รับแอปรับแอป

Ed Sheeran กับการไม่ใช้โทรศัพท์ตั้งแต่ปี 2015 และบทเรียนจาก Old Phone

Image 1
Image 2
Image 3
1 / 3

ในยุคที่คนดังแทบทุกคนต้อง “ออนไลน์ตลอดเวลา”
Ed Sheeran กลับเลือกทำสิ่งที่สวนกระแสที่สุดอย่างหนึ่ง—
เขาไม่พกโทรศัพท์ส่วนตัวมาตั้งแต่ปี 2015

บนเวทีคอนเสิร์ต Loop Tour ที่ซิดนีย์ เขาเล่าถึงเรื่องนี้ก่อนร้องเพลง Old Phone เพลงส่วนตัวที่เกิดจากช่วงเวลาย้อนอดีตในชีวิต

และเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจนั้น ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด


คดีลิขสิทธิ์ที่ยาวนาน 8 ปี

ปี 2015 คือปีที่ชีวิตของ Ed เปลี่ยนไป

เขาถูกฟ้องร้องว่าเพลง Thinking Out Loud ลอกเลียนแบบเพลงระดับตำนานอย่าง Let’s Get It On ของ Marvin Gaye

คดีความกินเวลานานกว่า 8 ปี
และในกระบวนการทางกฎหมาย เขาต้องส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดให้ตรวจสอบ

โทรศัพท์
ข้อความ
อีเมล
ทุกอย่างถูกเปิดดู

“สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือไปศาลและพิสูจน์ว่าผมไม่ได้ทำจริงๆ” เขาเล่า

พร้อมติดตลกว่า
“ผมดีใจนะที่พวกเขาไม่เจออะไรแปลกๆ ในโทรศัพท์”

มุกขำๆ แต่เบื้องหลังคือความเครียดระดับชีวิต


จากคดีสู่การตัดสินใจ ปิดมือถือ

หลังจบโชว์ที่ออสเตรเลียในปีเดียวกัน เขาตัดสินใจบางอย่าง

เขาปิดมือถือ
และบอกตัวเองว่า “จะไม่ใช้มันอีก”

ตั้งแต่นั้นมา เขาใช้อีเมลเป็นหลัก
ไม่มีสมาร์ทโฟนติดตัวแบบคนทั่วไป

ในวันที่คนดังต้องอยู่กับโซเชียลตลอด 24 ชั่วโมง
การตัดขาดคือการปกป้องตัวเองอย่างหนึ่ง


เมื่อเปิด “Old Phone” อีกครั้ง

เมื่อเขาได้โทรศัพท์คืน และเปิดอ่านข้อความเก่าๆ ดูอีกครั้ง
เขาบอกว่ามันเหมือนย้อนเวลากลับไป

ข้อความจากเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว
ข้อความจากครอบครัวที่ไม่ได้คุยกันมาหลายปี
บทสนทนาที่เหมือนถูกแช่แข็งในกาลเวลา

ทั้งหมดนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาเขียนเพลง Old Phone


ดนตรีในฐานะการเยียวยา

Ed พูดประโยคที่สะท้อนตัวตนของเขาชัดเจนมาก

“ไม่ว่าผมจะเจออะไรแย่ๆ ในชีวิต ผมจะเขียนเพลงเกี่ยวกับมันเสมอ”

สำหรับเขา ดนตรีคือกระบวนการแปรรูปความเจ็บปวดให้กลายเป็นความหมาย

เรื่องแย่ๆ ไม่ได้หายไป
แต่มันถูกเปลี่ยนรูปแบบ

กลายเป็นท่อนฮุก
กลายเป็นเมโลดี้
กลายเป็นช่วงเวลา 2 นาทีที่ผู้ฟังสัมผัสได้


ทำไมการไม่ใช้โทรศัพท์ถึงทรงพลังในยุคนี้?

โทรศัพท์ไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร
แต่มันคือประตูสู่ข่าว ความเห็น การตัดสิน และแรงกดดัน

โดยเฉพาะสำหรับศิลปินระดับโลก

การเลือกไม่ใช้มัน
คือการลดเสียงรบกวน
ลดแรงกระแทกทางอารมณ์
และรักษาพื้นที่ส่วนตัว

ในมุมหนึ่ง มันคือ Digital Detox เวอร์ชันสุดโต่ง
ในอีกมุม มันคือการตั้งขอบเขต


ความโดดเดี่ยวที่เลือกได้

ต่างจากการโดดเดี่ยวที่ถูกบังคับ
การไม่ใช้โทรศัพท์ของ Ed คือการโดดเดี่ยวที่ “เลือกเอง”

เขาไม่ได้หายไปจากโลก
แต่เลือกวิธีเชื่อมต่อที่ช้าลง
นิ่งขึ้น
และมีสติขึ้น

ในยุคที่ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์
การใช้ชีวิตแบบออฟไลน์อาจเป็นความหรูหรารูปแบบหนึ่ง

จากคดีฟ้องร้อง
สู่การวางมือถือ
สู่เพลง Old Phone

เรื่องราวของ Ed Sheeran ไม่ได้แค่พูดถึงการไม่ใช้สมาร์ทโฟน

แต่มันพูดถึงการปกป้องหัวใจ
การเผชิญหน้ากับอดีต
และการเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นศิลปะ

ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือน
บางที
การปิดเครื่อง
อาจทำให้เราได้ยินเสียงของตัวเองชัดขึ้นที่สุดก็ได้