บางความเชื่อไม่ได้ชวนให้กลัว
แต่ชวนให้สำรวจใจตัวเองมากกว่า
ภาพจำของผีเปรตที่คุ้นกันคือ
“สูงเท่าต้นตาล มือเท่าใบลาน ปากเท่ารูเข็ม”
แต่ในคำสอนทางพุทธศาสนา เปรตมีได้หลายรูปแบบ
ขึ้นอยู่กับกรรมที่เคยทำไว้
บางตนอาจทุกข์ทรมานเพราะเคยเสวยสุขบนความเดือดร้อนของผู้อื่น
ความเชื่อนี้ไม่ได้มีแค่ในคำเล่าของผู้ใหญ่
แต่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ทั้งสายพราหมณ์และพุทธ
เปรตจึงไม่ใช่แค่เรื่องเล่าหลอกเด็ก
และไม่ได้จำกัดว่าต้องมองเห็นเฉพาะตอนแหงนหน้าขึ้นฟ้า
บางครั้งแม้ก้มหน้าก็อาจเห็นได้
มีเรื่องเล่าหนึ่งเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติธรรม
ขณะเดินจงกรมช้า ๆ ในสวนร่มรื่น
ต้องข้ามสะพานไม้เล็ก ๆ เหนือลำธาร
จังหวะที่กำลังภาวนาอยู่บนสะพาน
กลับเห็นใบหน้าประหลาดโผล่ขึ้นมาจากใต้สะพานแล้วผลุบหายไป
ทั้งที่บริเวณนั้นมีหลายคน
แต่มีเพียงคนเดียวที่เห็น
สิ่งที่ทำทันทีไม่ใช่การวิ่งหนี
แต่เป็นการหยุดนิ่ง
แล้วสวดบทแผ่เมตตาให้
เมื่อปรึกษาธรรมาจารย์
คำตอบที่ได้คือ
หากเป็นผู้มีบุญ เปรตอาจปรากฏเพื่อขอส่วนบุญ
และไม่ใช่ทุกคนจะมองเห็นได้
บางครั้งผู้ที่เห็นอาจมีสายใยกรรมร่วมกันมาก่อน
เป็นญาติ เป็นวงศาคณาญาติในอดีต
การเห็นจึงไม่ใช่เรื่องอวดอ้าง
แต่เป็นการเตือน
ให้หมั่นสร้างกรรมดี
ไม่ประมาทกับการกระทำในชีวิตนี้
เรื่องของผีเปรต
อาจไม่ได้มีไว้ให้หวาดกลัว
แต่มีไว้เตือนใจ
ว่าทุกการกระทำมีผล
และความเมตตาอาจเป็นสิ่งเดียวที่ข้ามภพภูมิได้
แล้วล่ะ
ถ้าวันหนึ่งเห็นบางสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น
จะเลือกกลัว
หรือจะเลือกตั้งสติแล้วส่งความเมตตาไปให้ 🌒💭

