนชันไลฟ์สไตล์ครบหมวด
แคมเปญห้างสรรพสินค้า 2026 คือยุทธศาสตร์การตลาดที่ผสานหมวดบิวตี้ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างภาพจำว่าห้างไม่ใช่แค่พื้นที่ขายสินค้า แต่เป็นเดสติเนชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต การสร้างตัวตน และการเสพความหรูหราในทุกหมวดหมู่ โดยใช้กิจกรรมรางวัล ความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก และประสบการณ์หน้าร้านแบบเอ็กซ์คลูซีฟเชื่อมต่อโลกออนไลน์และออมนิชาแนลเข้าด้วยกัน สิ่งที่เห็นชัดคือกลุ่มลักชัวรี่ดีพาร์ตเมนต์สโตร์อย่างเซ็นทรัลไม่ยอมเล่นเกมราคากับแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เลือกเล่นเกม “ประสบการณ์” และ “รสนิยม” ผ่านชุดแคมเปญต่อเนื่อง ทั้งเซ็นทรัล บิวตี้ อวอร์ดส์ ACE OF LUXE และ 2026 STATE YOUR STYLE ที่ทำงานประสานกันคนละหมวดแต่ส่งผลเสริมภาพรวมเดียวกันว่า เซ็นทรัลคือจุดหมายของคนที่กำลังค้นหาสไตล์และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
Central Beauty Awards ต่อเนื่องปีที่ 5 แปลงห้างให้กลายเป็นเวทีบิวตี้และคอนเทนต์
งาน CENTRAL BEAUTY AWARDS 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ไม่ได้เป็นแค่การประกาศรางวัล แต่เป็นการประกาศว่าเซ็นทรัลคือเดสติเนชันด้านความงามอันดับหนึ่ง การมอบรางวัลให้สุดยอดบิวตี้ไอเทมรวม 33 รางวัล ครอบคลุม 5 หมวดหมู่จากผลโหวตของผู้ใช้จริงทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคม สะท้อนว่าเซ็นทรัลใช้เสียงลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อน ไม่ใช่แค่ดีลกับแบรนด์บิวตี้ คำกล่าวของผู้บริหารที่ระบุว่า เสียงโหวตปีนี้โตขึ้นกว่า 50% จากปีก่อน และเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสกินแคร์ น้ำหอม และสินค้า limited edition คือข้อมูลที่บอกตรงว่ากลยุทธ์เน้นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มและคอลเลกชันพิเศษได้ผล ลูกค้ามองเซ็นทรัลเป็นที่ที่ได้สัมผัส First Launch และ Pre-launch ครั้งแรกในโลกหรือในเอเชีย สร้างความรู้สึกว่าเป็น “คนวงใน” ของวงการบิวตี้ ทำให้ห้างกลายเป็นเวทีอัปเดตเทรนด์ มากกว่าที่ขายของทั่วไป
ACE OF LUXE และ TIME & TREASURES ดันภาพลักษณ์ห้างหรูให้เป็นพื้นที่ของรสนิยมระดับมาสเตอร์พีซ
ฝั่งลักชัวรี่แฟชั่น เซ็นทรัล เอ็มบาสซีและเซ็นทรัลชิดลมร่วมจัดแคมเปญ ACE OF LUXE 2026 ระหว่างวันที่ 1 กันยายนถึง 31 ตุลาคม เชิญชวนให้ลูกค้ามาสัมผัสประสบการณ์ช้อปลักชัวรี่แฟชั่นและแฟชั่นไลฟ์สไตล์พร้อมสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากร้านค้าชั้นนำในโซน Luxury Fashion และ Fashion & Lifestyle ในมุมกลยุทธ์ นี่คือการใช้สิทธิพิเศษและของรางวัลระดับมาสเตอร์พีซเป็นเครื่องมือจับใจลูกค้าที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์และการใช้ชีวิต จุดสำคัญคือการออกแบบให้แคมเปญในโซนหรูของเอ็มบาสซีและ Luxe Galerie ที่ชิดลมทำงานคู่กัน ลูกค้ากลุ่มเดียวกันถูกชวนให้เคลื่อนย้ายระหว่างโลเคชัน ทำให้ทราฟฟิกกระจายและเพิ่มโอกาสการใช้เวลาอยู่ในห้าง การออกแบบสิทธิประโยชน์แยกกันตามระดับสมาชิก อย่าง The Black และกลุ่ม Luxe ยิ่งตอกย้ำว่าเซ็นทรัลกำลังสร้างระบบนิเวศลักชัวรี่ที่ให้รางวัลกับความภักดีและยอดใช้จ่ายระยะยาว มากกว่าการลดราคาเฉพาะกิจ
ในภาพใหญ่ของลักชัวรี่ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ กลยุทธ์ที่เซ็นทรัลใช้ไม่ใช่แค่การนำแบรนด์หรูเข้ามา แต่คือการผูกแบรนด์หรูเข้ากับคอนเซปต์ TIME & TREASURES ผ่านสินค้าลิมิเต็ดคอลเลกชันและ First Launch จากแบรนด์พันธมิตรระดับโลก ซึ่งผู้บริหารระบุว่าเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือที่ต้องการมอบความพิเศษให้ลูกค้าได้สัมผัสนวัตกรรมความงามก่อนใคร เมื่อห้างกลายเป็นที่ที่ “ได้ก่อน” และ “มีไม่กี่ชิ้น” ความรู้สึกเฉพาะตัวและความพิเศษจะดึงให้ลูกค้ายอมเดินทางมาที่ห้าง ทั้งที่สามารถซื้อสินค้าออนไลน์ได้อยู่แล้ว นี่คือการใช้ความมีลิมิตและการเล่าเรื่องเวลาผ่านไอเทมเป็นตัวแต่งแต้มคุณค่าทางใจให้กับการช้อปปิ้ง

STATE YOUR STYLE และเครือข่าย 100 แบรนด์ ทำให้เซ็นทรัลกลายเป็นคิวเรเตอร์สไตล์ทั่วประเทศ
แคมเปญ 2026 STATE YOUR STYLE ที่จัดโดยเซ็นทรัลพัฒนา ชวนสายแฟอัปเดตลุคใหม่และประกาศสไตล์ของตัวเอง ผ่านแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์กว่า 100 แบรนด์ ตั้งแต่สตรีตสปอร์ตอย่าง ADIDAS NIKE JD SPORTS ไปจนถึงแบรนด์เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์อย่าง UNIQLO ZARA JASPAL รวมถึงแบรนด์บิวตี้และเทคโนโลยีอย่าง BEAUTRIUM DYSON นี่ไม่ใช่การรวมแบรนด์แบบกระจัดกระจาย แต่คือการคัดเลือกให้ครอบคลุมสไตล์หลักของคนเมืองยุคนี้ และสร้างแรงบันดาลใจจากการมิกซ์แอนด์แมตช์ สิทธิพิเศษที่ออกแบบเป็นลำดับขั้น เช่น สะสมยอดใช้จ่ายครบ 4,500 บาทต่อวันเพื่อรับ Fashion E-Voucher 400 บาท และโปรสะสมยอด 5,000 บาทเพื่อรับ 800 คะแนน หรือ 15,000 บาทเพื่อรับ 2,500 คะแนนสำหรับสมาชิก The 1 แสดงให้เห็นว่าคะแนนสะสมไม่ใช่แค่เครื่องมือ CRM แต่ถูกใช้เป็นอาวุธเชื่อมสไตล์กับความคุ้มค่าอย่างเป็นระบบ ลูกค้าสายแฟจึงไม่เพียงได้อัปเดตลุคแต่ยังได้สะสมแต้มเพื่อใช้ต่อในหมวดอื่น สร้างภาพว่าเซ็นทรัลคือคิวเรเตอร์ไลฟ์สไตล์ที่รวมทั้งแรงบันดาลใจและดีลคุ้มในที่เดียว
ออมนิชาแนล พาร์ทเนอร์ระดับโลก และประสบการณ์หน้าร้าน ทำไมเซ็นทรัลถึงวิ่งนำหน้าคู่แข่ง
แก่นสำคัญของแคมเปญห้างสรรพสินค้า 2026 ของเซ็นทรัลคือการมองลูกค้าแบบไร้รอยต่อ ห้างเห็นชัดว่าลูกค้ารุ่นใหม่เปิดรับการช้อปบิวตี้ผ่านออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และบริการ Chat & Shop ที่เติบโตต่อเนื่อง จึงตั้งเป้าให้บริการลูกค้าแบบออมนิชาแนลในทุกช่องทางที่ลูกค้าเลือกช้อป เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด การให้ลูกค้าคลิกดูรีวิวบิวตี้ รับแรงบันดาลใจแฟชั่นบนโซเชียล แล้วเดินเข้าห้างเพื่อสัมผัสสินค้าจริง เป็นการเชื่อมเส้นทางคอนเทนต์และการใช้จ่ายเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน น่าสนใจไม่แพ้กันคือการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Meta ในงาน House of Instagram ที่สร้างพื้นที่ในเซ็นทรัลชิดลมเพื่อเชื่อมโยงบิวตี้แบรนด์กับผู้บริโภคตลอดทุกช่วงของเส้นทางการช้อปปิ้ง บวกกับการดึงศิลปินร่วมสมัยอย่าง Kotao Tomozawa มาถ่ายทอดมุมมองความงามในแคมเปญ BEAUTY BONUS เพื่อผสานสินค้า ความงาม รสนิยม ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ทำให้เซ็นทรัลไม่ใช่แค่ห้าง แต่เป็นพื้นที่คัลเจอร์ที่ตรึงคนให้อยู่กับแบรนด์นานขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้คำถามว่าห้างหรูจะอยู่รอดอย่างไรในยุคอีคอมเมิร์ซมีคำตอบชัดเจน เซ็นทรัลกำลังชนะเกมด้วยการแปลงตัวเองให้เป็นเดสติเนชันไลฟ์สไตล์หลายหมวดหมู่ ใช้แคมเปญบิวตี้ แฟชั่นไลฟ์สไตล์ และลักชัวรี่ที่ทำงานร่วมกับระบบสมาชิกและพาร์ทเนอร์ระดับโลกเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกัน เมื่อห้างให้มากกว่าการซื้อของ แต่ให้ตัวตน ความทรงจำ และความพิเศษในทุกหมวดหมู่ ลูกค้าก็มีเหตุผลชัดที่จะเดินเข้าห้าง แทนที่จะกดซื้อจากหน้าจอเพียงอย่างเดียว
