สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ของในบ้าน แต่คือ “คนในครอบครัว”
Pet Parent คือเจ้าของที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัวเต็มตัว ยอมจัดสรรงบประมาณ เวลา และอารมณ์ดูแลเหมือนดูแลคนในบ้าน ตั้งแต่การเลือกอาหารคุณภาพ การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การพาออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน ไปจนถึงการซื้อประกันและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุข ไม่ใช่แค่ให้ข้าวให้น้ำหรือกันเหงาแบบในอดีตอีกต่อไป
สิ่งที่สะท้อนชัดคือ ค่าเลี้ยงสัตว์เลี้ยงรายปีที่ถ่างกว้างขึ้นอย่างมีนัย Pet Parent กลุ่ม Pet Humanization ยอมเปย์สูงสุดเฉลี่ยกว่า 50,500 บาทต่อปีต่อหนึ่งตัว ขณะที่เจ้าของแบบเดิมมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 7,910 บาทต่อปีต่อหนึ่งตัว ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันกำลังเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงจาก “ภาระค่าใช้จ่าย” ไปเป็น “ศูนย์กลางการใช้เงิน” ของทั้งครอบครัว พร้อมลากทั้งอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงให้เติบโตแรงแบบแซงหลายธุรกิจ
ค่าใช้จ่าย 7,910–50,500 บาทต่อปี เปลี่ยนโครงสร้างตลาดสัตว์เลี้ยง
เมื่อขยี้ตัวเลข Pet Parent ค่าใช้จ่าย จะเห็นภาพการใช้เงินที่ต่างกันเกือบคนละจักรวาล กลุ่มที่เลี้ยงเพื่อดูแลพื้นฐานใช้ปีละราว 7,910 บาทต่อหนึ่งตัว ขณะที่กลุ่ม Pet Humanization กระโดดไปถึง 50,500 บาทต่อหนึ่งตัว หรือประมาณ 6.4 เท่าของกลุ่มแรก นี่คือเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโดยตรง และบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ใครคือกำลังซื้อหลักของยุคนี้
โครงสร้างค่าใช้จ่ายก็สะท้อนภาพตลาดอย่างชัดเจน กลุ่มที่เน้นพื้นฐานทุ่มไปกับอาหารและขนมถึง 57% รองลงมาเป็นค่ารักษาดูแลสุขภาพ 24% และค่าบริการ 19% ขณะที่กลุ่ม Pet Humanization กระจายเงินละเอียดขึ้น อาหารและขนม 49% สุขภาพ 26% บริการ 14% และเพิ่มหมวดอุปกรณ์และของใช้สัตว์เลี้ยงอีก 11% นี่คือจุดที่อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเริ่มแตกยอดจากอาหารไปสู่บริการ ไลฟ์สไตล์ และสินค้าเฉพาะทางรอบด้าน
ตลาดสัตว์เลี้ยงทะลุแสนล้าน เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นเศรษฐกิจเต็มตัว
ผลวิจัยจากเวที Pawssible Society Conference แสดงชัดว่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 13.2% จากมูลค่า 3.3 หมื่นล้านบาทในปี 2562 พุ่งแตะ 9.2 หมื่นล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะทะลุ 1.01 แสนล้านบาทในปี 2569 อีกข้อมูลยืนยันไปในทิศทางเดียวกันว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยคาดว่าจะขยายตัวถึง 1 แสนล้านบาทในปี 2026 เติบโต 9.8% จากปีก่อน นี่คือเศรษฐกิจแสนล้านที่สร้างจากความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ ไม่ใช่จากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป
ปัจจัยผลักดันไม่ใช่แค่จำนวนสุนัขแมวที่มีเจ้าของเพิ่มขึ้น แต่คือการเปลี่ยนมุมมองจาก “เจ้าของกับสัตว์เลี้ยง” เป็น “คนกับสมาชิกครอบครัว” เมื่อความสัมพันธ์เปลี่ยน พฤติกรรมการใช้จ่ายก็ขยับตาม เจ้าของพร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่อสุขภาพ ความสะอาด รูปลักษณ์ และคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ตลาดครอบคลุมทั้ง Pet Food Healthcare อุปกรณ์ ของใช้ และบริการดูแลสัตว์เลี้ยงครบวงจร ในทางเศรษฐกิจ นี่คือการยกระดับจากตลาดสินค้าเดี่ยว ไปสู่ระบบนิเวศอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเต็มรูปแบบ
จากอาหารถึงคาเฟ่ Pet Friendly เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
ค่าเลี้ยงสัตว์เลี้ยงรายปีไม่ได้จบแค่ถุงอาหารหรือค่าหมอ แต่กำลังไหลไปสู่ประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ร่วมกันของคนกับสัตว์เลี้ยง เจ้าของจำนวนมากเริ่มพาสัตว์เลี้ยงออกจากบ้านไปสู่โลกภายนอก ทั้งบริการ Grooming โรงแรมสัตว์เลี้ยง และพื้นที่ Pet Friendly ที่กำลังบูม โดยบริการยอดนิยมสามอันดับคือ Grooming 51.6% Hotel 18.5% และ Pet Friendly 11.5%
Pet Friendly ไม่ได้หมายถึงแค่มีป้ายอนุญาตนำสัตว์เลี้ยงเข้า แต่คือการขยายช่องทางจับจ่ายไปยังห้าง ร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักที่ออกแบบรองรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ผลที่ตามมาคือสัตว์เลี้ยงค่อยๆ เคลื่อนจาก “สมาชิกในบ้าน” ไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์เจ้าของอย่างเต็มตัว เจ้าของจึงยอมควักเงินกับค่าเดินทาง คาเฟ่ ของเล่น ถ่ายภาพ และบริการเสริมต่างๆ มากขึ้น ยิ่งสถานที่เหล่านี้เพิ่มจำนวนและคุณภาพ ก็ยิ่งสร้างโอกาสใหม่ให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเติบโตต่อเนื่อง
สุขภาพ อายุยืน และ 5P: ทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง
แกนกลางของกระแสใหม่ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงคือการขยับจาก “รักษาเมื่อป่วย” ไปสู่ “ป้องกันก่อนเป็น” ตลาดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันกำลังกลายเป็น New Norm ของผู้เลี้ยงยุคใหม่ ผู้เลี้ยงนิยมพาสัตว์ไปฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และทำหมันอย่างสม่ำเสมอ โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยด้านบริการสุขภาพอยู่ราว 10,000–30,000 บาทต่อปีต่อหนึ่งตัว นี่คือสัญญาณว่าคนเลี้ยงไม่ต้องการเห็นสัตว์เลี้ยงแค่ไม่ป่วย แต่อยากให้อายุยืน อยู่กับครอบครัวให้นานที่สุด
งานวิจัยด้านอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงสรุปโมเดล 5P ได้แก่ Premiumization Prevention Package Proactivity และ Protection เป้าหมายคือสร้าง Peace of Mind ให้เจ้าของว่าตนกำลังดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด ตั้งแต่อาหารคุณภาพ การดูแลสุขภาพประจำปี ประกันภัยสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเทคโนโลยี Pet Tech ที่ช่วยให้รู้สึกใกล้ชิดสัตว์เลี้ยงแม้ไม่ได้อยู่ด้วย การเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์จึงไม่ใช่แค่การให้ข้าวต่อมื้อ แต่เป็น “การลงทุนให้อายุยืน” ของสมาชิกครอบครัวขนฟูตัวหนึ่งอย่างแท้จริง






