รับแอปรับแอป

Sony แย้มภาคต่อ KPop Demon Hunters อาจเลื่อนยาวเกินปี 2029

Image 1
Image 2
Image 3
Image 4
1 / 4

แฟนๆ แอนิเมชันสาย K-Pop อาจต้องทำใจกันยาวๆ เพราะดูเหมือนว่า KPop Demon Hunters 2 จะยังไม่พร้อมเข้าฉายก่อนปี 2030 แม้ก่อนหน้านี้จะมีการตั้งเป้าเปิดตัวไว้ราวปี 2029 ก็ตาม

Kristine Belson และ Damien de Froberville แห่ง Sony Pictures Animation ให้สัมภาษณ์กับ The Hollywood Reporter ถึงความสำเร็จของภาคแรก ทั้งในแง่ตัวหนังและเพลงประกอบ ที่ทำให้สตูดิโอตัดสินใจเดินหน้าภาคต่ออย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวไม่นาน

แต่เมื่อถูกถามว่ากำหนดปี 2029 ดูจะ “เร็วเกินจริง” สำหรับงานแอนิเมชันระดับนี้หรือไม่ Belson ก็ยอมรับโดยนัยว่าขั้นตอนโปรดักชันอาจทำให้ไทม์ไลน์ต้องเลื่อนออกไปอีก


ทำไมแอนิเมชันถึงใช้เวลานานขนาดนั้น?

ภาพยนตร์แอนิเมชันคุณภาพสูง โดยเฉพาะจากสตูดิโอใหญ่อย่าง Sony ไม่ใช่แค่การเขียนบทแล้ววาดภาพ

กระบวนการสร้างครอบคลุมตั้งแต่

  • การพัฒนาเรื่อง (Development)

  • การออกแบบตัวละครและโลก

  • แอนิเมชันทีละเฟรม

  • ดนตรีและซาวด์ดีไซน์

  • การทดสอบและแก้ไขงานหลายรอบ

หนังอย่าง Spider-Verse เองก็ใช้เวลาหลายปี และ KPop Demon Hunters ซึ่งมีทั้งฉากแอ็กชัน โลกปีศาจ และฉากคอนเสิร์ตที่ต้องอลังการ ก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก

การขยายสเกลภาค 2 จึงแทบเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้เวลานาน


โลกที่ใหญ่ขึ้น เรื่องราวที่ลึกขึ้น

De Froberville แย้มว่า ภาค 2 จะขยายจักรวาลให้กว้างขึ้น ทั้งโลกปีศาจ โลกป๊อปสตาร์ และชะตากรรมของ Jinu ที่ยังมีพื้นที่ให้เล่าอีกมาก

ภาคแรกปูพื้นฐานไว้ด้วยคอนเซปต์สุดแสบ—เกิร์ลกรุ๊ป HUNTR/X ที่เป็นนักล่าปีศาจ ต่อสู้กับพลังมืดที่แฝงตัวมาในรูปแบบบอยกรุ๊ป

ไอเดียนี้ไม่เพียงสดใหม่ แต่ยังเสียดสีวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างแยบยล ทำให้จักรวาลของเรื่องมีศักยภาพขยายต่อได้อีกหลายทิศทาง

คำถามคือ สตูดิโอจะเลือกขยายในมุมแอ็กชัน ดราม่า หรือเสียดสีวงการ K-Pop ให้เข้มข้นกว่าเดิม?


ความสำเร็จที่มากกว่าแค่ภาพยนตร์

KPop Demon Hunters ไม่ได้ดังแค่ตัวหนัง แต่เพลงประกอบก็ได้รับความนิยมสูง จนศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังเสียงร้องอย่าง EJAE, Audrey Nuna และ REI AMI ต้องเดินสายเวทีรางวัลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

นี่คือโมเดลความสำเร็จแบบ Cross-Media
หนัง + เพลง + วัฒนธรรม K-Pop = อิทธิพลระดับสากล

ยิ่งกระแสดีมากเท่าไร ความคาดหวังต่อภาค 2 ก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ในยุคที่แฟรนไชส์จำนวนมากเร่งสร้างภาคต่อเพื่อต่อยอดกระแส การที่ Sony ใช้เวลาพัฒนา KPop Demon Hunters 2 อย่างรอบคอบ อาจเป็นสัญญาณที่ดี

เพราะจักรวาลที่มีศักยภาพขนาดนี้ ถ้าทำดี สามารถกลายเป็นแฟรนไชส์ระยะยาวได้ ไม่ต่างจาก Spider-Verse หรือ Hotel Transylvania

การเลื่อนฉายออกไปหลังปี 2030 จึงอาจไม่ได้หมายถึงความล่าช้า
แต่เป็นการลงทุนกับคุณภาพ

แม้แฟนๆ อาจต้องรออีกหลายปี แต่จักรวาลของ KPop Demon Hunters ดูจะยังขยายตัวต่อเนื่อง

โลกปีศาจ
โลกป๊อปสตาร์
และเรื่องราวของตัวละครที่ยังไม่จบ

บางครั้ง การรอคอยอาจคุ้มค่า หากภาค 2 สามารถยกระดับทุกอย่างให้ใหญ่และลึกกว่าเดิม

คำถามตอนนี้ไม่ใช่ว่า “เมื่อไหร่จะได้ดู”
แต่คือ “มันจะพาเราไปไกลแค่ไหน” เมื่อกลับมาอีกครั้งหลังปี 2030