ความเหนื่อยของคนยุคนี้ บางทีมันไม่ได้เกิดจากการใช้ชีวิตช้าเกินไป
แต่มาจากการพยายาม “วิ่งให้ทัน” เพซที่ไม่ใช่ของตัวเอง
เราอยู่ในโลกที่ทุกอย่างดูเร็วไปหมด
เดดไลน์เร็ว ข่าวเร็ว ความสำเร็จของคนอื่นก็เร็ว
จนบางครั้งเราหันกลับมาถามตัวเองว่า…
“เรากำลังช้าลงหรือเปล่า?”
แต่ความจริงอาจเป็นแค่ว่า
เราไม่ได้วิ่งบนลู่วิ่งเดียวกับเขาเท่านั้นเอง
โซเชียลทำให้เราเห็นชีวิตคนอื่นตลอดเวลา
ใครได้งานใหม่
ใครย้ายประเทศ
ใครประสบความสำเร็จ
ใครมีชีวิตที่ดู “ไปไกลกว่า”
ภาพเหล่านี้ไม่ได้ผิดอะไร
แต่การเห็นมันทุกวัน อาจสร้างแรงกดดันแบบเงียบๆ
เหมือนเรากำลังถูกเร่งให้ต้องเร็วขึ้น ทั้งที่ไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร
ในทางจิตวิทยา ความรู้สึกแบบนี้เรียกว่า comparison fatigue
หรือ “ความเหนื่อยล้าจากการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นอย่างต่อเนื่อง”
มันไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น
แต่มักทำให้เรารู้สึกว่า “ตัวเองไม่พอ” อยู่ตลอดเวลา
แนวคิดนี้สอดคล้องกับ Social Comparison Theory ของ Leon Festinger
ที่อธิบายว่า มนุษย์มีแนวโน้มประเมินคุณค่าของตัวเอง
ผ่านการเปรียบเทียบกับผู้อื่นโดยอัตโนมัติ
โดยเฉพาะในเรื่องที่ไม่มีมาตรฐานชัดเจนอย่าง “ความสำเร็จในชีวิต”
ปัญหาคือ…เราไม่ได้เปรียบเทียบแบบยุติธรรม
บนโซเชียล เราไม่ได้เห็นชีวิตทั้งก้อนของใคร
เราเห็นแค่ “ไฮไลต์”
แต่เรากลับเอาไฮไลต์ของคนอื่น
มาเทียบกับ “เบื้องหลังทั้งหมด” ของตัวเอง
เพซที่เราเห็นจึงอาจไม่ใช่เพซจริง
และเส้นทางที่ดูเร็ว อาจไม่ใช่เส้นทางที่เราจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน
ที่สำคัญคือ…
แต่ละคนมีต้นทุนชีวิต เวลา ภาระ และจังหวะไม่เหมือนกันเลย
เพซที่ใช่ ไม่จำเป็นต้องเร็วที่สุด
การตั้งคำถามกับเพซของตัวเองจึงสำคัญมาก
เพซที่ใช่ อาจไม่ใช่เพซที่เร็วที่สุด
แต่คือเพซที่ทำให้เรา…
ยังหายใจได้
ยังพักได้
ยังมีแรงไปต่อ
และยังรู้สึกว่าเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง
เพราะชีวิตไม่ใช่การแข่งขันว่าใครถึงก่อน
แต่คือการเดินทางที่เราต้องอยู่กับมันให้ไหว
สรุปแล้ว…
เราไม่ได้ช้าลงหรอก
เราแค่กำลังใช้จังหวะของตัวเอง
และบางที การไม่วิ่งตามเพซของคนอื่น
อาจเป็นการดูแลใจที่ดีที่สุดในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบก็ได้ 💛




