ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หลายคนอาจนึกถึงวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง หรือสตรีตฟู้ดชื่อดัง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีสิ่งหนึ่งที่กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างคาดไม่ถึง นั่นคือ “ตัวเหี้ย” ที่สวนลุมพินี
หลายคนอาจแปลกใจ แต่ความจริงแล้วมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ตั้งใจเดินทางมาที่สวนลุมพินีเพียงเพื่อ ถ่ายรูปกับตัวเหี้ย และเก็บภาพกลับไปเป็นที่ระลึก
ก่อนหน้านี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยให้ข้อมูลว่า ภายในสวนลุมพินีมีตัวเหี้ยมากกว่า 200 ตัว และกำลังกลายเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวสนใจอย่างมาก
จากสัตว์ที่คนไทยจำนวนหนึ่งมองว่าไม่น่ารักหรือหลีกเลี่ยง กลับกลายเป็นสิ่งที่ต่างชาติรู้สึกตื่นเต้นและอยากเห็นกับตาตัวเอง
จากสัตว์ที่คนไทยคุ้นเคย สู่ความแปลกใหม่ของนักท่องเที่ยว
สำหรับคนไทย ตัวเหี้ยอาจเป็นสัตว์ที่เห็นได้ตามแหล่งน้ำ สวนสาธารณะ หรือพื้นที่ธรรมชาติ จนกลายเป็นเรื่องปกติ
แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากยุโรปหรืออเมริกา การได้เห็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่เดินอยู่ในสวนกลางเมืองหลวง ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกและน่าสนใจ
หลายคนมองว่ามันเหมือนกับการได้เห็น สัตว์ป่ากลางเมืองใหญ่
ภาพตัวเหี้ยเดินริมสระน้ำในสวนลุมพินีจึงกลายเป็นภาพที่ถูกแชร์ในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก
สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวกลางกรุง
สวนลุมพินีเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อนของคนเมืองมานานหลายสิบปี
นอกจากจะเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย วิ่ง หรือพักผ่อนแล้ว สวนแห่งนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด เช่น
นก
เต่า
ปลา
และตัวเหี้ย
ระบบนิเวศของสวนทำให้สัตว์เหล่านี้สามารถอยู่ร่วมกับเมืองได้อย่างสมดุล
ตัวเหี้ยเองก็มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ เพราะช่วยกำจัดซากสัตว์และควบคุมจำนวนสัตว์บางชนิด
เมื่อสัตว์ธรรมดากลายเป็นจุดท่องเที่ยว
ในยุคที่การท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดอยู่แค่แลนด์มาร์กใหญ่ๆ นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มสนใจสิ่งเล็กๆ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง
ตัวเหี้ยที่สวนลุมพินีจึงกลายเป็นเหมือน เอกลักษณ์เฉพาะของกรุงเทพฯ
ภาพนักท่องเที่ยวที่ยืนถ่ายรูปตัวเหี้ยริมสระน้ำ อาจดูธรรมดาสำหรับคนไทย แต่สำหรับคนต่างชาติ มันคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากเมืองอื่น
โซเชียลมีเดียช่วยให้ตัวเหี้ยดังขึ้น
อีกเหตุผลที่ทำให้ตัวเหี้ยสวนลุมพินีกลายเป็นที่รู้จัก คือพลังของโซเชียลมีเดีย
นักท่องเที่ยวจำนวนมากโพสต์ภาพหรือวิดีโอของตัวเหี้ยพร้อมข้อความว่า
“สัตว์ยักษ์ในสวนกลางกรุงเทพฯ”
“Bangkok’s giant lizard”
“Monitor lizard in the city”
ภาพเหล่านี้ถูกแชร์ต่อไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นไวรัลในบางช่วง
เมื่อคนอื่นเห็น ก็ยิ่งอยากมาดูด้วยตัวเอง
จากสิ่งธรรมดาสู่ Soft Power
เรื่องของตัวเหี้ยสวนลุมพินีสะท้อนแนวคิดหนึ่งของการท่องเที่ยวในยุคใหม่ นั่นคือ Soft Power ที่เกิดจากความเป็นธรรมชาติของเมือง
สิ่งที่คนท้องถิ่นมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งกลับเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนต่างชาติ
ไม่ว่าจะเป็น
สตรีตฟู้ดริมทาง
ตลาดท้องถิ่น
หรือแม้แต่สัตว์ในสวนสาธารณะ
สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนเอกลักษณ์ของเมือง และทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสชีวิตจริงของสถานที่นั้น
ตัวเหี้ยที่สวนลุมพินีจึงอาจกลายเป็นหนึ่งในเรื่องเล็กๆ ที่ช่วยสร้างภาพจำของกรุงเทพฯ ในสายตานักท่องเที่ยว
ตัวเหี้ยที่สวนลุมพินีอาจเป็นสัตว์ที่คนไทยเห็นจนชินตา แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มันคือประสบการณ์ที่น่าสนใจและไม่เหมือนใคร
จากสัตว์ที่หลายคนเคยรู้สึกกลัว กลับกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม และเป็นอีกหนึ่งสีสันของกรุงเทพฯ
เรื่องราวนี้ทำให้เห็นว่า บางครั้ง เสน่ห์ของเมืองไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่เท่านั้น
แต่อยู่ที่รายละเอียดเล็กๆ ของชีวิตในเมือง ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่า
“นี่แหละ คือกรุงเทพฯ จริงๆ”



