รับแอปรับแอป

OH! JUICE ปิดปี 2568 ยอดขายทะลุ 350 ล้าน 2 ล้านแก้ว พร้อมลุยต่อกลยุทธ์ Celebrity-led ดันโตแรงอีกปี

Image 1
Image 2
Image 3
Image 4
Image 5
1 / 5

ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยังคงร้อนแรง และหนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตาที่สุดตอนนี้คือ OH! JUICE ที่ล่าสุดเผยตัวเลขปี 2568 สร้างยอดขายมากกว่า 350 ล้านบาท จากการขายกว่า 2 ล้านแก้ว ตอกย้ำสถานะผู้เล่นที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด

แต่สิ่งที่ทำให้ปีนี้น่าสนใจกว่าตัวเลข คือการเดินเกมแบรนด์ที่ชัดเจนขึ้น ผ่านกลยุทธ์ Celebrity-led Brand Experience ที่จับมือกับศิลปินหนุ่มสุดฮอต ปอนด์ ณราวิชญ์ เปิดแคมเปญ “Love Takeover” จนเกิดปรากฏการณ์ขายเกลี้ยงทุกสาขา และดันยอดขายพุ่งกว่า 200% รับปีม้า


จากแบรนด์น้ำผลไม้ สู่แบรนด์ประสบการณ์

OH! JUICE ไม่ได้วางตัวเองเป็นแค่ร้านน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มสุขภาพทั่วไปอีกต่อไป แต่กำลังขยับสู่การเป็น “แบรนด์ประสบการณ์”

การใช้กลยุทธ์ Celebrity-led ไม่ใช่แค่การเอาดารามาถือแก้วถ่ายรูป แต่เป็นการสร้างโมเมนต์ที่เชื่อมโยงอารมณ์ของแฟนคลับเข้ากับแบรนด์

แคมเปญ “Love Takeover” จึงไม่ได้ขายแค่เมนู
แต่ขายความรู้สึก

เมื่อฐานแฟนของปอนด์มีความเหนียวแน่นและพร้อมสนับสนุน การ Collab ครั้งนี้จึงสร้างแรงกระเพื่อมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ จนหลายสาขาขายหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว


350 ล้าน กับ 2 ล้านแก้ว บอกอะไรตลาด?

ตัวเลข 2 ล้านแก้วในหนึ่งปี ไม่ได้สะท้อนแค่ยอดขาย แต่สะท้อนถึงความถี่การกลับมาซื้อซ้ำ

ในตลาดเครื่องดื่มที่แข่งขันสูง ทั้งคาเฟ่ แบรนด์ชานม และเครื่องดื่มสุขภาพ การที่ OH! JUICE ทำยอดแตะ 350 ล้านได้ แปลว่ามีทั้งฐานลูกค้าประจำและพลังการตลาดที่ดึงดูดกลุ่มใหม่ได้ต่อเนื่อง

ยิ่งเมื่อแคมเปญ Love Takeover ทำยอดโต 200% ก็ยิ่งชัดว่า Celebrity Marketing ยังเป็นเครื่องมือทรงพลัง หากเลือกพาร์ตเนอร์ที่ “ใช่”


ทำไม Celebrity-led ถึงเวิร์ก?

  1. Fan Economy มีพลังสูงมากในไทย
    แฟนคลับไม่ได้แค่ติดตาม แต่พร้อมสนับสนุนจริงจัง

  2. ประสบการณ์ต้องมากกว่าโฆษณา
    การสร้างเมนูพิเศษ แพ็กเกจจิ้งลิมิเต็ด หรือกิจกรรมในร้าน ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วม

  3. แบรนด์ต้องมีฐานที่แข็งแรงก่อน
    ถ้าสินค้าไม่ดีพอ แคมเปญก็ไปไม่ไกล
    OH! JUICE มีจุดขายเรื่องสุขภาพและคุณภาพวัตถุดิบอยู่แล้ว จึงต่อยอดได้ง่าย


ปี 2569 จะไปต่ออย่างไร?

เมื่อปี 2568 ปิดด้วยยอด 350 ล้าน และโมเมนตัมจากแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ คำถามคือปี 2569 จะเติบโตได้อีกแค่ไหน

หาก OH! JUICE เดินเกมต่อด้วยกลยุทธ์ประสบการณ์แบรนด์ ควบคู่กับการขยายสาขาและพัฒนาเมนูใหม่ๆ โอกาสแตะยอดที่สูงกว่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

สิ่งที่ต้องจับตาคือ
จะมี Celebrity Collaboration ใหม่หรือไม่
และจะขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศหรือเปล่า

OH! JUICE ไม่ได้โตเพราะกระแสชั่วคราว
แต่โตเพราะเข้าใจทั้งตลาดสุขภาพและพลังแฟนคลับ

ยอดขาย 350 ล้านบาท กับ 2 ล้านแก้ว คือหลักฐานของการวางเกมที่แม่นยำ
และแคมเปญ Love Takeover คือบทพิสูจน์ว่า “ประสบการณ์” คือกุญแจของแบรนด์ยุคใหม่

ปี 2569 จึงไม่ใช่แค่ปีแห่งการเติบโต
แต่เป็นปีที่ต้องพิสูจน์ว่า OH! JUICE จะรักษาความร้อนแรงนี้ไว้ได้ยาวแค่ไหน