ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

วิธีเชฟชื่อดังและแบรนด์อาหารสร้างเมนูคอลลาบอเรชั่นให้ไวรัลบนโซเชียล

วิธีเชฟชื่อดังและแบรนด์อาหารสร้างเมนูคอลลาบอเรชั่นให้ไวรัลบนโซเชียล
ความสนใจ|ทำอาหาร

เมนูคอลลาบอเรชั่นเชฟคืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นไวรัลโซเชียลอาหาร

เมนูคอลลาบอเรชั่นเชฟ คือเมนูอาหารหรือเครื่องดื่มที่แบรนด์จับมือกับเชฟหรือเซเลบริตี้ด้านอาหาร มาร่วมกันออกแบบสูตร รสชาติ และคอนเซ็ปต์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นการทำเป็นเมนูเอกซ์คลูซีฟแบรนด์ มีระยะเวลาจำกัด เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษ กระตุ้นให้ลูกค้าต้องรีบมาลองก่อนหมด และจูงใจให้เกิดการแชร์ประสบการณ์ลงบนโซเชียล จนกลายเป็นกระแสไวรัลโซเชียลอาหารในช่วงเวลาสั้นๆ

แก่นสำคัญคือการบอกว่า แบรนด์ไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ขายเรื่องราวและไลฟ์สไตล์ ผ่านตัวตนของเชฟหรือเซเลบที่คนรู้จักดี นั่นทำให้การสั่งเมนูหนึ่งจานไม่ใช่แค่การกิน แต่เป็นการมีส่วนร่วมกับเทรนด์และวัฒนธรรมป๊อป ดังจะเห็นได้จากแบรนด์กาแฟจนถึงร้านเบอร์เกอร์ระดับโลก ต่างหันมาใช้กลยุทธ์นี้อย่างจริงจัง

The Coffee Club x Pitt Karchai: ใช้เชฟเซเลบยกระดับสู่ All-Day Dining

กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือโปรเจกต์ The Coffee Club x Pitt Karchai ที่แบรนด์ออลเดย์ไดนิ่งสัญชาติออสเตรเลียประกาศปรับมูฟเมนต์ครั้งใหญ่ จับมือพิชญ์ กาไชย เซเลบริตี้เชฟสายไฟน์ไดนิ่ง มาร่วมสร้างเมนูพิเศษ 3 สไตล์ เพื่อสื่อสารให้ชัดว่า เดอะ คอฟฟี่ คลับไม่ได้มีดีแค่กาแฟ แต่เป็นจุดหมายปลายทางของอาหารมื้ออร่อยตั้งแต่เช้าจรดเย็น

ทั้งสามเมนู ได้แก่เฟรนช์โทสต์สไตล์คาวหวาน และสองเมนูข้าวริซอตโตทรัฟเฟิลกับเนื้อหรือแซลมอน ถูกออกแบบให้ตอบพฤติกรรมลูกค้าที่อยากหาร้านครบจบในที่เดียว ทั้งมื้อสายและมื้อเย็น จุดที่น่าสนใจคือแบรนด์ทำให้เมนูเหล่านี้เป็นเมนูพิเศษที่ขายเพียง 2 เดือน เริ่มเสิร์ฟตั้งแต่ 21 เมษายน 2569 ทุกสาขา ความจำกัดเวลาสร้างแรงกดดันเชิงบวกให้ลูกค้ารู้สึกว่า ถ้าไม่ไปตอนนี้จะพลาด

อีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือสเกลของแบรนด์ ปัจจุบันเดอะ คอฟฟี่ คลับมี 41 สาขา ทั้งในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว รวมถึงสาขาที่รีโนเวทใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์ดีขึ้น เมื่อเมนูคอลลาบอเรชั่นเชฟถูกปล่อยพร้อมกันทั่วเครือข่าย เท่ากับเป็นแคมเปญที่แปลงทุกสาขาให้กลายเป็นเวทีเดียวกันในการปลุกภาพจำ All-Day Dining ให้ชัดกว่าที่เคย

วิธีเชฟชื่อดังและแบรนด์อาหารสร้างเมนูคอลลาบอเรชั่นให้ไวรัลบนโซเชียล

Shake Shack x JamyJamess: ซีฟู้ดเบอร์เกอร์สไตล์นิวยอร์กที่เล่นใหญ่ด้วย R&D

ฝั่งร้านเบอร์เกอร์ระดับโลก ก้าวไปอีกขั้นด้วยคอนเซ็ปต์ “ทะเลใจ ใจนิวยอร์ก” ที่ดึงเจมี่เจมส์มาคอลลาบอเรชั่น นำรสชาติจากร้านทะเลใจ ผสานกับองค์ประกอบหลักของ Shake Shack ตั้งแต่เบอร์เกอร์เนื้อ ขนมปังมันฝรั่ง มันฝรั่งทอด ไปจนถึงมิลค์เชค สิ่งนี้ทำให้ซีฟู้ดเบอร์เกอร์สไตล์นิวยอร์กไม่ใช่แค่การเปลี่ยนไส้ แต่เป็นการสร้างโครงเรื่องใหม่ให้กับเมนูทั้งชุด

หัวใจของเมนูคือแนวคิด Surf & Turf ที่จับคู่เนื้อกับกุ้งในคำเดียวกัน การพัฒนาต้องผ่านการวิจัยและทดลองหลายรอบ ตั้งแต่ขนาดกุ้ง วิธีการปรุง ไปจนถึงสัดส่วนซอส เพื่อให้ไม่มีรสชาติไหนกลบอีกฝั่ง ซอสซีฟู้ดมายองเนสถูกใช้เป็นตัวเชื่อมรสเปรี้ยวหวานเผ็ดเค็มแบบไทยกับความครีมมี่ของอาหารตะวันตก พร้อมออกแบบเนื้อสัมผัสให้ได้ทั้งความฉ่ำของเนื้อและความกรอบของกุ้งในคำเดียว

สิ่งที่ทำให้เมนูนี้ยิ่งน่าสนใจคือ นี่เป็นครั้งแรกที่เครือเบอร์เกอร์แบรนด์นี้ออกเมนูซีฟู้ด ทั้งในประเทศและแม้แต่ในตลาดต้นทาง ทีมจึงเลือกใช้กุ้งแบบบัตเตอร์ฟลาย ชุบแป้งบาง เพื่อให้ได้ความกรอบพอดี และรักษาสมดุลเนื้อกับกุ้งในทุกคำ พร้อมต่อยอดเป็นเมนูมันฝรั่งทอด Sea & Fries ที่นำคางกุ้งทอด ผงต้มยำ และใบมะกรูดมาสร้างรสชาติหลายชั้น นี่คือการใช้คอลลาบอเรชั่นเชฟสร้างเมนูเอกซ์คลูซีฟแบรนด์ที่มีลายเซ็นชัดเจน

วิธีเชฟชื่อดังและแบรนด์อาหารสร้างเมนูคอลลาบอเรชั่นให้ไวรัลบนโซเชียล

ความเร่งด่วน ความเอ็กซ์คลูซีฟ และผลลัพธ์ต่อผู้บริโภค

สิ่งที่ทั้งสองกรณีมีร่วมกันคือการใช้เวลาจำกัดมาสร้างความเร่งด่วน เมนูของ The Coffee Club x Pitt Karchai เปิดขายเพียง 2 เดือนเท่านั้น ส่วนเมนู Shake Shack x JamyJamess ก็ถูกวางกรอบช่วงเวลาชัดเจนในการจำหน่ายที่ทุกสาขา 5 แห่งและผ่านเดลิเวอรี เมื่อผู้บริโภครู้ว่ามีเวลาลองแค่ช่วงสั้นๆ แรงจูงใจในการไปซ้ำและชวนเพื่อนไปลองย่อมเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

ในเชิงประสบการณ์ ลูกค้ารับประโยชน์สองชั้น ชั้นแรกคือได้ลองรสชาติใหม่ที่คิดมาดี ผ่านการทดลองซ้ำๆ ไม่ใช่เมนูทดลองโชค ชั้นที่สองคือได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาพิเศษ เพราะเมนูเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องเล่าในอนาคต ว่าเคยมีช่วงหนึ่งที่แบรนด์ทำเมนูคอลลาบอเรชั่นเชฟแบบนี้ออกมา และถ่ายรูปลงโซเชียลไว้ทันหรือไม่ การไปกินจึงผูกติดกับการอัปเดตตัวเองและสถานะทางโซเชียลด้วย

วิธีเชฟชื่อดังและแบรนด์อาหารสร้างเมนูคอลลาบอเรชั่นให้ไวรัลบนโซเชียล

บทสรุป: จากเมนูพิเศษสู่กลยุทธ์ระยะยาวของแบรนด์อาหาร

เมื่อมองไปข้างหน้า แบรนด์อาหารดูเหมือนจะหยุดไม่ได้กับกลยุทธ์เมนูคอลลาบอเรชั่นเชฟ เพราะ The Coffee Club ยังระบุชัดว่าโปรเจกต์กับพิชญ์เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และพร้อมเปิดโอกาสต่อยอดความร่วมมือรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้ลูกค้า ขณะที่ฝั่งเบอร์เกอร์ก็แสดงให้เห็นว่าการลองของยากอย่างเมนูซีฟู้ดสามารถปลุกภาพจำแบรนด์ได้แรงกว่าการออกเมนูหมุนเวียนธรรมดา

ในมุมผู้บริโภค ความท้าทายคือการแยกว่าอะไรคือกิมมิก อะไรคือคุณภาพจริง แต่ถ้าแบรนด์ยังคงให้ความสำคัญกับรสชาติและรายละเอียดเหมือนตัวอย่างที่เห็น เมนูเอกซ์คลูซีฟแบรนด์จะไม่ใช่แค่ไม้เด็ดชั่วคราว แต่จะกลายเป็นสนามทดลองใหญ่ ที่ทำให้ทั้งเชฟและแบรนด์กล้าลองสิ่งใหม่ และผลักซีนไวรัลโซเชียลอาหารให้มีอะไรสนุกๆ ให้พูดถึงอยู่เรื่อยๆ

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!