ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Nikon เร่งเครื่องสู่ตลาดภาพยนตร์ด้วยเลนส์ T1.9 และ ZR Open Gate

Nikon เร่งเครื่องสู่ตลาดภาพยนตร์ด้วยเลนส์ T1.9 และ ZR Open Gate
ความสนใจ|อุปกรณ์ถ่ายภาพ

จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ของ Nikon ในโลกวิดีโอมืออาชีพ

หัวข้อบทความนี้ว่าด้วยการเคลื่อนตัวเชิงกลยุทธ์ของ Nikon เข้าสู่ระบบนิเวศงานวิดีโอมืออาชีพผ่านการพัฒนาเลนส์ภาพยนตร์ตระกูล NIKKOR Z Cinema T1.9 VV จำนวนเก้ารุ่นและการอัปเดตเฟิร์มแวร์กล้อง Nikon ZR เพื่อรองรับการบันทึกแบบ open gate และโค้ดεκ H.265 ที่ผสาน color science ของ RED ซึ่งทั้งหมดสะท้อนว่าบริษัทไม่ได้มองกล้องมิเรอร์เลสเป็นเพียงเครื่องมือถ่ายภาพนิ่งอีกต่อไป แต่กำลังสร้างแพลตฟอร์มภาพยนตร์เต็มรูปแบบสำหรับผู้กำกับและทีมโปรดักชันระดับสูง สาระสำคัญคือ Nikon เลือกประกาศทั้งชุดเลนส์ภาพยนตร์และ ZR firmware update ใกล้กัน พร้อมยืนยันเป้าหมายการเพิ่มฟีเจอร์ open gate และ anamorphic desqueeze ภายในปี 2027 ในมุมมองด้านธุรกิจ นี่ไม่ใช่แค่การออกอุปกรณ์ใหม่ แต่เป็นการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เข้าไปท้าชนกับค่ายกล้องภาพยนตร์ที่ครองตลาดอยู่แล้ว ด้วยข้อเสนอที่เน้นคุณภาพภาพระดับ cinema และราคารวมระบบที่มีศักยภาพแข่งขันกับกล้องระดับ Sony FX5 ได้ในสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายระบบกล้อง

เลนส์ NIKKOR Z Cinema T1.9 VV เก้ารุ่น ความหมายต่อคนทำหนัง

การประกาศพัฒนาเลนส์ NIKKOR Z Cinema T1.9 VV ทั้งซีรีส์เก้ารุ่นคือการส่งสัญญาณชัดว่าระบบ Z-mount กำลังเปลี่ยนจากโลก stills สู่โลก cinema camera lenses อย่างจริงจัง Nikon ระบุชัดว่าซีรีส์นี้ใช้การวัดค่ารูรับแสงเป็น T-stop ไม่ใช่ f-stop แปลว่าตั้งใจตอบโจทย์งานภาพยนตร์และโปรดักชันระดับสูงโดยเฉพาะ จุดที่น่าสนใจที่สุดคือเลนส์เปิดตัว NIKKOR Z Cinema 50mm T1.9 VV ที่มีวงภาพใหญ่พอรองรับเซนเซอร์ RED V-RAPTOR [X] VV ขนาด 40.96 × 21.60 มิลลิเมตร ซึ่งมีเส้นทแยงใหญ่กว่าเซนเซอร์ฟูลเฟรม FX ที่ราว 43.3 มิลลิเมตร โดย VV อยู่ที่ประมาณ 46.3 มิลลิเมตร ชุดเลนส์นี้ยังถูกออกแบบให้มีออโต้โฟกัสความแม่นยำสูงและบอดี้สไตล์ cine มีวงโฟกัสและไอริสแบบมีเฟือง สวิตช์ A/M และ IRIS LOCK รวมถึงสเกลระยะโฟกัสหน่วยฟุตในภาพพัฒนาแรกเริ่ม แม้ Nikon ย้ำว่าดีไซน์ผลิตจริงอาจเปลี่ยน แต่ความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ นี่ไม่ใช่เลนส์ถ่ายภาพนิ่งที่มีโหมดวิดีโอ แต่เป็น Nikon cinema lenses รุ่นแรกที่ออกแบบรากฐานมาสำหรับงานภาพยนตร์เต็มตัว การมุ่งให้ครอบคลุมเซนเซอร์ VV ที่ใหญ่กว่าฟูลเฟรม ยังบอกชัดว่าบริษัทยอมลงทุนทางวิศวกรรมเพื่อรองรับยุคเซนเซอร์ขนาดพิเศษของ RED และแพลตฟอร์ม cinema รุ่นใหม่ๆ

Nikon เร่งเครื่องสู่ตลาดภาพยนตร์ด้วยเลนส์ T1.9 และ ZR Open Gate

ZR Firmware 2.00 และการผสาน RED Color Science

ฝั่งกล้อง Nikon ZR การประกาศ ZR firmware update เวอร์ชัน 2.00 คือหมากสำคัญพอๆ กับการออกเลนส์ใหม่ เพราะเป็นการหลอมรวมโลกของ Nikon กับ RED ให้แน่นแฟ้นขึ้นในทางปฏิบัติไม่ใช่แค่เชิงสัญญะ อัปเดต 2.00 เพิ่มสามฟีเจอร์หลักคือ รองรับ Log3G10 และ REDWideGamutRGB เมื่อบันทึกด้วยโค้ดεκ H.265 ซึ่งให้ไฟล์ขนาดกะทัดรัดแต่เปิดพื้นที่ในการเกรดสีอย่างยืดหยุ่น การเพิ่มตัวเลือกระดับ High ISO NR สำหรับงานบันทึก H.265 Log ช่วยให้ผู้สร้างงานกำหนดบุคลิก noise และโทนภาพให้เข้ากับเรื่องราวที่เล่าได้แทนที่จะถูกบังคับด้วยค่าคงที่ของระบบ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการรองรับ focus peaking ระหว่างบันทึกด้วยไฟล์ R3D NE ทำให้การโฟกัสในงาน cinema และงานมือหมุนเป็นเรื่องตรวจสอบง่ายขึ้นในสถานการณ์ถ่ายทำจริง เมื่อมองร่วมกับการที่ RED ปรับปรุงแอปควบคุมระยะไกล RED CONTROL และ RED CONTROL PRO ให้ใช้งานควบคุม ZR ได้ จะเห็นภาพว่ากล้องตัวนี้ไม่ได้อยู่เดี่ยวๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ professional video equipment ที่ผสมกันระหว่างฮาร์ดแวร์ Nikon และเวิร์กโฟลว์ RED ทั้งในกองถ่ายและห้องตัดต่อ นี่คือการเอาคุณสมบัติของกล้อง cinema มาอยู่ในบอดี้ที่ราคาดึงดูดกว่า โดยไม่ลดทอนเส้นทางการทำงานระดับมืออาชีพ

เป้าหมาย Open Gate ปี 2027 และเดิมพันในตลาดกล้องภาพยนตร์

แม้เฟิร์มแวร์ 2.00 ที่จะปล่อยในเดือนตุลาคมจะเป็นอัปเดตเล็กในสายตาหลายคน แต่เรื่องใหญ่จริงๆ คือเป้าหมายการเพิ่ม open gate recording และการ desqueeze เลนส์ anamorphic ในตัวกล้องภายในปี 2027 Nikon ยอมรับเองว่านี่คือเป้าหมาย ไม่ใช่สัญญาวันส่งมอบแบบตายตัว ซึ่งสะท้อนความระมัดระวังด้านวิศวกรรม แต่ขณะเดียวกันบริษัทก็มีชื่อเสียงด้านการสนับสนุนเฟิร์มแวร์หลังการขายที่ต่อเนื่อง จึงมีเหตุผลให้เชื่อว่าเป้าหมายนี้ไม่ใช่คำพูดลอยๆ หาก Nikon ทำได้ตามแผนภายในครึ่งแรกของปี 2027 กล้อง ZR จะกลายเป็นตัวเลือก cinema-focused ที่สามารถแข่งกับ Sony FX5 ได้ด้วยค่าใช้จ่ายระบบที่ประมาณครึ่งหนึ่ง ในขณะที่คู่แข่งเองก็ต้องรอเฟิร์มแวร์เพิ่มฟีเจอร์ open gate เช่นกัน สำหรับผู้ใช้ ตั้งแต่ผู้กำกับภาพไปจนถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์ การมี open gate บวกการ desqueeze ในตัวกล้องหมายถึงพื้นที่เซนเซอร์เต็มๆ ให้เล่นกับ framing แนวตั้ง แนวนอน และฟอร์แมตแพลตฟอร์มใหม่ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์เสริมแพงๆ นี่คือการกระจายเครื่องมือระดับภาพยนตร์สู่มือผู้สร้างที่กว้างขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับคำประกาศว่า Nikon และ RED จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านเฟิร์มแวร์เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ และพัฒนาวัฒนธรรมภาพในโลกภาพยนตร์ร่วมกัน

จากดีล RED สู่ระบบนิเวศภาพยนตร์ฉบับ Nikon

หากมองภาพรวม การพัฒนา Nikon cinema lenses ซีรีส์ T1.9 VV เก้ารุ่นควบคู่กับการยกระดับเฟิร์มแวร์ ZR ไม่ใช่การเคลื่อนไหวแบบฉาบฉวย แต่เป็นผลสืบเนื่องจากการเข้าซื้อ RED ที่เริ่มทำให้ Nikon พูดถึงเลนส์ cinema โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงต้นดีล ก่อนหน้านี้เราเห็นแค่เลนส์ลูกผสมอย่าง NIKKOR Z 28-135mm f/4 PZ ที่ยังใช้ f-stop และจับตลาดไฮบริด แต่ซีรีส์ T1.9 VV คือระบบเลนส์ภาพยนตร์จริงจังรุ่นแรกที่ถูกระบุด้วย T-stop ตั้งแต่ชื่อ พร้อมเป้าหมายให้ครอบคลุมเซนเซอร์ VV ที่ใหญ่กว่าฟูลเฟรมอย่างชัดเจน จุดปิดท้ายการประกาศเลนส์ T1.9 VV ของ Nikon ยังตอกย้ำวาทกรรมเรื่อง synergy เดิม นั่นคือให้คนทำหนังคาดหวังสิ่งที่มากขึ้นจากการร่วมมือระหว่าง Nikon และ RED เมื่อประกอบเข้ากับการที่ RED ปรับปรุงแอปควบคุมเพื่องานระยะไกลและการให้สัญญาว่าจะเดินหน้าปรับเฟิร์มแวร์ตามเสียงผู้ใช้ เราจะเห็นภาพระบบนิเวศที่เริ่มเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ฐานเลนส์ Z-mount สำหรับ cinema ไปจนถึงกล้อง ZR ที่พูดภาษา color science ของ RED ได้ โดยยังรักษาเสน่ห์ด้านราคาและความยืดหยุ่นแบบโลกมิเรอร์เลส สำหรับคนทำหนัง นี่คือข่าวดี เพราะยิ่ง ecosystem แข็งแรง ตัวเลือก professional video equipment ก็ยิ่งหลากหลาย และแรงกดดันด้านงบประมาณอาจลดลงในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!