เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่าทีมของเขาจำเป็นต้องเล่นให้ “สมบูรณ์แบบ” หากต้องการพลิกสถานการณ์เอาชนะเรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง หลังจากเกมแรกบุกไปแพ้ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว 0-3
ในเกมเลกแรก กัปตันทีมเรอัล มาดริด เฟเดริโก วัลเวร์เด ทำแฮตทริกตั้งแต่ครึ่งแรก ส่งให้ทีมจากสเปนกลายเป็นตัวเต็งที่จะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ
กวาร์ดิโอลากล่าวถึงสถานการณ์ของทีมว่า การจะกลับมาได้ต้องอาศัยเกมที่สมบูรณ์แบบในหลายด้าน ทั้งการยืนตำแหน่ง การสร้างโอกาส และการจบสกอร์ โดยในเกมแรกซิตี้พยายามใช้แนวรุกหลายคน แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้
กุนซือชาวสเปนยังยกตัวอย่างการคัมแบ็กในอดีตของแมนฯ ซิตี้ เช่น เกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2021-22 ที่ทีมตามหลังแอสตัน วิลลา 0-2 ก่อนยิงสามประตูในช่วง 14 นาทีสุดท้าย คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนว่าฟุตบอลยังสามารถเกิดการพลิกสถานการณ์ได้เสมอ
อย่างไรก็ตาม สถิติในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกชี้ว่าการกลับมาจากการตามหลัง 3 ประตู ในรอบน็อกเอาต์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง เช่น
เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา ชนะเอซี มิลาน 4-0 (ฤดูกาล 2003-04)
โรม่า พลิกชนะบาร์เซโลนา 3-0 (ฤดูกาล 2017-18)
ลิเวอร์พูล ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 (ฤดูกาล 2018-19)
กวาร์ดิโอลายอมรับว่าภารกิจครั้งนี้หนักมาก เพราะการยิงมากกว่า 3 ประตูใส่เรอัล มาดริดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขายังเชื่อว่าหากทีมเล่นได้อย่างเฉียบคมและมีวินัยในเกมรับ โอกาสก็ยังเปิดอยู่
ด้านความพร้อมของทั้งสองทีม เรอัล มาดริด จะได้ คีเลียน เอ็มบัปเป กลับมาหลังจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า แต่ จูด เบลลิงแฮม ยังไม่พร้อมลงสนามเนื่องจากปัญหากล้ามเนื้อแฮมสตริง
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการดวลกันระหว่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ กับกองหลังตัวแกร่งของมาดริดอย่าง อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ซึ่งเคยรับมือดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ได้ดีในการพบกันก่อนหน้านี้
ศึกเลกสองจึงกลายเป็นเกมสำคัญที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องเปิดเกมรุกเต็มที่ หากหวังสร้างหนึ่งในการคัมแบ็กครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์แชมเปียนส์ลีก
ที่มา theguardian


