ช่วงหน้าฝนหลายคนแทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเดินลุยฝนหรือเหยียบน้ำขังจนรองเท้าเปียกชุ่ม บางคู่เพิ่งซื้อมาไม่นานก็เริ่มมีกลิ่น พื้นหลุด หรือทรงรองเท้าเปลี่ยน จนเกิดคำถามว่าฝนเป็นตัวการจริงหรือไม่
.
คำตอบคือ "มีส่วนจริง" เพราะรองเท้าผ้าใบส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เปียกน้ำบ่อย ๆ โดยเฉพาะวัสดุผ้า กาว และโฟมที่อยู่ภายในรองเท้า
.
เมื่อรองเท้าเปียกซ้ำ ๆ ความชื้นสามารถซึมเข้าไปสะสมในชั้นวัสดุต่าง ๆ ทำให้กาวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น บางคนจึงเริ่มสังเกตว่าพื้นรองเท้าหลุดหรือขอบรองเท้าเริ่มอ้าเร็วกว่าปกติ
.
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการตากรองเท้าผิดวิธี หลังเปียกฝน หลายคนรีบนำไปตากแดดจัดทันที แม้จะช่วยให้แห้งเร็ว แต่ความร้อนสูงอาจทำให้กาวเสื่อม วัสดุแข็งตัว หรือสีซีดเร็วกว่าที่ควร
.
ความชื้นที่สะสมยังเป็นสาเหตุของกลิ่นอับและเชื้อราภายในรองเท้า โดยเฉพาะหากใส่ต่อเนื่องทุกวันและไม่มีเวลาให้รองเท้าแห้งสนิท
.
วิธีดูแลที่ช่วยยืดอายุรองเท้าคือถอดแผ่นรองพื้นออกมาผึ่งแยก ใช้กระดาษซับความชื้นยัดไว้ด้านใน และตากในที่อากาศถ่ายเทดี แทนการวางกลางแดดแรง ๆ เป็นเวลานาน
.
สำหรับคนที่ต้องเจอฝนบ่อย การมีรองเท้าสลับใช้อย่างน้อย 2 คู่ ก็ช่วยได้มาก เพราะทำให้แต่ละคู่มีเวลาแห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง
.
ถ้ามองในภาพรวม รองเท้าผ้าใบไม่ได้พังเพราะโดนฝนเพียงครั้งเดียว แต่การเปียกซ้ำ ๆ และความชื้นสะสมเป็นเวลานานต่างหากที่ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง การดูแลหลังเปียกฝนอย่างถูกวิธีจึงสำคัญไม่แพ้การเลือกรองเท้าคู่ดีตั้งแต่แรก





ความคิดเห็น