รับแอปรับแอป

Britney Spears ปิดดีลใหญ่ ขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดให้ Primary Wave: เมื่อแคตตาล็อกในตำนานเปลี่ยนมือ

Image 1
Image 2
Image 3
Image 4
1 / 4

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในวงการเพลงป๊อประดับโลก เมื่อ Rolling Stone รายงานว่า Britney Spears ตัดสินใจขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดของเธอให้กับบริษัทบริหารสิทธิ์เพลงยักษ์ใหญ่อย่าง Primary Wave

ดีลนี้รวมเพลงฮิตระดับไอคอนอย่าง
…Baby One More Time
Oops!… I Did It Again
I’m a Slave 4 U
Lucky

และอีกมากมายในแคตตาล็อกที่นิยามยุคป๊อปช่วงปลาย 90s – ต้น 2000s

แม้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวระบุว่ามูลค่าดีลใกล้เคียงกับ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเคียงกับดีลของ Justin Bieber ที่ขายแคตตาล็อกให้ Hipgnosis Songs Capital เมื่อปี 2023


Primary Wave คือใคร ทำไมศิลปินระดับตำนานถึงเลือกดีลด้วย?

Primary Wave ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการนี้ บริษัทขึ้นชื่อเรื่องการกว้านซื้อลิขสิทธิ์เพลงจากศิลปินระดับโลกและกองมรดกของศิลปินในตำนาน

รายชื่อที่เคยดีลด้วย ได้แก่
Whitney Houston
Bob Marley
Prince
Stevie Nicks

โมเดลธุรกิจของพวกเขาคือการบริหารและขยายมูลค่าเพลงในระยะยาว ไม่ว่าจะผ่านภาพยนตร์ โฆษณา ซีรีส์ หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง


ทำไมศิลปินถึงขายแคตตาล็อก?

การขายลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี

  • ได้รับเงินก้อนใหญ่ทันที

  • ไม่ต้องจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ซับซ้อน

  • ลดภาระทางกฎหมายและธุรกิจ

ข้อเสีย

  • สูญเสียรายได้ระยะยาวจากสตรีมมิ่ง

  • ไม่มีอำนาจเต็มในการอนุญาตใช้เพลงในเชิงพาณิชย์

  • เสียการควบคุมทิศทางการใช้ผลงานบางส่วน

ในกรณีของ Britney ดีลนี้อาจถูกมองว่าเป็นการ “จัดระเบียบชีวิต” หลังจากผ่านช่วงเวลาทางกฎหมายและชีวิตส่วนตัวที่ซับซ้อนมาหลายปี


วิเคราะห์: แคตตาล็อกเพลงคือสินทรัพย์ยุคใหม่

ในยุคสตรีมมิ่ง เพลงไม่ได้เป็นแค่ผลงานศิลปะ แต่เป็น ทรัพย์สินทางการเงินระยะยาว

เพลงฮิตที่มีอายุ 20-30 ปี ยังสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะเมื่อถูกใช้ในซีรีส์ฮิต หรือกลับมาไวรัลใน TikTok

สำหรับนักลงทุน แคตตาล็อกเพลงคือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำและสร้างรายได้ซ้ำๆ
สำหรับศิลปิน การขายคือการแลกเงินก้อนกับรายได้ในอนาคต


Britney กับการเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง

เส้นทางของ Britney Spears เต็มไปด้วยจุดเปลี่ยนใหญ่หลายครั้ง ทั้งในแง่ดนตรีและชีวิตส่วนตัว

การขายลิขสิทธิ์เพลงครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ดีลธุรกิจ
แต่เป็นสัญญาณของบทใหม่

จากเด็กสาววัย 16 ที่ร้อง …Baby One More Time
สู่ศิลปินที่กำลังจัดการมรดกทางดนตรีของตัวเอง


คำถามที่ตามมา

แฟนเพลงจำนวนมากตั้งคำถามว่า
เพลงเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในบริบทใดต่อไป?
จะยังสะท้อนภาพลักษณ์ของ Britney แบบเดิมหรือไม่?

แม้ลิขสิทธิ์จะเปลี่ยนมือ
แต่เสียงร้องและภาพจำของเธอยังคงอยู่ในความทรงจำของคนทั่วโลก

การขายแคตตาล็อกเพลงของ Britney Spears ให้ Primary Wave คือดีลระดับประวัติศาสตร์ของวงการเพลง

มันสะท้อนว่า
เพลงไม่ใช่แค่ศิลปะ
แต่คือสินทรัพย์มูลค่าสูงในโลกธุรกิจดนตรี

และแม้เจ้าของลิขสิทธิ์จะเปลี่ยนไป
…Baby One More Time ก็ยังคงเป็นบทเพลงที่นิยามยุคหนึ่งของป๊อปคัลเจอร์เสมอ