หลายคนเปลี่ยนที่นอน เปลี่ยนผ้าปู หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านเป็นประจำ แต่กลับใช้หมอนใบเดิมนานหลายปี เพราะมองว่ายังนอนได้อยู่ จนลืมไปว่าหมอนก็มีอายุการใช้งานเหมือนกัน
.
โดยทั่วไป หมอนส่วนใหญ่มักมีอายุการใช้งานประมาณ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุและการดูแลรักษา หลังจากนั้นประสิทธิภาพในการรองรับศีรษะและต้นคอจะเริ่มลดลง
.
สัญญาณที่เห็นได้ชัดคือหมอนเริ่มยุบตัว แบนลง หรือคืนรูปได้ไม่เหมือนเดิม ทำให้เวลานอนรู้สึกไม่สบายตัว หรือเริ่มมีอาการปวดคอ ปวดบ่า หลังตื่นนอนบ่อยขึ้น
.
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือ หมอนเป็นแหล่งสะสมของเหงื่อ น้ำมันจากผิวหนัง ฝุ่น และไรฝุ่น แม้จะใช้ปลอกหมอนตลอด แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังสามารถสะสมอยู่ภายในหมอนได้เมื่อเวลาผ่านไป
.
สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ อาการคัดจมูก จามตอนเช้า หรือระคายเคืองทางเดินหายใจ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับหมอนที่ใช้งานมานานเกินไปโดยไม่รู้ตัว
.
วิธีสังเกตง่าย ๆ คือพับหมอนครึ่งหนึ่งแล้วปล่อย หากหมอนไม่คืนรูปหรือยังคงแบนอยู่ อาจเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว
.
นอกจากนี้ การซักปลอกหมอนเป็นประจำ และนำหมอนไปผึ่งลมบ้าง จะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดการสะสมของความชื้นได้มากขึ้น
.
ถ้ามองในภาพรวม หมอนไม่ใช่ของที่ควรใช้จนพังแล้วค่อยเปลี่ยน เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนโดยตรง หากใช้มาหลายปีแล้วเริ่มยุบตัว มีกลิ่นอับ หรือทำให้ตื่นมาปวดคออยู่บ่อย ๆ ก็อาจถึงเวลาหาหมอนใบใหม่ได้แล้ว


ความคิดเห็น