รอบนี้ Huawei ปรับจากรุ่นแรกเยอะมาก ทั้งเรื่องเสียง ความเบา และความสบาย จนหลายรีวิวต่างประเทศยกให้เป็นหนึ่งใน open-ear earbuds ที่ดีที่สุดตอนนี้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบหูฟังยัดหูแบบ in-ear
ดีไซน์ Airy C-bridge แบบ clip-on
น้ำหนักประมาณ 5.1 กรัมต่อข้าง
แบตสูงสุดประมาณ 38 ชั่วโมงรวมเคส
กันน้ำ IP57
รองรับ gesture control
มี AI ช่วยเรื่องเสียงสนทนา
จุดที่หลายคนว้าวสุดคือ
“ใส่สบายมากจนลืมว่าใส่อยู่” เพราะ Huawei ใช้ดีไซน์ C-bridge แบบหนีบใบหูแทนการยัดเข้า ear canal ทำให้ไม่อึดอัดเวลาใส่นานๆ
อีกอย่างที่ถูกชมเยอะคือ
เสียงดีกว่าหูฟัง open-ear ทั่วไปชัดเจน โดยเฉพาะเบสที่แน่นขึ้นจาก dual-diaphragm driver รุ่นใหม่ หลายสื่อบอกว่ามันเป็นหนึ่งใน open-ear ที่ “ฟังเพลงสนุกจริง” ได้ยากมากในตลาดนี้
ฟีลใช้งานจริงจะเหมาะกับ
คนไม่ชอบ in-ear
คนใส่หูฟังทั้งวัน
คนทำงาน
เดินทาง
วิ่งเบาๆ
คนที่ต้องการ hear-through ตลอดเวลา
หลายคนยังชอบตรงที่
มันยังได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ ทำให้ใช้เดินถนน ทำงาน หรืออยู่คาเฟ่ได้ปลอดภัยและสบายกว่าหูฟังตัดเสียงแบบปิดหู
ดีไซน์ก็เป็นอีกจุดที่คนพูดถึงเยอะ
เพราะตัวหูฟังดูเหมือน accessory มากกว่า gadget หลายรีวิวบอกว่ามันให้ฟีลคล้าย “ear cuff fashion tech” มากกว่าหูฟังปกติ
เรื่องแบตก็ถือว่าอึดมากสำหรับ open-ear
ฟังต่อเนื่องได้ประมาณ 8–9 ชั่วโมง และรวมเคสได้สูงสุดประมาณ 38 ชั่วโมง
ข้อสังเกตคือ
ด้วยความเป็น open-ear มันไม่ได้ตัดเสียงรบกวนจริงจังแบบ ANC earbuds ดังนั้นถ้าใช้บนรถไฟฟ้าหรือที่เสียงดังมาก อาจยังสู้ in-ear flagship ไม่ได้
อีกเรื่องคือ
คุณภาพเสียงจะขึ้นกับตำแหน่งการใส่พอสมควร ถ้าใส่ไม่พอดี เบสและรายละเอียดเสียงอาจดรอปลงได้
ฟีลรวมคือ
FreeClip 2 เป็นหูฟังที่ไม่ได้เน้น audiophile จ๋า แต่เป็น “lifestyle earbuds” ที่บาลานซ์ระหว่างความสบาย ดีไซน์ และคุณภาพเสียงได้ดีมาก และตอนนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวท็อปของตลาด open-ear แบบ clip-on ไปแล้ว




ความคิดเห็น