ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

69% ของนักการตลาดหันใช้ AI ผลิตคอนเทนต์ เร่งสเกล ลดต้นทุน เปลี่ยนเกมกลยุทธ์แบรนด์

69% ของนักการตลาดหันใช้ AI ผลิตคอนเทนต์ เร่งสเกล ลดต้นทุน เปลี่ยนเกมกลยุทธ์แบรนด์
ความสนใจ|สำรวจการใช้งาน AI

AI สร้างคอนเทนต์การตลาดคืออะไร และตัวเลข 69% บอกอะไรเรา

AI สร้างคอนเทนต์การตลาด คือการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้างข้อความ ภาพ วิดีโอ หรือเนื้อหาโฆษณา เพื่อสื่อสารกับลูกค้าในช่องทางต่างๆ แทนการอาศัยแรงงานมนุษย์เพียงอย่างเดียว โดยมักใช้เพื่อเพิ่มปริมาณคอนเทนต์ ปรับเวอร์ชันให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย และลดเวลาในการวางแผนผลิตและอนุมัติผลงาน การสำรวจเนื้อหา AI สำรวจล่าสุดจากเครื่องมือด้านการตลาดชื่อดังพบว่า ในบรรดานักการตลาด 301 คน มีถึง 69% ที่เผยแพร่คอนเทนต์จาก AI ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่คือสัญญาณว่า AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการทำงานด้านคอนเทนต์คนที่ยังคิดว่า AI เป็นของเล่นทดลอง กำลังเสี่ยงถูกคู่แข่งทิ้งห่างในเรื่องความเร็วและต้นทุนอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น 93% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ามีการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยผลิตเนื้อหา เพิ่มขึ้นจาก 87% ในการสำรวจครั้งก่อน นี่คือคำยืนยันว่าการใช้ AI สร้างคอนเทนต์การตลาดไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม

69% ของนักการตลาดหันใช้ AI ผลิตคอนเทนต์ เร่งสเกล ลดต้นทุน เปลี่ยนเกมกลยุทธ์แบรนด์

Claude เครื่องมือการตลาดเด่น และบทบาทของมนุษย์ในสายพานคอนเทนต์ AI

ในสนาม AI สร้างคอนเทนต์การตลาด ชื่อที่น่าจับตาที่สุดจากผลสำรวจครั้งนี้คือ Claude ซึ่งถูกใช้มากที่สุดในหมู่นักการตลาดที่ใช้ AI คิดเป็น 83% รองลงมาคือ ChatGPT 76% และ Gemini 58% หรือพูดให้ง่ายคือ Claude กลายเป็น Claude เครื่องมือการตลาด ตัวหลักของหลายทีมคอนเทนต์ไปแล้ว การเลือกเครื่องมือไม่ใช่แค่เรื่องฟีเจอร์ แต่คือการเลือกคู่หูในสายการผลิตคอนเทนต์ทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่าสนใจยิ่งกว่าการแย่งกันเป็นเบอร์หนึ่งของแพลตฟอร์มคือเรื่องความไว้ใจ นักการตลาดเพียง 2.7% เท่านั้นที่เชื่อมั่นคอนเทนต์จาก AI โดยไม่ต้องมีคนตรวจสอบ ขณะที่ 66% ระบุว่าจะเชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อผ่านการตรวจทานโดยมนุษย์ก่อน นี่สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า AI คือเครื่องจักรผลิต ส่วนมนุษย์คือฝ่ายคุณภาพและความรับผิดชอบต่อแบรนด์ ที่สำคัญ นักการตลาด 29% ใช้ AI เพื่อตรวจสอบคุณภาพของคอนเทนต์ AI เอง เพิ่มขึ้นจาก 14% ในปีก่อน แปลว่าระบบการทำงานกำลังขยับจาก AI เขียนคนตรวจ มาเป็นวงจร AI เขียน AI ตรวจ คนเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย ใครออกแบบเวิร์กโฟลว์นี้ได้ดี จะใช้ AI ได้คุ้มกว่าเพียงการใช้เป็นเครื่องมือเขียนแบบเฉพาะกิจ

69% ของนักการตลาดหันใช้ AI ผลิตคอนเทนต์ เร่งสเกล ลดต้นทุน เปลี่ยนเกมกลยุทธ์แบรนด์

จาก 15 เท่าเป็น 20 เท่า AI ทำให้แบรนด์สเกลคอนเทนต์ได้ในระดับที่ทีมเดิมทำไม่ไหว

ตัวเลข 69% ว่าด้วยการเพิ่มสัดส่วนคอนเทนต์ AI จะยังดูเป็นเรื่องเชิงสถิติ หากไม่มองไปที่ตัวอย่างของแบรนด์ที่นำ AI ไปใช้จริง เช่น กลุ่มโรงแรมรายใหญ่ Wyndham Hotels & Resorts และบริษัทดูแลสุขภาพ Opella ทั้งสององค์กรต้องผลิตภาพ วิดีโอ และเนื้อหาโฆษณาปริมาณมากเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ ตลาด และกลุ่มลูกค้าหลากหลาย จึงตัดสินใจบูรณาการ AI เข้ากับทีมสร้างสรรค์ภายในเพื่อเร่งการผลิตคอนเทนต์ Wyndham ทำงานร่วมกับบริษัท AI อย่าง Adora เพื่อผลิตภาพและวิดีโอสำหรับ Instagram โดยใช้ภาพจริงของโรงแรมเป็นฐานแล้วสร้างหลายเวอร์ชันให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน จากข้อมูลของบริษัท วิธีนี้ช่วยให้ทีมการตลาดซึ่งมีเพียง 5 คน ผลิตคอนเทนต์ได้มากกว่าเดิมถึง 15 เท่า ลดเวลาตั้งแต่คิดไอเดียจนถึงอนุมัติลงราว 75% และทำให้ปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 6 เท่า นี่คือภาพชัดว่าการใช้ AI สร้างคอนเทนต์การตลาดไม่ใช่การทดแทนคนทีละตำแหน่ง แต่คือการขยายศักยภาพของทีมเล็กให้ทำงานระดับทีมใหญ่ ด้าน Opella ซึ่งแยกตัวจากบริษัทยารายใหญ่ ใช้พนักงานราว 85 คนร่วมกับ AI เพื่อเขียนคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ สร้างภาพ ภาพเคลื่อนไหว และมาสคอตของแบรนด์ ปัจจุบันบริษัทผลิตผลงานสร้างสรรค์ได้มากกว่าก่อนใช้ AI ถึง 20 เท่า รวมเนื้อหากว่า 20,000 ชิ้น ที่ถูกปรับให้เหมาะกับภาษาและตลาดเฉพาะกลุ่ม กล่าวได้ว่าปริมาณคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้น 15–20 เท่าได้เปลี่ยนวิธีผลิตโฆษณาของทีมการตลาดไปอย่างสิ้นเชิง

ทำไมเป็นช่วงนี้ และ AI ช่วยลดต้นทุนการตลาดได้อย่างไร

คำถามสำคัญคือ ทำไมคลื่น AI สร้างคอนเทนต์การตลาดถึงเร่งตัวในช่วงนี้ คำตอบส่วนหนึ่งคือด้านค่าใช้จ่ายและความพร้อมของเทคโนโลยี การประยุกต์ใช้ AI ง่ายขึ้นเพราะต้นทุนด้านเทคโนโลยีลดลง และเริ่มมีแพลตฟอร์มอย่าง Pencil และ Adora ให้ธุรกิจใช้แทนการสร้างระบบของตนเอง อีกด้านหนึ่ง จากข้อมูลที่ถูกอ้างถึง ต้นทุนที่ธุรกิจจ่ายสำหรับโทเค็น AI ทุกๆ ล้านโทเค็นลดลงถึง 41% จากจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม ใครมองหา ลดต้นทุนการตลาด AI นี่คือจังหวะที่เครื่องมือเริ่มคุ้มค่ากว่าที่เคย ความกดดันด้านปริมาณงานก็เป็นปัจจัยสำคัญ ผลสำรวจของบริษัทสื่อรายใหญ่แสดงให้เห็นว่า 81% ของผู้บริหารฝ่ายการตลาดคาดว่าปริมาณคอนเทนต์ที่ต้องผลิตจะเพิ่มขึ้นมากในอนาคตอันใกล้ และ AI ช่วยให้ธุรกิจตอบโจทย์นี้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มคนตามไปด้วย กล่าวอีกแบบคือ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือประหยัดต้นทุน แต่เป็นคำตอบของโจทย์ที่ว่า จะผลิตคอนเทนต์ให้พอในโลกที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไรโดยไม่ให้ทีมล้มทั้งยืน ที่สำคัญคือ AI ทำให้การทดสอบและเรียนรู้กลายเป็นวงจรต่อเนื่อง บริษัทสามารถสร้างหลายเวอร์ชัน ติดตามประสิทธิภาพ และผลิตชุดใหม่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เก็บมา ใครเข้าใจว่าความได้เปรียบอยู่ที่การลองเยอะ ปรับเร็ว และวัดผลต่อเนื่อง จะใช้ AI เป็นเครื่องเร่งสู่กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลได้อย่างเต็มที่

อนาคตกลยุทธ์การตลาดเมื่อ AI เป็นพนักงานประจำ: เร่งเครื่องได้ แต่ต้องเบรกเป็น

เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมอย่างเต็มรูปแบบ คำถามที่ตามมาคือเราจะควบคุมความเสี่ยงและคุณภาพอย่างไร ข้อมูลจากผู้วิจัยตลาดพบว่าการทดสอบเนื้อหาโฆษณาก่อนเผยแพร่เพิ่มขึ้น 17% ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 ถึงกรกฎาคม 2026 ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับจำนวนแบรนด์ที่ใช้ AI ผลิตเนื้อหามากขึ้น แปลว่าธุรกิจเริ่มตระหนักว่าการผลิตง่ายขึ้นไม่ได้แปลว่าควรปล่อยผ่านการตรวจสอบ ตัวอย่างของ Opella ยิ่งสะท้อนภาพนี้ บริษัทออกข้อกำหนดห้ามสร้างภาพแพทย์ปลอมด้วย AI และเพิ่มข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับเนื้อหา AI ในบางตลาด ด้าน Wyndham ยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะใช้ภาพบุคคลที่สร้างด้วย AI ในโฆษณาโรงแรมและรีสอร์ทหรือไม่ การตั้งเส้นชัดเจนเช่นนี้คือการรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระยะยาว ไม่ให้ความสะดวกจาก AI กลายเป็นดาบสองคม ในเชิงเวิร์กโฟลว์ การบูรณาการ AI ภายในไม่ได้ทำให้เอเจนซี่หมดความสำคัญ แคมเปญใหญ่ที่ต้องใช้แนวคิดหลักและมุมมองสร้างสรรค์ยังคงพึ่งพาพันธมิตรภายนอก ส่วนการผลิตคอนเทนต์ต่อเนื่องหลายรูปแบบสามารถจัดการภายในด้วย AI ถ้ามองในมุมกลยุทธ์ นี่คือโอกาสออกแบบใหม่ทั้งระบบว่าอะไรควรให้ AI ทำ อะไรควรให้คน และอะไรควรให้เอเจนซี่หรือนักสร้างสรรค์ภายนอกดูแล ในท้ายที่สุด คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะใช้ AI หรือไม่ แต่คือจะใช้ AI แบบไหนให้คุ้มที่สุดสำหรับแบรนด์ของเรา ใครมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเขียนบทความไม่กี่ชิ้นอาจได้ประโยชน์แค่ผิวเผิน แต่ใครกล้าปรับโครงสร้างเวิร์กโฟลว์ ตั้งมาตรฐานการตรวจสอบ และลงทุนเข้าใจเครื่องมืออย่าง Claude เครื่องมือการตลาด ชั้นนำและแพลตฟอร์มอื่นอย่างเหมาะสม จะมีโอกาสเร่งการผลิตคอนเทนต์ขึ้น 10–20 เท่า ลดต้นทุนการตลาด AI และยังรักษาคุณภาพเนื้อหาไว้ได้ ทั้งหมดนี้คือข้อได้เปรียบที่คู่แข่งที่ช้ากว่าอาจไม่มีวันไล่ทัน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!