
หม้อทอดไร้น้ำมันไอเทมคนรักสุขภาพ
ซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันยี่ห้อไหนดี
2025-10-06T07:07Zในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากถามถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวที่ “มาแรงที่สุด” หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น หม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) เพราะสอดคล้องกับกระแส การดูแลสุขภาพและการกินอย่างมีสติ ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องไขมัน ความดัน และโรคอ้วนมากขึ้น การได้ทานอาหารทอดที่กรอบเหมือนเดิม แต่ใช้น้ำมันน้อยหรือแทบไม่ใช้น้ำมันเลย จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่อย่างมาก
นอกจากเรื่องสุขภาพแล้ว หม้อทอดไร้น้ำมันยังมีข้อดีหลายด้าน เช่น ใช้งานง่าย ไม่ต้องคอยเฝ้าเตา ทำความสะอาดง่าย และสามารถทำเมนูหลากหลาย ไม่ใช่แค่ของทอด แต่ยังรวมถึงการอบ ขนมปัง เค้ก พิซซ่า หรือแม้กระทั่งผักย่าง ทำให้กลายเป็นเครื่องครัวสารพัดประโยชน์ที่แทบทุกบ้านอยากมีติดครัว
มาทำความรู้จักหม้อทอดไร้น้ำมันกัน
หลายคนอาจคิดว่าหม้อทอดไร้น้ำมันเพิ่งจะถูกคิดค้นไม่นาน แต่จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีการใช้ลมร้อนเพื่อปรุงอาหารมีการพัฒนามานานแล้ว เพียงแต่ Philips เป็นบริษัทแรกที่นำเสนอผลิตภัณฑ์หม้อทอดไร้น้ำมันอย่างจริงจังในงาน IFA 2010 ที่กรุงเบอร์ลิน จนกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก
หลังจากนั้น ผู้ผลิตหลายแบรนด์จึงเริ่มพัฒนาและออกแบบหม้อทอดไร้น้ำมันในหลายขนาด หลายรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องเล็กสำหรับคนโสด ไปจนถึงเครื่องใหญ่สำหรับครอบครัว นอกจากนี้ยังมีการใส่ฟังก์ชันอัจฉริยะ เช่น หน้าจอสัมผัส โปรแกรมอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันมือถือ
หลักการทำงานของหม้อทอดไร้น้ำมัน
หัวใจสำคัญของหม้อทอดไร้น้ำมัน คือ เทคโนโลยีการไหลเวียนของลมร้อน (Rapid Air Technology) ซึ่งจะใช้พัดลมเป่าอากาศร้อนหมุนเวียนอย่างรวดเร็วทั่วทั้งหม้อ ทำให้อาหารสุกจากทุกด้านอย่างสม่ำเสมอ และเกิดความกรอบคล้ายการทอดด้วยน้ำมัน
-
ความร้อน มาจากขดลวดความร้อนด้านบน
-
พัดลม ทำหน้าที่เป่าลมร้อนให้หมุนเวียน
-
ตะแกรง/ตะกร้า วางอาหารให้ลมร้อนผ่านได้รอบด้าน
-
ผลลัพธ์ คืออาหารที่สุก กรอบนอก นุ่มใน โดยใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อย หรือไม่ใช้น้ำมันเลย
หลักการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดไขมัน แต่ยังทำให้อาหารปรุงสุกเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้เตาอบทั่วไป
ข้อดีของการใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน
-
ลดปริมาณไขมัน ได้มากถึง 70–90%
-
สะดวกสบาย ตั้งเวลาแล้วปล่อยให้เครื่องทำงาน
-
ปลอดภัย กว่าการทอดน้ำมันท่วมที่อาจกระเด็น
-
ทำความสะอาดง่าย ตะกร้าส่วนใหญ่ถอดล้างได้
-
สารพัดประโยชน์ ไม่ได้ทำได้แค่ของทอด แต่ยังทำอาหารอบ/ขนม/ของหวาน
-
ประหยัดเวลา เพราะทำให้อาหารสุกเร็ว
ข้อจำกัดและข้อควรระวัง
-
รสชาติและเนื้อสัมผัสบางเมนูอาจไม่เหมือนทอดจริง 100%
-
ขนาดเล็ก อาจทำได้ทีละน้อย
-
อาหารที่มีน้ำมากอาจไม่เหมาะสม เช่น ซุป หรือแกง
-
หากไม่ทำความสะอาดบ่อย ๆ อาจเกิดกลิ่นสะสม
วิธีเลือกซื้อหม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) ให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว
1. ขนาดและความจุ: เลือกให้พอดีกับจำนวนสมาชิกในบ้าน
ปัจจัยแรกและสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันคือ ขนาดและความจุ (Capacity) ซึ่งควรสอดคล้องกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้สามารถทำอาหารได้เพียงพอในคราวเดียว โดยไม่เสียเวลาทำซ้ำหลายรอบ
จำนวนสมาชิก | ความจุที่แนะนำ | การใช้งานที่เหมาะสม |
1-2 คน | 2.5 - 4.0 ลิตร | เหมาะสำหรับทำอาหารมื้อเล็ก ๆ, อุ่นอาหาร, ทอดไก่ 1-2 ชิ้น |
3-4 คน | 4.5 - 6.0 ลิตร | ขนาดมาตรฐานที่ได้รับความนิยม ทำอาหารสำหรับครอบครัวได้ในมื้อเดียว เช่น ไก่ 4-5 ชิ้น, พิซซ่าขนาดเล็ก |
5 คนขึ้นไป | 6.5 ลิตรขึ้นไป | เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ หรือผู้ที่ชอบทำอาหารปริมาณมากในแต่ละครั้ง หรือทำอาหารชิ้นใหญ่ เช่น ไก่ย่างทั้งตัว |
- ข้อแนะนำเพิ่มเติม: หากบ้านคุณชอบทำอาหารชิ้นใหญ่ เช่น อบขนมปัง หรืออบเนื้อ ควรเลือกความจุที่มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม หรือมีพื้นที่ด้านในกว้าง เพื่อจัดเรียงอาหารได้สะดวกกว่าทรงกลม
2. กำลังไฟ (Wattage): ยิ่งสูง ยิ่งเร็ว ยิ่งดี
กำลังไฟของหม้อทอดไร้น้ำมันส่งผลโดยตรงต่อ ความเร็วและความสม่ำเสมอในการทำให้อาหารสุก กำลังไฟที่แนะนำคือ 1,200 – 2,000 วัตต์ขึ้นไป
-
กำลังไฟสูง: (เช่น 1,500W ขึ้นไป) จะช่วยให้เครื่องทำความร้อนได้เร็วถึงอุณหภูมิที่กำหนด และคงที่ตลอดเวลา ทำให้อาหารสุกเร็วขึ้น, ผิวนอกกรอบ แต่ด้านในยังคงความชุ่มชื้น
-
กำลังไฟต่ำ: อาจทำให้อาหารสุกช้าลง และต้องใช้เวลานานขึ้นในการทำอาหารแต่ละรอบ
3. ฟังก์ชันและรูปแบบการควบคุม: เลือกตามความถนัด
หม้อทอดไร้น้ำมันมีรูปแบบการควบคุมหลัก ๆ สองแบบ ซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานต่างกัน:
รูปแบบการควบคุม | ข้อดี | เหมาะสำหรับ |
ปุ่มหมุน (Manual/Analog) | ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ตั้งค่าอุณหภูมิและเวลาได้อย่างรวดเร็ว | ผู้สูงอายุ, ผู้ที่ต้องการใช้งานพื้นฐาน, งบประมาณจำกัด |
หน้าจอดิจิทัล (Digital) | ตั้งค่าอุณหภูมิและเวลาได้แม่นยำกว่า มีโปรแกรมอัตโนมัติให้เลือกหลากหลาย (เช่น ทอดไก่, อบเค้ก) | ผู้ที่ต้องการความแม่นยำ, ผู้ที่ชอบฟังก์ชันเสริม, ผู้ที่เน้นความทันสมัย |
- โปรแกรมอัตโนมัติ (Preset Programs): ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ เพราะช่วยให้คุณทำอาหารเมนูยอดนิยมได้อย่างมั่นใจ เพียงแค่เลือกโปรแกรม เครื่องก็จะตั้งเวลาและอุณหภูมิที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ
4. วัสดุของตะแกรงและหม้อ: เน้นความทนทานและทำความสะอาดง่าย
เนื่องจากหม้อทอดไร้น้ำมันจะสัมผัสกับอาหารโดยตรง การเลือกวัสดุจึงสำคัญต่อทั้งสุขภาพและความสะดวกในการทำความสะอาด
-
การเคลือบสารกันติด (Non-Stick Coating): ควรเลือกหม้อทอดที่ตะแกรงหรือตัวหม้อเคลือบด้วยสารกันติดคุณภาพสูง เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารติด ซึ่งจะช่วยให้การล้างทำความสะอาดง่ายขึ้นมาก
-
ความทนทาน: ตรวจสอบว่าวัสดุที่ใช้มีความทนทานต่อความร้อนและการใช้งานซ้ำ ๆ ได้ดี โดยเฉพาะในส่วนที่สัมผัสอาหารโดยตรง
5. แบรนด์และความน่าเชื่อถือ: มั่นใจในคุณภาพและบริการ
การเลือกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในตลาด มักจะหมายถึง:
-
คุณภาพสินค้า: มีการควบคุมมาตรฐานการผลิตที่ดี
-
ความปลอดภัย: ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยที่เชื่อถือได้
-
บริการหลังการขาย: มีศูนย์บริการหรือช่องทางติดต่อที่สะดวก หากต้องการสอบถามหรือซ่อมแซม
การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบด้าน จะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันที่เหมาะสมกับขนาดครอบครัว, ตอบโจทย์การทำอาหาร, และมอบความสะดวกสบายในการใช้งานได้ยาวนานที่สุด
การดูแลรักษาและการใช้งานอย่างถูกวิธี
-
ไม่ควรใส่อาหารแน่นเกินไป
-
ใช้กระดาษรองอบช่วยลดการเลอะ
-
ทำความสะอาดตะกร้าและถาดทุกครั้งหลังใช้งาน
-
เช็ดทำความสะอาดด้านในหม้อเป็นประจำ
-
หลีกเลี่ยงการใช้โลหะขูด เพราะอาจทำให้สารเคลือบหลุด
แนะนำสินค้าขายดี
1. Simplus Airfryer KQZG007 (4 L )
รายละเอียดหลัก
-
ความจุ (Basket / Container) ประมาณ 4 ลิตร
-
กำลังไฟประมาณ 1,300 วัตต์
-
ช่วงอุณหภูมิ: 80 – 200 องศาเซลเซียส
-
โปรแกรมตั้งค่าที่ตั้งไว้ล่วงหน้า (Preset Cooking Programs): 6 โปรแกรม
-
ระบบควบคุม: ปุ่มหมุน (Dial Control)
-
ขนาด / รูปทรง / น้ำหนัก: 315 × 256 × 286 มม.
-
ระบบปิดอัตโนมัติ (Automatic Shut-off) เมื่อครบเวลา
คุณสมบัติเด่น
-
ความจุขนาดกลาง เหมาะกับครัวเรือนเล็กถึงกลาง
-
โปรแกรมล่วงหน้าถึง 6 แบบ ช่วยให้ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องตั้งเวลาหรืออุณหภูมิเอง
-
ช่วงอุณหภูมิจัดได้กว้าง (80–200 °C) จึงเหมาะทั้งเมนูทอด/อบ/ย่าง
-
ปุ่มหมุนควบคุม (Dial) ทำให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
-
มีระบบปิดอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัย
-
เคลือบกันติด ช่วยให้ล้างทำความสะอาดได้ง่าย
2. Simplus Air Fryer Gen‑S KQZG015 (5 L)
รายละเอียดหลัก
-
ความจุหม้อ : 5 ลิตร (ตะกร้าทำอาหารประมาณ 4 ลิตร)
-
กำลังไฟฟ้า : 1450 วัตต์
-
อุณหภูมิที่ตั้งได้ : 80 – 200 °C
-
โปรแกรมปรุงอัตโนมัติ (Preset Programs) : 6 โปรแกรม
-
ระบบควบคุม : ปุ่มหมุน (Dial Control)
-
ระบบความปลอดภัย : ตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อครบเวลา (Automatic Shut-off)
-
ขนาดหน้าต่างใส : 180 ×106มม.
คุณสมบัติเด่น
-
ความจุ 5 ลิตร : ขนาดกำลังดี เหมาะกับครัวเรือนเล็ก–กลาง ใช้ทำอาหารได้หลายเมนูในครั้งเดียว
-
โปรแกรมสำเร็จรูป 6 แบบ : ใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งเวลาและอุณหภูมิเอง เหมาะสำหรับมือใหม่
-
ช่วงอุณหภูมิกว้าง (80–200 °C) : ครอบคลุมทั้งเมนูทอด อบ ย่าง
-
ควบคุมง่ายด้วยปุ่มหมุน (Dial Control) : ไม่ซับซ้อน ใช้งานสะดวก
-
ระบบปิดอัตโนมัติ : เพิ่มความปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารไหม้
-
เคลือบกันติด (Non-stick Coating) : ทำให้อาหารไม่ติดตะกร้าและล้างทำความสะอาดง่าย
3. SMARTHOME MV‑1406 (5.5 L)
รายละเอียดหลัก
-
ความจุหม้อ : 5.5 ลิตร
-
กำลังไฟฟ้า : 1,400 วัตต์
-
อุณหภูมิที่ตั้งได้ : 80 – 200 °C
-
โปรแกรมปรุง : ตั้งเวลาและอุณหภูมิได้ด้วยตนเอง
-
ระบบควบคุม : ปุ่มหมุน (Manual Dial Control)
-
ระบบความปลอดภัย : ปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อครบเวลา
-
ขนาดสินค้า : ประมาณ 340 × 340 × 370 มม.
-
น้ำหนัก : ~ 4.5 กก.
คุณสมบัติเด่น
-
ความจุใหญ่ 5.5 ลิตร : เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ ทำอาหารได้ครั้งละมาก ๆ เช่น ไก่ย่างทั้งตัว หรืออาหารทานเล่นหลายที่นั่ง
-
กำลังไฟ 1,500 วัตต์ : ให้ความร้อนเร็ว ประหยัดเวลาในการปรุงอาหาร
-
ช่วงอุณหภูมิ 80–200 °C : รองรับเมนูหลากหลาย ทั้งทอด อบ และย่าง
-
ควบคุมด้วยปุ่มหมุน : ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับทุกคนในบ้าน
-
ระบบปิดอัตโนมัติ : ปลอดภัยแม้ลืมเช็กเวลา
-
ตะกร้าเคลือบ Non-stick : อาหารไม่ติด ทำความสะอาดง่าย
4. Philips NA120 Air Fryer (4.2 L)
รายละเอียดหลัก
-
ความจุ 4.2 ลิตร
-
กำลังไฟ: ประมาณ 1,500 วัตต์
-
ช่วงอุณหภูมิ: 80 – 200 °C
-
มี 12 โหมด / วิธีการปรุง (Preset menus) เช่น ทอด, อบ, ปิ้ง, ย่าง, อุ่นซ้ำ, ละลายน้ำแข็ง ฯลฯ
-
เทคโนโลยี Rapid Air พร้อมจานก้นแบบ “StarPlate” ช่วยให้อากาศไหลเวียนทั่วถึง
-
ประหยัดไขมัน (ลดไขมันได้สูงสุด ~90%) เมื่อเทียบกับการทอดทั่วไป
-
ตัวเครื่องและถาดในที่ไม่ติด (non-stick) และสามารถล้างในเครื่องล้างจาน (ในส่วนที่รองรับ)
-
ขนาดตัวเครื่อง: ประมาณ 367 x 293 x 273 มม.
-
รับประกัน 2 ปี (ในบางตลาด)
คุณสมบัติ
-
แบรนด์มีชื่อเสียง คุณภาพมาตรฐานสูง
-
12 โหมดใช้งานล่วงหน้า ให้ความยืดหยุ่นในการปรุงอาหารหลายแบบ
-
เทคโนโลยี Rapid Air + StarPlate ช่วยให้ความร้อนกระจายได้ดี ส่งผลให้อาหารสุกทั่วถึง
-
ประสิทธิภาพการลดไขมันในอาหารเป็นจุดขายสำคัญ
-
ส่วนประกอบที่ไม่ติด ทำให้ล้างง่าย
ข้อควรสังเกต / ข้อจำกัด
-
ความจุ 4.2 ลิตร อาจไม่เหมาะกับครอบครัวที่ทำอาหารปริมาณมากในครั้งเดียว
-
กำลังไฟค่อนข้างสูง อาจใช้พลังงานมาก (แต่แลกมากับความรวดเร็ว)
-
ราคามักจะสูงกว่ารุ่นทั่วไป
5. Gaabor AF20M-YE01A (2 L)
รายละเอียดหลัก
-
ความจุ 2 ลิตร
-
กำลังไฟ: 900 วัตต์
-
น้ำหนักสุทธิ: ~1.73 กก.
-
ขนาด: 265 × 265 × 250 มม.
-
ระบบควบคุม: ปุ่มหมุน (Knob Operation)
-
เคลือบไม่ติด (Non-stick coating)
-
ระบบปิดอัตโนมัติ (Automatic shut-off) เมื่อครบเวลา
-
การไหลเวียนอากาศ 360° (รอบตัว) เพื่อให้ความร้อนกระจายทั่วถึง
คุณสมบัติ
-
ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับ 1–2 คน หรือใช้ในคอนโด/ห้อง
-
กำลังไฟไม่สูงมาก จึงประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานในปริมาณน้อย
-
ระบบ 360° circulation ช่วยให้การอบ/ทอดกระจายความร้อนได้รอบทิศทาง
-
เคลือบไม่ติดช่วยให้ทำความสะอาดง่าย
-
ระบบปิดอัตโนมัติช่วยเพิ่มความปลอดภัย
ข้อจำกัด / ข้อที่ควรพิจารณา
-
ความจุเล็ก จัดการอาหารทีละน้อย
-
ไม่มีฟีเจอร์หรือโปรแกรมล่วงหน้ามาก (เพราะเป็นรุ่นเล็ก)
-
ปุ่มหมุน ไม่มีการแสดงผลดิจิทัล
เมนูยอดนิยมที่ทำได้ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน
-
ไก่ทอดกรอบ
-
นักเก็ต/เฟรนช์ฟรายส์
-
ปลาแซลมอนย่าง
-
ผักย่าง/เห็ดอบ
-
พิซซ่า/ขนมปังอบชีส
-
ขนมหวาน เช่น โดนัท เค้กกล้วยหอม คุกกี้
ตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบรรณาธิการ


![[สินค้าใหม่] SMARTHOME หม้อทอดไร้น้ำมันขนาด 5.5 ลิตร รุ่น MV-1406](https://img.zestbuy.co.th/7150585901524443217/3ffafa99574f183c1171979094a2d5ad.png?x-image-process=image/resize,m_pad,w_200,h_200,color_333333,limit_0/format,webp/imageslim/marker,u_plus)
คำถามที่พบบ่อย
Qผลลัพธ์การอบระหว่างหม้อทอดไร้น้ำมันกับเตาอบต่างกันอย่างไร
เตาอบถูกอบด้วยรังสีความร้อนจากท่อความร้อนและจำเป็นต้องอุ่นก่อนหลังจากการอบ น้ำมันของอาหารจะยังคงอยู่และมีความมันเยิ้ม ส่วนหม้อทอดไร้น้ำมันได้รับความร้อนจากลมร้อนหมุนเวียนความเร็วสูงเพื่อสกัดไขมันของอาหารโดยไม่ต้องอุ่น เวลาในการอบเร็วขึ้น ความมันเยิ้มน้อยลง และรสชาติฉ่ำ นุ่มและกรอบมากขึ้น
Qระหว่างการอบด้วยไอน้ำและการอบโดยตรงแตกต่างกันยังไง?
ไอน้ำขนาดเล็กสามารถล็อคความชื้นในอาหาร ทำให้อาหารกรอบนอกนุ่ มใน
Qหม้อทอดไร้น้ำมันสามารถใช้อุ่นอาหารได้ไหม?
หม้อทอดไร้น้ำมันสามารถอบอาหารให้กรอบได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้อุ่นอาหารเพราะจะแห้งเกินไป


