ZestBuy

Meta เปิดตัวแพ็กเกจเสียเงิน Facebook, Instagram และ WhatsApp เดินเกมหารายได้เพิ่มนอกโฆษณา

Meta เปิดตัวแพ็กเกจเสียเงิน Facebook, Instagram และ WhatsApp เดินเกมหารายได้เพิ่มนอกโฆษณา Image1
Meta เปิดตัวแพ็กเกจเสียเงิน Facebook, Instagram และ WhatsApp เดินเกมหารายได้เพิ่มนอกโฆษณา Image2
1 / 2

Meta ประกาศเปิดตัวแพ็กเกจสมัครสมาชิกแบบเสียเงินสำหรับ Facebook, Instagram และ WhatsApp อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ Facebook Plus, Instagram Plus และ WhatsApp Plus โดยเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการขยายรายได้ออกจากธุรกิจโฆษณาที่เป็นรายได้หลักมานานหลายปี

จุดเด่นของแพ็กเกจใหม่คือการเพิ่มฟีเจอร์พิเศษให้กับผู้ใช้ที่ยอมจ่ายรายเดือน เช่น การปรับแต่งโปรไฟล์เพิ่มเติม ดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสตอรี่ ฟีเจอร์สำหรับสายคอนเทนต์ รวมถึงตัวเลือกด้านการใช้งานที่ไม่มีในเวอร์ชันปกติ โดย Instagram Plus ถูกมองว่าเป็นแพ็กเกจที่ได้ฟีเจอร์ใหม่มากที่สุดในช่วงเริ่มต้น

ฝั่ง WhatsApp Plus จะเน้นเรื่องการปรับแต่งและการใช้งานแชตมากกว่า ทั้งจำนวนแชตที่ปักหมุดได้เพิ่มขึ้น สติกเกอร์พิเศษ และฟีเจอร์ด้าน Personalization ต่าง ๆ ขณะที่ Facebook Plus จะเพิ่มเครื่องมือเกี่ยวกับสตอรี่และการมีส่วนร่วมของผู้ติดตามมากขึ้น

อีกส่วนที่ถูกจับตามองคือ Meta One ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่สำหรับบริการ AI แบบสมัครสมาชิก โดยจะมีทั้ง Meta One Plus และ Meta One Premium ที่เพิ่มขีดจำกัดการใช้งาน Meta AI รวมถึงฟีเจอร์สร้างภาพและวิดีโอขั้นสูงมากขึ้น สะท้อนว่าบริษัทกำลังพยายามสร้างโมเดลรายได้จาก AI ควบคู่ไปกับโซเชียลมีเดีย

จริง ๆ แล้ว Meta เริ่มทดลองแนวคิด “จ่ายเงินแทนดูโฆษณา” มาตั้งแต่ปี 2023 ในยุโรป หลังถูกกดดันจากกฎหมายด้านข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป โดยผู้ใช้สามารถเลือกจ่ายเพื่อใช้งาน Facebook และ Instagram แบบไม่มีโฆษณาได้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจบางส่วนจาก Ads ไปสู่ Subscription มากขึ้น

หลายฝ่ายมองว่าการเปิดตัวแพ็กเกจ Plus รอบนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นสัญญาณว่าต้นทุนด้าน AI ของ Meta กำลังสูงขึ้นมาก จนบริษัทต้องเริ่มมองหารายได้รูปแบบใหม่เพิ่มเติมนอกเหนือจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว

โดยรวมแล้ว การมาของ Facebook Plus, Instagram Plus และ WhatsApp Plus ถือเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Meta เพราะเป็นครั้งแรกที่บริษัทเริ่มผลักดันโมเดลสมัครสมาชิกในวงกว้างอย่างจริงจัง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคที่บริการโซเชียลไม่ได้พึ่งรายได้จากโฆษณาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

ที่มา macrumors

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น