Party คืออะไร และทำไมซิงเกิลใหม่ Troye Sivan ถึงสำคัญ
Party คือเพลงแดนซ์ขับเคลื่อนด้วยจังหวะวนซ้ำที่ Troye Sivan ใช้เพื่อเล่าโลกของปาร์ตี้และไนต์ไลฟ์เควียร์ ผ่านความรู้สึกค่ำคืนที่ไม่มีต้นไม่มีปลาย การเต้นรำและเสียงดนตรีถูกยกระดับให้กลายเป็นพิธีกรรมของการปลดปล่อยตัวตน และการอยู่ในพื้นที่ที่คนเควียร์ไม่ใช่คนส่วนน้อย เพลงนี้จึงไม่ใช่แค่เพลงปาร์ตี้ แต่เป็นบทสนทนาเชิงวัฒนธรรมว่าทำไมการออกไปเต้นในคลับหรือกลางแจ้งถึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างตัวตนและความทรงจำร่วมของชุมชน LGBTQ+ ที่สืบต่อกันมาหลายรุ่น การกลับมาพร้อม Troye Sivan Party ในฐานะซิงเกิลใหม่ Troye Sivan จากอัลบั้มที่สี่ She’s the Best แสดงชัดว่าเขาไม่ได้สนใจแค่ทำเพลงติดหู แต่ต้องการบอกว่าเพลงแดนซ์สามารถแบกน้ำหนักทางวัฒนธรรมและเรื่องราวเควียร์บนฟลอร์เต้นรำได้มากแค่ไหน ในมุมนี้ เพลง Party ทรอย คือคำประกาศว่าไนต์ไลฟ์ของคนเควียร์สมควรถูกมองเป็นศิลปะและประวัติศาสตร์ร่วม ไม่ใช่เพียงฉากหลังของความสนุกชั่วครู่ อัลบั้ม She’s the Best album ที่จะปล่อยวันที่ 9 ตุลาคม ยิ่งทำให้ซิงเกิลนี้คือประตูสำคัญสู่ยุคใหม่ของ Troye ที่มั่นใจและชัดเจนในสายตาและเสียงของตัวเองมากขึ้น

จังหวะแดนซ์ การวนซ้ำ และค่ำคืนที่ไม่มีวันจบ
หัวใจของ Troye Sivan Party อยู่ที่การออกแบบให้จังหวะแดนซ์และการวนซ้ำของเสียงทำงานเหมือนค่ำคืนที่ยืดยาวไม่รู้จบ Troye เล่าตรงไปว่าเพลงแดนซ์ให้ความรู้สึกคนละแบบเมื่ออยู่บนฟลอร์เต้นรำ เทียบกับตอนฟังจากลำโพงแล็ปท็อป และเขาอยากเล่นกับโครงสร้างของเพลงในแบบที่ทำให้ผู้ฟังค่อยๆ เคลิบเคลิ้มไปกับจังหวะ นี่คือการเข้าใจธรรมชาติของเพลงแดนซ์ในระดับลึก ว่ามันไม่ใช่แค่บีตเร็ว แต่คือการปล่อยให้ร่างกายกับเวลาไหลไปพร้อมกัน แรงบันดาลใจจาก bush doofs หรืองานปาร์ตี้กลางแจ้งในเมลเบิร์น และช่วงสุดสัปดาห์ที่คนออกไปสนุกตามที่ต่างๆ ทำให้เพลง Party ทรอย เหมือนบันทึกเสียงของค่ำคืนที่ไม่ต้องมีคำอธิบายยืดยาว การนำแซมเปิลจาก Music ของ Madonna มาอยู่ในเพลง ก็เป็นการโยงสายสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ป๊อปเควียร์ยุคก่อนกับปัจจุบันอย่างมีชั้นเชิง เพราะ Music เป็นเพลงไอคอนิกของยุคคลับต้นศตวรรษที่ 2000 การหยิบมาผสมในโพรดักชันใหม่ทำให้ Party กลายเป็นสะพานเชื่อมรุ่นของคนที่เติบโตมากับแดนซ์ป๊อป
เมื่อฟลอร์เต้นรำคือพื้นที่เควียร์ และปาร์ตี้คือพิธีกรรม
สิ่งที่ทำให้ Troye Sivan Party แตกต่างจากเพลงปาร์ตี้ทั่วไป คือการมองปาร์ตี้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนเควียร์ ไม่ใช่แค่สถานที่ไปเมามัน Gordon von Steiner ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอและ Troye ต่างเห็นตรงกันว่าฟลอร์เต้นรำและไนต์ไลฟ์คือหนึ่งในพื้นที่แรกๆ ที่คนเควียร์ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนส่วนน้อยในห้องนั้น พื้นที่เช่นนี้จึงเป็นส่วนสำคัญในการก่อร่างตัวตนและการปลดปล่อยตัวเอง มิวสิกวิดีโอ Party ใช้ภาพปราสาท งานเฉลิมฉลอง และงานภาพสไตล์ period piece เพื่อจินตนาการว่าถ้าการปาร์ตี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์มาตลอด ปาร์ตี้ในอดีตจะหน้าตาเป็นอย่างไร การทำให้ปาร์ตี้ดูเหมือนพิธีกรรมที่ก้าวข้ามยุคสมัยและสถานที่ เป็นการบอกว่าเรื่องเล่าของไนต์ไลฟ์เควียร์ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แค่ยุคคลับปัจจุบัน แต่เป็นการต่อสายกับประวัติศาสตร์ความสุข การต่อต้าน และความกล้าหาญจากคนรุ่นก่อน สำหรับแฟนเพลงที่เป็น LGBTQ+ การเห็นประสบการณ์ของตัวเองถูกเล่าอย่างอลังการและจริงจังในเพลงป๊อปถือเป็นการยืนยันว่าความสนุกของพวกเขามีความหมายในระดับวัฒนธรรม
Ian McKellen voiceover และเรื่องเล่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
การได้ Sir Ian McKellen มาให้เสียงเปิดเรื่องในเพลงและมิวสิกวิดีโอ Party คือหมุดหมายที่เพิ่มน้ำหนักทางวัฒนธรรมให้โปรเจกต์นี้แบบชัดเจน เสียงของ Ian ไม่ได้มาในฐานะแค่ดาราระดับตำนาน แต่ในฐานะชายเกย์ที่เปิดเผยตัวตนและประสบความสำเร็จ ซึ่งเคยร่วมงานกับ Troye ตั้งแต่เขาอายุประมาณ 14 ปีในละครเวที Waiting for Godot ที่เพิร์ท สำหรับ Troye แล้ว นี่คือการกลับไปเชื่อมต่อความทรงจำช่วงที่เขายังไม่ได้ออกกับแม่ แต่ได้เห็นตัวอย่างของคนเกย์ที่ใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระและภาคภูมิใจ เมื่อหลายปีผ่านไป การเชิญ Ian McKellen มาทำ voiceover ใน Troye Sivan Party จึงเหมือนการปิดวงจรเรื่องเล่าระหว่างสองเจเนอเรชัน เสียงของ Ian กลายเป็นตัวแทนของรุ่นก่อนที่ส่งต่อความกล้าหาญและประสบการณ์มาสู่รุ่นใหม่ของศิลปินเควียร์อย่าง Troye มันทำให้เพลง Party ทรอย ไม่ใช่แค่เพลงเต้นในคลับ แต่เป็นบทสนทนาระหว่างรุ่นของคนเควียร์ ที่บอกกันว่าชีวิตที่กล้าเปิดเผยตัวตนและไปเต้นบนฟลอร์คือมรดกที่ถูกส่งต่อจากเสียงหนึ่งไปสู่อีกเสียงหนึ่ง
She’s the Best album และการเติบโตทางศิลปะของ Troye
เมื่อนำ Troye Sivan Party ไปวางข้าง She’s the Best ซิงเกิลแรกและเพลงไตเติลจาก She’s the Best album จะเห็นชัดว่าทิศทางใหม่ของ Troye คือการใช้ป๊อปเล่าเรื่องคนที่หล่อหลอมชีวิตเขาและพื้นที่ที่เป็นบ้านของเขา She’s the Best สำรวจพลังของความเป็นหญิงและคนรอบตัวที่มีส่วนสร้างชีวิตของ Troye ขณะที่ Party หันกลับมาสำรวจพื้นที่ของไนต์ไลฟ์และชุมชนเควียร์ที่เขาเติบโตขึ้นมา การร่วมงานกับทีมเขียนเพลงอย่าง Luka Kloser, Elvira Anderfjärd, Tove Burman, Leland, Tyde Levi, Rob Feher และ Styalz Fuego รวมถึงการปล่อยงานร่วมกับ Tyde Levi อย่างเป็นทางการครั้งแรก แสดงให้เห็นว่า Troye กำลังเปิดบ้านดนตรีของตัวเองให้คนที่เดินร่วมทางเขามาตลอดเข้ามาอยู่ในผลงานอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่การหันหลังให้ป๊อปกระแสหลัก แต่เป็นการผลักป๊อปให้ลึกขึ้น มีราก และมีความหมายกับคนเควียร์และผู้ฟังที่มองหาเพลงที่พูดถึงชีวิตจริงของพวกเขา ในภาพรวม She’s the Best จึงมีศักยภาพจะเป็นงานที่ยืนยันว่าป๊อปเควียร์ไม่ได้อยู่ชายขอบ แต่คือศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์ของยุคนี้






