ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เมื่อโรคนักกลองปิดฉากตำนาน Sweet Mullet และคำอำลาของหมู

เมื่อโรคนักกลองปิดฉากตำนาน Sweet Mullet และคำอำลาของหมู
ความสนใจ|เพลงร็อก

focal dystonia นักดนตรี คืออะไร และทำไมกรณีของหมู Sweet Mullet จึงสะเทือนใจ

focal dystonia นักดนตรี คือภาวะความผิดปกติของการเคลื่อนไหวที่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้กล้ามเนื้อเฉพาะส่วนหดเกร็งหรือเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติโดยไม่ตั้งใจ มักเกิดขึ้นเฉพาะเวลาทำกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะซ้ำๆ เช่น เล่นดนตรีหรือเขียนหนังสือ ทำให้สมองสั่งให้มือทำงานปกติแต่การควบคุมจังหวะและน้ำหนักกลับรวน ส่งผลให้ผู้เล่นสูญเสียความแม่นยำและความมั่นใจในการแสดงออกทางดนตรี กรณีของหมู วิทวัส มือกลอง Sweet Mullet จึงไม่ใช่แค่ข่าวดาราป่วย แต่เป็นภาพชัดของโรคนักกลองที่ค่อยๆ เปลี่ยนเส้นทางชีวิตคนคนหนึ่ง เขาเล่าว่าตัวเองเป็นโรค focal dystonia ที่แขนซ้ายมาประมาณ 15 ปี โรคนี้เป็นโรคทางสมองที่ควบคุมระบบประสาทสั่งการกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่สามารถควบคุมแขนซ้ายได้อย่างปกติ เริ่มจากการตีกลองได้ไม่เหมือนเดิม ความผิดปกติที่เคยเกิดเฉพาะบนเวทีจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามใหญ่ต่ออาชีพและตัวตนของเขาเอง

เมื่อโรคนักกลองปิดฉากตำนาน Sweet Mullet และคำอำลาของหมู

จากปัญหาเฉพาะเวลาเล่นดนตรี สู่การรุกคืบในชีวิตประจำวันของหมู

สิ่งที่ทำให้เรื่องของหมูน่าเจ็บปวดเป็นพิเศษคือเส้นทางของโรคที่ค่อยๆ ลุกลาม เขาอธิบายว่าในตอนแรก focal dystonia เป็นลักษณะ task-specific มีปัญหาเฉพาะแค่ตอนตีกลองเท่านั้น แต่จากการใช้งานกล้ามเนื้อผิดๆ ซ้ำๆ ต่อเนื่องมานานหลายปี โรคนี้เริ่มลามไปสู่การเล่นกีตาร์ เปียโน และสุดท้ายลุกลามมาสู่การใช้ชีวิตประจำวัน การหยิบแก้วน้ำ โทรศัพท์ จับส้อม ติดกระดุม เปิดประตู เข้าเกียร์รถ หรือแม้แต่เสยผม แขนซ้ายของเขาก็มักจะผิดธรรมชาติอยู่เสมอ นี่ไม่ใช่แค่การเล่นไม่เป๊ะ แต่คือการที่ดนตรีและสุขภาพทับซ้อนกันจนชีวิตประจำวันสั่นคลอน หมูบอกว่าการตีกลองกลายเป็นทั้งความสุขและความทรมานในเวลาเดียวกัน เสียงกลองในหัวที่คิด กับการทำงานของมือซ้ายไม่สัมพันธ์กันอีกต่อไป เขาพยายามต่อสู้กับแขนซ้ายของตัวเองมาโดยตลอด หวังเพียงแค่อยากจะตีกลองที่รักไปให้ได้นานที่สุด แต่ยิ่งเวลาผ่านไปมันก็ยิ่งแย่ลง นี่คือด้านมืดของโรคนักกลองที่หลายคนในวงการอาจยังไม่กล้าพูดถึง

sweet mullet ประกาศอำลา และภาระใจของคนที่รู้สึกเป็นตัวถ่วงวง

เมื่อเพจของวงประกาศว่าเต๋า ดุลยเกียรติ นักร้องนำ และหมู วิทวัส มือกลอง ยุติบทบาทเป็นสมาชิกวง โดยจะร่วมแสดงครั้งสุดท้ายในคอนเสิร์ตใหญ่ แฟนเพลงจำนวนมากรับรู้ทันทีว่านี่คือการปิดฉากสมาชิกยุคก่อตั้งที่เดินเคียงกันมากว่า 23 ปีนับตั้งแต่ปี 2546 แต่เบื้องหลังคำประกาศอำลานั้น หมูเล่าว่าในความรู้สึกดีที่พี่ๆ ในวงยอมรับและเข้าใจ เขากลับมีเสี้ยวหนึ่งที่รู้สึกผิด รู้สึกเป็นตัวถ่วงทั้งตอนเล่นสดและตอนทำเพลง เขายอมรับว่าที่เคยบอกคนอื่นว่าวงใช้เวลาแต่งเพลงนานเพราะพิถีพิถันหรือไม่มีเวลา ความจริงส่วนหนึ่งมาจากตัวเขาเองที่ไม่มีใจจะทำเพลงใหม่ เพราะรู้ว่ามือซ้ายจะไม่สามารถตีออกมาให้สมบูรณ์ได้ทั้งในห้องอัดและตอนเล่นสด ในฐานะที่เป็นทั้งมือกลองและโปรดิวเซอร์ของวง เขากลายเป็นคนที่ดึงให้การทำเพลงช้าไป เพราะผลลัพธ์ที่ได้ไม่เคยถูกใจตัวเอง นี่คือภาระใจของศิลปินที่ไม่ได้กลัวเสียงวิจารณ์จากคนดู แต่กลัวว่าตัวเองจะทำร้ายคุณภาพของวงที่รัก

คอนเสิร์ตใหญ่ในฐานะเส้นชัยสุดท้าย และความหมายต่อยุคหนึ่งของร็อก

หมูเขียนอย่างชัดเจนว่าคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งนี้จะเป็นเส้นชัยสุดท้ายของเขาในฐานะสมาชิก Sweet Mullet วันที่จะเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของวง และเป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งในชีวิต เมื่อโชว์จบลง เขาหวังว่าจะปล่อยมือได้โดยไม่รู้สึกค้างคาใจ ขณะเดียวกัน เต๋าเองก็เลือกอำลาจากความอิ่มตัวหลังโลดแล่นกับวงมานานกว่าสองทศวรรษ ทำให้คอนเสิร์ตนี้ไม่ใช่แค่โชว์ใหญ่ แต่คือพิธีปิดยุคของวงร็อกที่มีอิทธิพลสูงสุดวงหนึ่ง แม้สมาชิกที่เหลือจะเดินหน้าทำงานในนาม Sweet Mullet ต่อไป แต่การขาดสองเสาหลักย่อมเปลี่ยนโครงสร้างทางอารมณ์ของวงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับแฟนเพลง นี่คือการบอกลาเสียงกลองและเสียงร้องที่ผูกพันกันมานาน สำหรับหมู นี่คือการยอมรับว่าดนตรีและสุขภาพเดินไปต่อด้วยกันไม่ได้ในรูปแบบเดิมอีกแล้ว การเลือกหยุดจึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการเคารพทั้งร่างกายและมรดกทางดนตรีที่เขาร่วมสร้างมา

ดนตรีและสุขภาพ เมื่อ focal dystonia กลายเป็นอาชีพเสี่ยงของนักดนตรี

กรณีของหมูทำให้เราต้องมอง focal dystonia ในฐานะอาชีพเสี่ยงของนักดนตรีอย่างจริงจัง โรคนี้คือโรคทางระบบประสาทที่ทำให้กล้ามเนื้อเฉพาะส่วนหดเกร็งหรือเคลื่อนไหวผิดปกติโดยไม่ตั้งใจ บางชนิดเกิดเฉพาะเวลาทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น เล่นดนตรี เขียนหนังสือ หรือพูด ซึ่งในนักดนตรีเรียกว่า Musician's Dystonia หรือ task-specific focal dystonia พบในนักดนตรีอาชีพประมาณ 1% และจะเริ่มสูญเสียความแม่นยำในการควบคุมมือลงเรื่อยๆ การเคลื่อนไหวซ้ำๆ อย่างเข้มข้นเป็นเวลานานอาจมีส่วนกับการเกิดโรค แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ซ้อมหนักจะต้องเป็นโรคนี้ วันนี้วิธีรักษายังไม่สามารถทำให้หายขาด แต่มีการฉีด Botulinum toxin การทำกายภาพบำบัด การรับประทานยา และการผ่าตัดเพื่อช่วยลดอาการและให้กลับมาใช้งานได้บางส่วน สิ่งสำคัญคืออย่าฝืนซ้อมจนกล้ามเนื้อล้า อย่าเพิ่มความเร็วหรือความยากเกินไป และเมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที ไม่ใช่โทษตัวเองว่า “ซ้อมไม่พอ” แล้วฝืนเอาชนะ เพราะบางครั้งการยอมรับว่าร่างกายส่งสัญญาณเตือน คือการปกป้องทั้งสุขภาพและเส้นทางดนตรีในระยะยาว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!