ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

องค์กรเพิ่มเมนูอาหารจากพืช 30% สุขภาพดี ธุรกิจโต โลกยั่งยืน

องค์กรเพิ่มเมนูอาหารจากพืช 30% สุขภาพดี ธุรกิจโต โลกยั่งยืน
ความสนใจ|การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

อาหารจากพืชในโปรแกรมองค์กร ไม่ใช่เทรนด์แต่คือยุทธศาสตร์ใหม่

อาหารจากพืช คือแนวทางการจัดเมนูที่เพิ่มสัดส่วนธัญพืช ผัก ผลไม้ ถั่ว และโปรตีนจากพืช เข้าไปในระบบอาหารอย่างมีเป้าหมาย เพื่อสร้างอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง พร้อมทั้งหนุนเศรษฐกิจวัตถุดิบจากเกษตรกร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตอาหารรูปแบบเดิมที่พึ่งพาเนื้อสัตว์สูง การขยับเมนูให้เน้นอาหารจากพืชจึงเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายและธุรกิจที่องค์กรสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวในโลกสุขภาพ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมกับพันธมิตรหลายองค์กร จัดงาน Plant-Rich Leaders ภายใต้สัปดาห์ Bangkok Climate Action Week เพื่อยกย่องและชวนองค์กรเข้าร่วมเปลี่ยนผ่านระบบอาหารไปสู่เมนูอาหารจากพืชที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้จริง งานนี้คือสัญญาณชัดว่าเรื่องอาหารในโปรแกรมองค์กรกลายเป็นวาระเชิงยุทธศาสตร์แล้ว ไม่ใช่เพียงสวัสดิการพนักงาน

องค์กรเพิ่มเมนูอาหารจากพืช 30% สุขภาพดี ธุรกิจโต โลกยั่งยืน

เป้าหมาย 30% ใน 1 ปี ทำไมจึงสำคัญต่อคนทำงาน

แก่นของโครงการ Plant 30% Leaders Club คือการชวนองค์กรเพิ่มองค์ประกอบจากพืชในเมนู รายการสินค้า หรือการจัดซื้อจัดเลี้ยงให้เปลี่ยนแปลงไม่น้อยกว่า 30% ภายในหนึ่งปี ตัวเลขนี้ไม่ได้ใช้เพื่อกดดันให้ทุกคนเป็นมังสวิรัติ แต่เพื่อวางหมุดหมายที่วัดผลได้ ว่าพนักงานและผู้ใช้บริการมีทางเลือกอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ดร สิริพร พิทยโสภณ ชี้ว่าอาหารเป็นจุดเชื่อมระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในระดับคนทำงาน การที่โรงอาหารบริษัท โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย หรือโรงแรมเพิ่มเมนูอาหารจากพืชที่หลากหลายและน่ากิน หมายถึงโอกาสดูแลร่างกายโดยไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตมาก แค่เดินเข้าคิวแล้วมีเมนูจากพืชให้หยิบง่ายขึ้น สำหรับฝ่ายบริหาร เป้าหมาย 30% ยังช่วยให้การวางนโยบายสวัสดิการสุขภาพชัดขึ้น ไม่ใช่เพียงการแจกคู่มือดูแลสุขภาพ แต่ผูกเข้ากับการจัดซื้อ การจัดเลี้ยง และวัฒนธรรมการกินขององค์กร

สามเสาหลัก สุขภาพ ธุรกิจ สิ่งแวดล้อม เชื่อมกันด้วยเมนูอาหารจากพืช

จุดต่างของโครงการนี้คือการมองระบบอาหารในองค์กรผ่านสามเสาหลักพร้อมกัน ไม่ใช่แยกกันคนละเรื่อง ด้านสุขภาพ มาตรการเพิ่มอาหารจากพืชถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชน ลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับการกิน และทำให้ภาพอาหารเพื่อสุขภาพไม่ใช่ของเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป ด้านเศรษฐกิจ การผลักดันเมนู Plant-Rich ส่งสัญญาณความต้องการใหม่ไปตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงเชฟและธุรกิจท่องเที่ยว สร้างโอกาสให้วัตถุดิบอย่างไข่ผำ ถั่ว เห็ด และโปรตีนจากพืชรูปแบบต่าง ๆ ถูกพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าอาหารมูลค่าสูง เชื่อมเข้ากับเป้าหมายเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมอาหารอนาคตเป็น 500,000 ล้านบาทภายในปี 2570 ด้านสิ่งแวดล้อม การลดสัดส่วนเนื้อสัตว์ในระบบอาหารช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถูกระบุชัดเป็นหนึ่งในเป้าหมายของโครงการ เมื่อรวมกันทั้งสามด้าน เมนูหนึ่งจานในโรงอาหารองค์กรจึงมีผลเกินกว่าที่พนักงานมองเห็นบนถาดอาหาร

โปรแกรมองค์กร Plant-Rich เปิดพื้นที่ธุรกิจใหม่และความร่วมมือข้ามภาคส่วน

สิ่งที่น่าสนใจคือ Plant 30% Leaders Club ไม่ได้เป็นเพียงโครงการรณรงค์ แต่ทำตัวเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือให้สมาชิกองค์กรแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ตั้งแต่การออกแบบเมนู การคัดเลือกวัตถุดิบ ไปจนถึงการสื่อสารกับผู้บริโภค ในงาน Plant-Rich Leaders มีทั้งการมอบรางวัลให้กับองค์กรที่ให้คำมั่นจะปรับเมนูไปสู่เมนูจากพืช การประกาศเจตนารมณ์ของสมาชิกจากโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ผลิตและค้าปลีกอาหาร รวมถึงองค์กรผู้จัดซื้อและจัดเลี้ยง พร้อมนิทรรศการนวัตกรรมอาหารและสาธิตการปรุงอาหารจากพืชเพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้จริง ผลลัพธ์คือการสร้างตลาดใหม่ให้เมนูอาหารจากพืชในระดับโปรแกรมองค์กร ผู้ประกอบการที่กล้าเป็นกลุ่มแรกมีโอกาสพิสูจน์ว่าทางเลือก Plant-Rich ทำได้ทั้งด้านรสชาติ ราคา และการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะลดความเสี่ยงและสร้างแรงจูงใจให้องค์กรอื่นตามมา การแข่งขันกันสร้างเมนูจากพืชที่อร่อยและเข้าถึงง่าย จึงกลายเป็นสนามธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยงกับภาพลักษณ์การดูแลสุขภาพพนักงานโดยตรง

บทสรุป อาหารจากพืชต้องกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

ทิศทางจากงาน Plant-Rich Leaders ส่งข้อความชัดว่าอนาคตของอาหารเพื่อสุขภาพจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับการตัดสินใจขององค์กรวันนี้ หากโรงอาหาร บริษัท มหาวิทยาลัย โรงแรม และโรงพยาบาลยังจัดเมนูโดยไม่คิดถึงสัดส่วนอาหารจากพืช เราก็จะวนอยู่กับปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ แต่ถ้าเริ่มใช้เป้าหมาย 30% เป็นจุดตั้งต้น เมนูในถาดอาหารของพนักงานจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากตัวเลือกจำกัดไปเป็นความหลากหลายที่ชวนกิน ดร สิริพรเน้นว่าความตั้งใจของโครงการคือทำให้ทางเลือก Plant-Rich กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนที่มีความรู้ด้านโภชนาการ ในทางปฏิบัติ นั่นหมายถึงการผลักดันให้ฝ่ายจัดซื้อเชื่อมกับเกษตรกร โปรตีนจากพืช และนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ แล้วแปลงเป็นเมนูที่ทั้งอร่อยและมีราคาสมเหตุสมผล ถ้าองค์กรไทยจำนวนมากเลือกเดินเส้นทางนี้พร้อมกัน ระบบอาหารทั้งประเทศย่อมขยับไปสู่สุขภาพ ธุรกิจ และโลกที่ดีขึ้นในเวลาไม่นาน

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!