รับแอปรับแอป

‘ตัวเหี้ยสวนลุมฯ’ จากสัตว์ที่หลายคนกลัว สู่ซอฟต์พาวเวอร์แปลกตาของกรุงเทพฯ

Image 1
Image 2
Image 3
1 / 3

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หลายคนอาจนึกถึงวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง หรือสตรีตฟู้ดชื่อดัง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีสิ่งหนึ่งที่กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างคาดไม่ถึง นั่นคือ “ตัวเหี้ย” ที่สวนลุมพินี

หลายคนอาจแปลกใจ แต่ความจริงแล้วมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจเดินทางมาที่สวนลุมพินีเพียงเพื่อ ถ่ายรูปกับตัวเหี้ย และเก็บภาพกลับไปเป็นที่ระลึก

ก่อนหน้านี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยให้ข้อมูลว่า ภายในสวนลุมพินีมีตัวเหี้ยมากกว่า 200 ตัว และกำลังกลายเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวสนใจอย่างมาก

จากสัตว์ที่คนไทยจำนวนหนึ่งมองว่าไม่น่ารักหรือหลีกเลี่ยง กลับกลายเป็นสิ่งที่ต่างชาติรู้สึกตื่นเต้นและอยากเห็นกับตาตัวเอง


จากสัตว์ที่คนไทยคุ้นเคย สู่ความแปลกใหม่ของนักท่องเที่ยว

สำหรับคนไทย ตัวเหี้ยอาจเป็นสัตว์ที่เห็นได้ตามแหล่งน้ำ สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ธรรมชาติ จนกลายเป็นเรื่องปกติ

แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากยุโรปหรืออเมริกา การได้เห็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่เดินอยู่ในสวนกลางเมืองหลวง ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกและน่าสนใจ

หลายคนมองว่ามันเหมือนกับการได้เห็น สัตว์ป่ากลางเมืองใหญ่

ภาพตัวเหี้ยเดินริมสระน้ำในสวนลุมพินีจึงกลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก


สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวกลางกรุง

สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อนของคนเมืองมานานหลายสิบปี

นอกจากจะเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย วิ่ง หรือพักผ่อนแล้ว สวนแห่งนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด เช่น

  • นก

  • เต่า

  • ปลา

  • และตัวเหี้ย

ระบบนิเวศของสวนทำให้สัตว์เหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างสมดุล

ตัวเหี้ยเองก็มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ เพราะช่วยกำจัดซากสัตว์และควบคุมจำนวนสัตว์บางชนิด


เมื่อสัตว์ธรรมดากลายเป็นจุดท่องเที่ยว

ในยุคที่การท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดอยู่แค่แลนด์มาร์กใหญ่ๆ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มสนใจสิ่งเล็กๆ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง

ตัวเหี้ยที่สวนลุมพินีจึงกลายเป็นเหมือน เอกลักษณ์เฉพาะของกรุงเทพฯ

ภาพนักท่องเที่ยวที่ยืนถ่ายรูปตัวเหี้ยริมสระน้ำ อาจดูธรรมดาสำหรับคนไทย แต่สำหรับคนต่างชาติ มันคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากเมืองอื่น


โซเชียลมีเดียช่วยให้ตัวเหี้ยดังขึ้น

อีกเหตุผลที่ทำให้ตัวเหี้ยสวนลุมพินีกลายเป็นที่รู้จัก คือพลังของโซเชียลมีเดีย

นักท่องเที่ยวจำนวนมากโพสต์ภาพหรือวิดีโอของตัวเหี้ยพร้อมข้อความว่า

  • “สัตว์ยักษ์ในสวนกลางกรุงเทพฯ”

  • “Bangkok’s giant lizard”

  • “Monitor lizard in the city”

ภาพเหล่านี้ถูกแชร์ต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นไวรัลในบางช่วง

เมื่อคนอื่นเห็น ก็ยิ่งอยากมาดูด้วยตัวเอง


จากสิ่งธรรมดาสู่ Soft Power

เรื่องของตัวเหี้ยสวนลุมพินีสะท้อนแนวคิดหนึ่งของการท่องเที่ยวในยุคใหม่ นั่นคือ Soft Power ที่เกิดจากความเป็นธรรมชาติของเมือง

สิ่งที่คนท้องถิ่นมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งกลับเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนต่างชาติ

ไม่ว่าจะเป็น

  • สตรีตฟู้ดริมทาง

  • ตลาดท้องถิ่น

  • หรือแม้แต่สัตว์ในสวนสาธารณะ

สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง และทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสชีวิตจริงของสถานที่นั้น

ตัวเหี้ยที่สวนลุมพินีจึงอาจกลายเป็นหนึ่งในเรื่องเล็กๆ ที่ช่วยสร้างภาพจำของกรุงเทพฯ ในสายตานักท่องเที่ยว

ตัวเหี้ยที่สวนลุมพินีอาจเป็นสัตว์ที่คนไทยเห็นจนชินตา แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มันคือประสบการณ์ที่น่าสนใจและไม่เหมือนใคร

จากสัตว์ที่หลายคนเคยรู้สึกกลัว กลับกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม และเป็นอีกหนึ่งสีสันของกรุงเทพฯ

เรื่องราวนี้ทำให้เห็นว่า บางครั้ง เสน่ห์ของเมืองไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่เท่านั้น

แต่อยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตในเมือง ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่า

“นี่แหละ คือกรุงเทพฯ จริงๆ”