รอบนี้ Huawei อัปเกรดค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเรื่องจอ ดีไซน์ และฟีเจอร์สุขภาพ ทำให้ FIT 5 ไม่ได้เป็นแค่ smartband จอใหญ่แบบรุ่นแรกๆ แล้ว แต่เริ่มกลายเป็น smartwatch เต็มตัวมากขึ้น
จอ AMOLED สูงสุด 1.92 นิ้ว
ความสว่างสูงสุด 3000 nits
กระจก 2.5D
แบตสูงสุดประมาณ 10 วัน
รองรับ GPS / GNSS หลายระบบ
ใช้ได้ทั้ง Android และ iPhone
จุดที่หลายคนพูดถึงเยอะสุดคือ
“จอสวยมาก” เพราะรอบนี้ Huawei ดันความสว่างขึ้นสูงมาก ทำให้ใช้งานกลางแดดได้สบาย และตัวขอบจอก็บางลงจนดู premium ขึ้นชัด
อีกอย่างคือดีไซน์
หลายรีวิวพูดตรงกันว่า FIT 5 ให้ฟีลคล้าย Apple Watch แต่ตัวเครื่องเบาและ sporty กว่า ทำให้ใส่ง่ายทั้งออกกำลังกายและใส่ทำงาน
ฟีลใช้งานจริงจะเหมาะกับ
คนเริ่มออกกำลังกาย
สายวิ่ง
คนอยากได้ smartwatch เบาๆ
คนเน้นแบตอึด
คนอยากได้จอสวยใส่ทุกวัน
รอบนี้ Huawei ยังเพิ่ม health tracking มาเยอะ
ทั้ง heart rate, sleep tracking, stress, skin temperature รวมถึง ECG และ depth sensor ในรุ่น Pro
เรื่องแบตก็ยังเป็นจุดแข็งมาก
หลายสื่อชมว่าการใช้งานจริงอยู่ได้ประมาณ 7–10 วัน ซึ่งยังเหนือกว่า Apple Watch และ Wear OS หลายรุ่นชัดเจน
อีกจุดที่สายออกกำลังกายชอบคือ
GPS รอบนี้แม่นขึ้น โดยเฉพาะรุ่น Pro ที่ได้ dual-band GNSS และระบบติดตามการออกกำลังกายที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม
ข้อสังเกตคือ
ecosystem แอปยังไม่กว้างเท่า Apple Watch และ Wear OS รวมถึงบางฟีเจอร์ยังมีข้อจำกัดตาม region อยู่บ้าง
แต่ถ้ามองเรื่อง “ความครบ + ราคา”
หลายรีวิวมองว่า WATCH FIT 5 เป็นหนึ่งใน smartwatch ที่คุ้มที่สุดของปีนี้ เพราะได้ทั้งจอสวย แบตอึด สุขภาพแน่น และดีไซน์ที่ดูแพงเกินราคา



ความคิดเห็น