ราคา SSD เพิ่มขึ้น เพราะวิกฤต NAND ยืดเยื้อนาน

ราคา SSD เพิ่มขึ้น เพราะวิกฤต NAND ยืดเยื้อนาน
ความสนใจ|การจัดเก็บข้อมูลและเครือข่าย

หัวใจของวิกฤตราคา SSD/HDD: เมื่อ NAND ไม่พอใช้

วิกฤตราคา SSD และ HDD ในยุค AI คือภาวะที่ความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและงาน AI เติบโตเร็วกว่าความสามารถในการผลิตชิป NAND จนผู้ผลิตต้องล็อกสัญญาระยะยาวกับลูกค้าองค์กร ทำให้ราคา SSD เพิ่มขึ้น และราคา HDD NAS ขยับสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและธุรกิจขนาดกลางต้องจ่ายแพงขึ้นทุกครั้งที่อัปเกรดระบบจัดเก็บข้อมูลของตนเอง. ตอนนี้วิศวกรโครงสร้างพื้นฐานตอบตรงกันว่าของแพงคือ GPU แต่เบื้องหลังคืออุปกรณ์เก็บข้อมูลที่กลายเป็นคอขวดใหม่ของอุตสาหกรรม ราคา SSD ฝั่งองค์กรพุ่งขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่กี่ไตรมาส เพราะ AI กลืนกินกำลังผลิต NAND ที่เคยถูกเฉลี่ยมายังตลาดผู้บริโภค เมื่อโรงงานผลิตชิปไม่สามารถขยายกำลังผลิตทันที ตลาดจึงเข้าสู่โหมดแย่งทรัพยากร และผู้ซื้อรายย่อยกลายเป็นกลุ่มที่เสียเปรียบแบบไม่มีทางหลีกเลี่ยง.

ราคา SSD เพิ่มขึ้น เพราะวิกฤต NAND ยืดเยื้อนาน

ทำไม AI ทำให้ความต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลระเบิด

ปัญหาหลักไม่ใช่แค่ AI ต้องใช้พลังประมวลผลสูง แต่คือความต้องการพื้นที่เก็บ AI ที่ขยายตัวแบบไม่หยุดพัก ทั้งการฝึกและการให้บริการโมเดลล้วนดึงทรัพยากรเก็บข้อมูลอย่างหนัก การฝึกโมเดลขนาดใหญ่ยุคนี้ต้องกินชุดข้อมูลระดับหลายสิบล้านล้านโทเคน แถมยังเพิ่มข้อมูลภาพ วิดีโอ และเสียงที่มีขนาดไบต์ใหญ่กว่าข้อความหลายเท่า ผลคือ SSD ฝั่งศูนย์ข้อมูลถูกใช้เป็นชั้นเก็บข้อมูลที่ต้องตอบสนอง GPU ได้ทันที ขณะที่ HDD ถูกใช้เป็นชั้นเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลต้นทุนต่อเทราไบต์ต่ำ. กระบวนการฝึกต้องทำ checkpoint เป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดทำให้สูญเวลา GPU หลายสัปดาห์ แต่ละ checkpoint มีขนาดระดับหลายร้อยกิกะไบต์ถึงหลายเทราไบต์และสะสมอย่างต่อเนื่อง ด้านการให้บริการ AI เองก็สร้าง "แรงดึงดูดข้อมูล" ทุกข้อความสนทนา ทุก embedding ในฐานข้อมูลเวกเตอร์ และทุกระบบ RAG ล้วนสร้างข้อมูลใหม่ที่ต้องเก็บ จัดทำดัชนี และเข้าถึงด้วย latency ต่ำ ภาพรวมคือ AI ไม่ได้ใช้พื้นที่เก็บแบบครั้งเดียวจบ แต่ใช้แบบวนไปวนมา ทำให้ดีมานด์ NAND แทบไม่มีช่วงพัก.

ราคา SSD เพิ่มขึ้น เพราะวิกฤต NAND ยืดเยื้อนาน

เมื่อผู้ผลิตล็อกสัญญาระยะยาว ผู้ซื้อรายเล็กต้องจ่ายแพง

ในฝั่ง HDD nearline ซึ่งเป็นหัวใจของระบบเก็บข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับสำรองและเก็บระยะยาว กำลังอยู่ในช่วงทำยอดขายดีที่สุดในรอบหลายปี ผู้ผลิตรายใหญ่ปล่อยเทคโนโลยีใหม่อย่าง HAMR และ UltraSMR ที่ดันความจุขึ้นระดับ 40–44TB ต่อไดรฟ์ และวางแผนไปถึงระดับ 100TB ในอนาคต แต่ข่าวดีเรื่องความจุถูกกลบด้วยข้อเท็จจริงที่น่ากังวล: โควตาการผลิต nearline สำหรับปีล่าสุดถูกจองหมดแล้วตั้งแต่เนิ่นๆ และสัญญากับลูกค้า hyperscaler ยืดยาวไปจนใกล้ปลายทศวรรษนี้. สถานการณ์นี้แปลตรงๆ ว่า "ผู้ผลิตไม่มีกำลังผลิตเหลือให้ตลาดรายย่อย" ผู้ใช้ตามบ้านที่ต้องอัปเกรด HDD NAS หรือธุรกิจขนาดกลางที่ต้องเพิ่มสตอเรจสำหรับเซิร์ฟเวอร์ จะต้องเจอ ราคา HDD NAS สูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะแข่งขันทรัพยากรกับผู้เล่นรายใหญ่ที่พร้อมจ่ายแพงต่อเทราไบต์เพื่อไม่ให้คลัสเตอร์ GPU ของตนหยุดนิ่ง เมื่อโรงงานผลิตยังมีจำนวนจำกัด ภาวะเบียดผู้บริโภคออกจากตลาดจึงเกิดขึ้นโดยตรง.

ราคา SSD เพิ่มขึ้น เพราะวิกฤต NAND ยืดเยื้อนาน

คำเตือนจากผู้ผลิต NAND: ราคา SSD เพิ่มขึ้นไปอีกหลายปี

ฝั่งชิป NAND ภาพยิ่งชัดว่าเราไม่ได้เจอแค่รอบราคาเพิ่มชั่วคราว แต่เป็นวิกฤตยืดเยื้อ ผู้บริหาร Phison ระบุว่ากำลังการผลิต NAND ในระยะสั้นไม่สามารถตอบสนองดีมานด์ได้ และบริษัทต้องสร้างคลังสินค้ากลยุทธ์เพื่อประกันการส่งมอบ SSD ฝั่งองค์กรให้ผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัท AI ในช่วงสองปีข้างหน้า ระหว่างพูดคุยกับผู้บริหารผู้ผลิต NAND รายอื่น เขาเดาว่าต้องใช้เวลาราวสองปีเพื่อเพิ่มกำลังผลิต แต่คำตอบที่ได้รับคือ "สี่ปี" ตั้งแต่ลงทุนจนถึงผลิตเชิงพาณิชย์. โดยสรุป คาดว่าภาวะขาด NAND จะลากยาวอย่างน้อยสี่ปีจากนี้ และระหว่างนั้นราคาชิป NAND จะสูงขึ้นตามดีมานด์ที่ยังเติบโต เมื่อ enterprise SSD ใช้ NAND ประมาณ 60% ของกำลังผลิตทั่วโลก และโรงงานไม่ได้แยกสายผลิตสำหรับพีซีเล่นเกมกับแร็กในศูนย์ข้อมูล ตลาดผู้บริโภคจึงเสียส่วนแบ่ง NAND ให้ฝั่งองค์กรแบบอัตโนมัติ ผลคือราคา SSD เพิ่มขึ้นทั้งในตลาดศูนย์ข้อมูลและสินค้า consumer NVMe/SATA ที่มีบางหมวดราคาขึ้นระดับสามหลักเปอร์เซ็นต์.

ราคา SSD เพิ่มขึ้น เพราะวิกฤต NAND ยืดเยื้อนาน

กลยุทธ์ซื้อ SSD/HDD สำหรับผู้ใช้และธุรกิจขนาดกลาง

เมื่อรู้แล้วว่าภาวะขาด NAND จะไม่หายไปในเร็ววัน ผู้ซื้อไม่ควรกดหวังว่าราคา SSD และราคา HDD NAS จะกลับลงจุดต่ำสุดในเวลาอันใกล้ แต่ต้องจัดการความเสี่ยงแทน สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องอัปเกรด SSD เพื่อใช้งานประจำวัน แนวคิดคือซื้อให้พอใช้ในระยะ 2–3 ปี อย่าซื้อเผื่อเกินความจำเป็น เพราะทุกกิกะไบต์ที่นอนเฉยๆ คือเงินที่จ่ายเพิ่มจากภาวะตลาดตึงตัว. ธุรกิจขนาดกลางที่มี NAS หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวควรวางแผนลงทุนรายปีแทนการซื้อทีเดียวครั้งใหญ่ ลองแบ่งการขยายความจุเป็นรอบเล็กๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านราคา นอกจากนี้ควรใช้แนวทาง tiered storage แยกข้อมูลร้อนที่ต้องอ่านเขียนบ่อยไปอยู่บน SSD ความเร็วสูง ส่วนข้อมูลเย็นหรือสำรองระยะยาวให้ย้ายไปอยู่บน HDD ความจุสูง เพื่อลดผลกระทบจากดีมานด์ความต้องการพื้นที่เก็บ AI ที่กำลังดันปริมาณใช้ NAND และ HDD ในศูนย์ข้อมูลให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ในโลกที่สตอเรจไม่ใช่ของถูกอีกต่อไป คนที่รู้จักวางแผนใช้งานจะได้เปรียบที่สุด.

ราคา SSD เพิ่มขึ้น เพราะวิกฤต NAND ยืดเยื้อนาน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

แฟลชไดร์ฟ หรือ ฮาร์ดดิสก์ แบบไหน “ดีกว่า” กันแน่? เมื่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกลายเป็นสมรภูมิของชีวิตดิจิทัล

แฟลชไดร์ฟ หรือ ฮาร์ดดิสก์ แบบไหน “ดีกว่า” กันแน่? เมื่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลกลายเป็นสมรภูมิของชีวิตดิจิทัล

มุม รวมเทคโนโลยี24 ต.ค. 2568
🗄️ ตู้เซฟ: เกราะป้องกันทรัพย์สินยุคใหม่ที่ขาดไม่ได้ 🔒

🗄️ ตู้เซฟ: เกราะป้องกันทรัพย์สินยุคใหม่ที่ขาดไม่ได้ 🔒

มุม ความรู้การเงิน26 ก.ย. 2568
บอกลาความไร้ประสิทธิภาพ! เครื่องมือเหล่านี้จะเปลี่ยนคุณให้เป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการข้อมูล" ทันที

บอกลาความไร้ประสิทธิภาพ! เครื่องมือเหล่านี้จะเปลี่ยนคุณให้เป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการข้อมูล" ทันที

การจัดเก็บข้อมูลและเครือข่าย26 ก.ย. 2568
External Harddisk คืออะไร? ทำไมต้องมี

External Harddisk คืออะไร? ทำไมต้องมี

มุม รวมเทคโนโลยี25 ก.ย. 2568
เครื่องเคลือบบัตร ไอเทมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตเรียบร้อยขึ้นแบบไม่รู้ตัว ✨🖇️

เครื่องเคลือบบัตร ไอเทมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตเรียบร้อยขึ้นแบบไม่รู้ตัว ✨🖇️

มุม เครื่องใช้ในบ้านสำหรับแม่และเด็ก24 ก.ย. 2568
SSD/HDD คืออะไร และเลือกใช้งานอย่างไร

SSD/HDD คืออะไร และเลือกใช้งานอย่างไร

จัดสเปกให้22 ก.ย. 2568
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!