“ ปากกาสไตลัส”ไอเทมคู่ใจนักสร้างสรรค์

“ ปากกาสไตลัส”ไอเทมคู่ใจนักสร้างสรรค์

ปากกาสไตลัสสำหรับมือใหม่: รุ่นไหนดี ใช้งานง่ายและคุ้มค่า?

2025-10-21T10:16Z

ปากกาสไตลัส (ปากกาipad)หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า Stylus Pen กลายเป็นอุปกรณ์เสริมที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรือแม้แต่แล็ปท็อปรุ่นใหม่ ๆ ปากกาสไตลัสได้เปลี่ยนวิธีที่เราโต้ตอบกับหน้าจอ จากการพึ่งพานิ้วมือเพียงอย่างเดียว สู่ประสบการณ์การใช้งานที่ แม่นยำ เป็นธรรมชาติ และสร้างสรรค์ มากยิ่งขึ้น

แต่ปากกาสไตลัสไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว และไม่ได้ทำได้แค่แตะหน้าจอเท่านั้น คอนเทนต์ชิ้นนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของปากกาสไตลัส ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ประเภท คุณสมบัติเด่น ไปจนถึงการเลือกซื้อและการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

9045b76a-770a-4ae9-b09e-414b1c3a0c0a.png

ประวัติและวิวัฒนาการของปากกาสไตลัส

ปากกาสไตลัสไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ใหม่เอี่ยม แท้จริงแล้วแนวคิดการใช้ปลายแหลมเขียนบนพื้นผิวที่รับรู้ได้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ (เช่น การใช้ Stylus เขียนบนแผ่นขี้ผึ้ง) แต่ในบริบทของเทคโนโลยีดิจิทัล ปากกาสไตลัสเริ่มมีบทบาทสำคัญเมื่อ หน้าจอสัมผัสแบบ Resistive กำลังได้รับความนิยมในช่วงปลายทศวรรษ 1990 และต้นปี 2000

ยุคแรก: ปากกาสไตลัสแบบ Resistive

ในยุคของ PDA (Personal Digital Assistants) อย่าง Palm Pilots หรือ Pocket PCs ปากกาสไตลัสถือเป็นอุปกรณ์จำเป็น เพราะหน้าจอแบบ Resistive ต้องการแรงกดและปลายปากกาที่ค่อนข้างเล็กเพื่อป้อนข้อมูลได้แม่นยำ ปากกาสไตลัสในยุคนี้มักเป็นปากกาพลาสติกธรรมดา ไม่มีฟังก์ชันอิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ

การเปลี่ยนผ่าน: ยุค Capacitive และการกลับมาของสไตลัส

เมื่อ Apple เปิดตัว iPhone ในปี 2007 พร้อมกับหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive แนวคิดหลักคือการใช้ นิ้วมือ ทำให้สไตลัสถูกมองข้ามไปช่วงหนึ่ง แต่ผู้ใช้ที่ต้องการความแม่นยำในการวาดภาพหรือเขียนลายมือ ยังคงมองหาสไตลัสเป็นตัวเลือก

99649d22-55c9-4a18-85fe-167bc5a8661f.png

ปัญหาที่พบและแรงผลักดันให้เกิดปากกาสไตลัส

แม้ว่าการใช้หน้าจอสัมผัสจะสะดวก แต่ผู้ใช้ก็พบปัญหาหลายอย่างที่จำกัดประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้เกิดแนวคิดในการพัฒนาปากกาสไตลัสขึ้นมา

ปัญหาที่พบบ่อย

  1. ความแม่นยำต่ำในการป้อนข้อมูลด้วยนิ้วมือ

    ·การใช้นิ้วมือแตะหน้าจอแบบ Capacitive หรือ Resistive มักไม่แม่นยำพอสำหรับการเขียนตัวอักษรขนาดเล็กหรือวาดเส้นละเอียด

    ·ตัวอย่างเช่น การวาดภาพหรือเซ็นชื่อดิจิทัล หากใช้เพียงนิ้วมือ เส้นมักไม่ตรงตามต้องการ

  2. รอยนิ้วมือและความสะอาดของหน้าจอ

    ·การใช้มือสัมผัสหน้าจอบ่อย ๆ ทำให้หน้าจอเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือและคราบมัน

    ·ส่งผลต่อความคมชัดของภาพและประสบการณ์การใช้งาน

  3. การใช้งานที่ไม่เป็นธรรมชาติ

    ·สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการเขียนด้วยปากกาหรือดินสอ การใช้มือสัมผัสหน้าจอรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ

    ·การวาดหรือจดบันทึกบนหน้าจอโดยใช้มือเปล่ามักทำให้มือเมื่อยและไม่สะดวก

  4. ข้อจำกัดของหน้าจอ Resistive

    ·หน้าจอแบบ Resistive ต้องใช้แรงกดมาก และการป้อนข้อมูลโดยใช้นิ้วมือหรือวัตถุใหญ่ทำให้ไม่แม่นยำ

    ·การจดบันทึกหรือวาดรูปละเอียดจึงทำได้ยาก

  5. การขาดฟีเจอร์ขั้นสูง

    ·หน้าจอสัมผัสทั่วไปไม่รองรับฟีเจอร์อย่าง Pressure Sensitivity, Palm Rejection หรือ Tilt Detection

    ·ทำให้การสร้างสรรค์งานศิลปะดิจิทัลหรือจดบันทึกขั้นสูงเป็นไปได้ยาก

เพื่อตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้ผลิตเทคโนโลยีจึงเริ่มพัฒนาปากกาสไตลัส ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้สามารถ:

  • เขียนและวาดได้แม่นยำมากขึ้น

  • รักษาความสะอาดของหน้าจอ

  • ใช้งานได้เป็นธรรมชาติเหมือนเขียนบนกระดาษ

  • เพิ่มฟีเจอร์ระดับมืออาชีพ เช่น การรับรู้น้ำหนักกด, การปฏิเสธฝ่ามือ และการเอียงของปากกา

ผลลัพธ์คือ ปากกาสไตลัสไม่ใช่เพียงอุปกรณ์เสริม แต่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์และการทำงานดิจิทัล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการสไตลัสในยุคปัจจุบัน

31965ef7-4283-47e7-8d30-366c9a112b64.png

ประเภทหลักของปากกาสไตลัสในปัจจุบัน

ปัจจุบันปากกาสไตลัสสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตามเทคโนโลยีการทำงาน

1. Passive Stylus (สไตลัสแบบพาสซีฟ)

  • หลักการทำงาน: เลียนแบบการนำไฟฟ้าของนิ้วมือ ไม่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ หัวปากกามักเป็นยาง ซิลิโคน หรือผ้าที่นำไฟฟ้าได้

  • จุดเด่น: ราคาถูก ใช้ได้กับอุปกรณ์หน้าจอ Capacitive ทุกชนิด

  • ข้อจำกัด: ไม่แม่นยำ ไม่รองรับฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น Pressure Sensitivity หรือ Palm Rejection มักใช้สำหรับแตะหรือลากทั่วไป

2.Active Stylus (สไตลัสแบบแอคทีฟ)

  • หลักการทำงาน: มีแบตเตอรี่และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในตัว ปากกาจะสร้างสัญญาณหรือใช้เทคโนโลยีเฉพาะ เช่น Bluetooth, AES หรือ EMR เพื่อสื่อสารกับหน้าจอโดยตรง

  • จุดเด่น: แม่นยำสูง รองรับฟีเจอร์ระดับมืออาชีพ เช่น Pressure Sensitivity, Tilt Function, Palm Rejection เหมาะสำหรับนักวาดและนักจดบันทึก

  • ตัวอย่าง: Apple Pencil, Samsung S Pen, Microsoft Surface Pen

3.EMR Stylus (สไตลัสแบบแม่เหล็กไฟฟ้า)

  • หลักการทำงาน: พัฒนาโดย Wacom ปากกาจะรับพลังงานและส่งสัญญาณผ่านสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากหน้าจอ ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่

  • จุดเด่น: น้ำหนักเบา ไม่ต้องชาร์จไฟ ความแม่นยำสูง และรองรับ Pressure Sensitivity

  • ข้อจำกัด: ใช้ได้เฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี EMR เช่น Wacom Tablets และบางรุ่นของ Samsung

bc3363b1-cad8-4179-ac70-23b2a8a374a5.png

คุณสมบัติเด่นที่ต้องรู้ของปากกาสไตลัส

1. Pressure Sensitivity (การรับรู้น้ำหนักกด)

เป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับนักวาดและนักออกแบบ ปากกาจะรับรู้แรงกดบนหน้าจอ หากกดเบา เส้นจะบางและอ่อน หากกดแรง เส้นจะหนาและเข้ม หน่วยวัดมักระบุเป็นระดับ เช่น 1,024 / 4,096 / 8,192 Levels

2.Tilt Function (ฟังก์ชันการเอียง)

สามารถตรวจจับมุมการเอียงของปากกา ทำให้เส้นหรือเงาเปลี่ยนตามทิศทาง เหมาะกับการ shading เหมือนใช้ดินสอหรือถ่านวาดภาพจริง

3.Palm Rejection (การปฏิเสธฝ่ามือ)

ช่วยให้ผู้ใช้วางฝ่ามือลงบนหน้าจอขณะเขียนหรือวาดได้โดยที่หน้าจอไม่ตอบสนองต่อฝ่ามือ ทำให้ประสบการณ์เหมือนเขียนบนกระดาษ

4.Hovering และ Action Buttons (การวางเหนือจอและปุ่มสั่งงาน)

  • Hovering: ชี้ปากกาเหนือหน้าจอโดยไม่ต้องสัมผัส เหมาะกับการพรีวิว

  • Action Buttons: ปุ่มบนตัวปากกา เช่น ปุ่มลัดเป็นยางลบ เรียกเมนู หรือจับภาพหน้าจอ (พบใน Samsung S Pen, Surface Pen)

5. Latency (ความหน่วง)

เวลาที่ใช้ตั้งแต่ปลายปากกาสัมผัสหน้าจอจนเส้นปรากฏ ยิ่งค่า Latency ต่ำ การเขียนจะยิ่งราบรื่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้น


ปากกาสไตลัสที่คนนิยมใช้

92333ffa-c800-4f3c-a7dc-bee24ffdcddd.png

Apple Pencil (สำหรับ iPad)

1.Apple Pencil รุ่นที่ 1

คุณสมบัติ

  • การเชื่อมต่อและชาร์จ: เสียบเข้ากับพอร์ต Lightning ของ iPad

  • การใช้งาน: รองรับการจดบันทึก วาดภาพ และใช้งานแอปที่รองรับ Apple Pencil

  • ฟีเจอร์พิเศษ: รับรู้แรงกด (Pressure Sensitivity) และการเอียงปากกา (Tilt Function)

เหมาะกับ iPad รุ่น

  • iPad รุ่นที่มีพอร์ต Lightning รองรับ Apple Pencil รุ่น 1

  • เช่น iPad รุ่น 6, 7, 8, 9, iPad Air (รุ่นที่ 3), iPad mini (รุ่นที่ 5)

2.Apple Pencil รุ่นที่ 2

คุณสมบัติ

  • การชาร์จไร้สาย: วางบนขอบ iPad Pro หรือ iPad Air รุ่นล่าสุด เพื่อชาร์จและจับคู่แบบแม่เหล็ก

  • ฟีเจอร์ Double-Tap: แตะสองครั้งเพื่อเปลี่ยนเครื่องมือ เช่น ยางลบหรือปากกา

  • ประสิทธิภาพสูงขึ้น: Latency ต่ำ ทำให้เส้นปรากฏทันที

เหมาะกับ iPad รุ่น

  • iPad Pro รุ่นใหม่ (2018 ขึ้นไป)

  • iPad Air รุ่น 4 ขึ้นไป

  • iPad mini รุ่น 6

3. Apple Pencil Pro

คุณสมบัติ

  1. การชาร์จและการจับคู่แบบแม่เหล็ก:**สามารถชาร์จและจับคู่กับ iPad ได้โดยอัตโนมัติเมื่อวางไว้ที่ขอบของ iPad Pro หรือ iPad Air รุ่นล่าสุด

  2. ฟีเจอร์ Double-Tap:**แตะสองครั้งเพื่อสลับเครื่องมือ เช่น ปากกาและยางลบ ได้อย่างรวดเร็ว

  3. การตอบสนองแบบสั่น (Haptic Feedback):**มอเตอร์สั่นที่ออกแบบมาเฉพาะช่วยให้รู้สึกถึงการตอบสนองเมื่อบีบหรือแตะสองครั้ง

  4. ฟีเจอร์ Squeeze:**บีบด้ามปากกาเพื่อเรียกแผงเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้สลับเครื่องมือ น้ำหนักเส้น และสีได้อย่างรวดเร็ว

  5. ฟีเจอร์ Barrel Roll:**หมุนด้ามปากกาเพื่อควบคุมเครื่องมือประเภทปากกาและแปรงรูปทรงต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ

  6. ฟีเจอร์ Hover:**แสดงภาพเงาของเครื่องมือก่อนที่จะสัมผัสหน้าจอ ช่วยให้การวาดและการเขียนมีความแม่นยำยิ่งขึ้น

  7. การรองรับ Find My:**สามารถติดตามตำแหน่งของ Apple Pencil Pro ได้ผ่านแอป Find My หากสูญหาย

6a7e979a-6c1b-465c-8ba8-8b42326cd49e.png

ปากกาจาก Third-Party

1.GOOJODOQ GD14 Stylus

เป็นปากกาสไตลัสสำหรับ iPad ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและมีฟีเจอร์ใกล้เคียงกับ Apple Pencil รุ่นที่ 2 โดยรองรับฟีเจอร์หลายอย่าง เช่น การชาร์จแบบไร้สาย การจับคู่แม่เหล็ก และการใช้งานร่วมกับแอป Find My ของ iPad

คุณสมบัติ

  • การชาร์จและการจับคู่: รองรับการชาร์จและจับคู่แบบไร้สายด้วยแม่เหล็ก (Magnetic Charging) ทำให้ใช้งานสะดวกและรวดเร็ว

  • ฟีเจอร์ Find My: สามารถติดตามตำแหน่งของปากกาได้ผ่านแอป Find My ของ iPad ช่วยให้หาปากกาได้ง่ายขึ้นเมื่อหาย

  • ปุ่มลัดที่ปรับแต่งได้: มีปุ่มลัดที่สามารถตั้งค่าได้ตามความต้องการ เช่น การเปลี่ยนเครื่องมือในแอปวาดภาพ

  • รองรับแรงกดและการเอียง: สามารถรับรู้แรงกดและการเอียงของปากกา ทำให้การวาดภาพหรือการเขียนมีความแม่นยำและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่: ใช้งานได้นาน 8–12 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีเวลาสแตนด์บายยาวนาน

  • ความเข้ากันได้: รองรับ iPad รุ่นต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2024 เช่น iPad Pro 11", iPad Pro 12.9", iPad Air 4–6, iPad mini 5–6

2. GOOJODOQ GD13 Pro

คุณสมบัติ

  • รองรับ Palm Rejection:**วางมือบนหน้าจอขณะเขียนได้ โดยไม่ทำให้เกิดการสัมผัสผิดพลาด

  • รองรับฟีเจอร์ Tilt (การเอียงปากกา):**สามารถเอียงปากกาเพื่อสร้างเส้นหนา–บาง เหมาะกับการวาดภาพ

  • ปลายปากกาแบบละเอียด (Fine Tip):**หัวปากกาเล็ก ประมาณ 1.0 มม. เขียนได้แม่นยำ ลากเส้นเนียน

  • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth:**ใช้ Bluetooth เพื่อเปิดฟีเจอร์เสริม เช่น ตรวจจับการแตะ 2 ครั้ง (บางรุ่น)

  • ชาร์จแบบแม่เหล็ก (Magnetic Charging):**ติดข้าง iPad ได้ และบางรุ่นสามารถชาร์จไร้สายบนตัว iPad ได้เลย (ขึ้นอยู่กับ iPad รุ่นที่รองรับ)

  • ชาร์จผ่านพอร์ต Type-C (สำรอง):**หากไม่ได้ชาร์จไร้สาย สามารถชาร์จด้วยสาย USB Type-C ได้

  • มีระบบปิดอัตโนมัติ (Auto Sleep):**ลดการใช้พลังงาน เมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่ง

  • เปลี่ยนหัวปากกาได้:**มีหัวปากกาสำรอง สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย

  • น้ำหนักเบา จับถนัดมือ:**ออกแบบให้สมดุล เวลาจับเขียนคล้ายปากกาจริง

  • รองรับ iPad รุ่นปี 2018 ขึ้นไป:**ทำงานกับ iPad Gen 6 – Gen ล่าสุด, iPad mini 5-6, iPad Air 3-5, iPad Pro 11/12.9 นิ้ว

  • ไม่มีแรงกด (Pressure Sensitivity)หมายเหตุ: รุ่นนี้ “เอียงได้” แต่ ไม่รองรับแรงกด (Pressure) เหมือน Apple Pencil ตัวท็อป

  • มีแม่เหล็กยึดติด iPad:**ยึดข้างตัวเครื่องได้ พกพาสะดวก ไม่หล่นง่าย

0f6fbe62-0cce-4aa5-98d1-34aacb3279fc.jpeg

3.Jamjake G10SE

คุณสมบัติ

  • Palm Rejection: รองรับการวางมือบนหน้าจอขณะเขียนหรือวาดภาพ โดยไม่ทำให้เกิดการสัมผัสที่ไม่ต้องการ ช่วยให้การใช้งานเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • การแรเงา (Tilt Sensitivity): สามารถปรับความหนาของเส้นได้ตามมุมการเอียงของปลายปากกา ทำให้การวาดภาพมีความละเอียดและสมจริงมากขึ้น

  • ปลายปากกาอัจฉริยะ: ใช้ปลายปากกาแบบ ultra-fine ขนาด 1.0 มม. ช่วยให้การเขียนหรือวาดภาพมีความแม่นยำสูง

  • การเชื่อมต่อและการใช้งาน: ไม่จำเป็นต้องจับคู่ Bluetooth เพียงแค่แตะที่ด้านบนของปากกาเพื่อเปิดหรือปิดการใช้งาน ทำให้สะดวกและรวดเร็ว

  • การชาร์จและอายุการใช้งาน: ชาร์จผ่านพอร์ต Type-C ใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 1–2 ชั่วโมง และสามารถใช้งานได้ประมาณ 15–18 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

  • การปิดเครื่องอัตโนมัติ: เมื่อไม่ได้ใช้งานเกิน 30 นาที ปากกาจะปิดเครื่องอัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงาน

📊 ตารางเปรียบเทียบ: GD13 Pro vs GD14 Stylus vs Jamjake G10SE vs Apple Pencil Pro

รายการเปรียบเทียบ

GD13 Pro

GD14 Stylus

Jamjake G10SE

Apple Pencil Pro

Palm Rejection

รองรับ

รองรับ

รองรับ

รองรับ

Tilt (การเอียงปากกา)

รองรับ

รองรับ

รองรับ

รองรับ

การชาร์จ / วิธีชาร์จ

ชาร์จแม่เหล็ก / พอร์ต 5V

ชาร์จแม่เหล็ก / ฟีเจอร์ใหม่

ชาร์จ USB-C

ชาร์จแบบ MagSafe / ไร้สาย

หัวปากกาเปลี่ยนได้

รองรับ

มีโอกาสรองรับ

รองรับ

รองรับ

การเชื่อมต่อ (Bluetooth / Pairing)

มี Bluetooth สำหรับฟีเจอร์เสริม

คาดว่าจะมี

ไม่จำเป็นสำหรับฟีเจอร์หลัก

มี Bluetooth / ใช้ pairing อัตโนมัติ

ฟีเจอร์เสริม / พิเศษ

Find My + ปุ่มลัด

Squeeze, Barrel Roll, Hover, Haptic Feedback

แรงกด (Pressure Sensitivity)

ไม่มี

ไม่มีข้อมูลยืนยัน

ไม่มีข้อมูลชัด

รองรับ

ความเข้ากันได้กับ iPad

รองรับ iPads หลายรุ่น

รองรับ iPad 2018–2024

รองรับ iPads หลายรุ่น

รองรับ iPad ใหม่ล่าสุด (Pro, Air, etc.)

วัสดุ / โครงสร้าง

ABS + PC + Metal

ข้อมูลไม่ชัด

วัสดุคุณภาพสูง

วัสดุพรีเมียม ตกผลึกตามสเปก Apple

จุดเด่น / ข้อได้เปรียบ

ราคาย่อมเยา + ฟีเจอร์ใช้งานพื้นฐาน

ฟีเจอร์เสริม เช่น Find My, Hotkeys

ราคาถูก ใช้งานทั่วไปได้ดี

ประสิทธิภาพสูง, latency ต่ำ, ฟีเจอร์ครบ


การใช้งานปากกาสไตลัสในชีวิตประจำวัน

1.สำหรับนักเรียนและนักจดบันทึก

  • จดเลคเชอร์: เขียนด้วยลายมือบนแท็บเล็ตเร็วกว่าการพิมพ์

  • ใส่คำอธิบายประกอบ (Annotation): ทำเครื่องหมายบนไฟล์ PDF, PowerPoint หรือเอกสารดิจิทัล

2.สำหรับนักวาดและนักออกแบบ

  • งานศิลปะดิจิทัล: ใช้แอป Procreate, Autodesk Sketchbook, Adobe Fresco

  • ออกแบบ 3D: ใช้สไตลัสควบคุมโมเดล 3 มิติ

3. สำหรับมืออาชีพและผู้บริหาร

  • เซ็นเอกสาร: e-Signature แม่นยำและถูกกฎหมาย

  • Whiteboarding: ใช้ในการประชุมระดมสมองหรืออธิบายแนวคิดบนกระดานดิจิทัล

e00bcbad-a8f3-4707-a3c8-cb5aa8964cc1.png

แนวทางการเลือกซื้อปากกาสไตลัสที่เหมาะสม

1.ตรวจสอบความเข้ากันได้ (Compatibility First!)

  • สไตลัส Active ส่วนใหญ่ใช้กับแบรนด์และรุ่นเฉพาะ เช่น Apple Pencil ใช้กับ iPad, S Pen ใช้กับ Galaxy

  • สำหรับอุปกรณ์หลายยี่ห้อ ควรมองหาสไตลัสที่รองรับ USI Standard

2.กำหนดวัตถุประสงค์การใช้งาน

  • จดบันทึก/ทั่วไป: Passive Stylus เพียงพอ แต่ Active Stylus จะดีกว่า

  • วาด/ออกแบบมืออาชีพ: Active Stylus ที่มี Pressure Sensitivity (อย่างน้อย 4096 ระดับ), Tilt Function และ Latency ต่ำ

3. พิจารณาคุณสมบัติเสริม

  • การชาร์จไฟ: แบบไร้สายหรือแบบเสียบสาย

  • หัวปากกา: แข็งเหมือนดินสอ หรืออ่อนเหมือนปากกาเมจิก

ปุ่มลัด: มีหรือไม่ตามความต้องการ

beeb8fb5-0470-43e3-9961-e9f18a1a4cf4.png

สรุป

ปากกาสไตลัสไม่ใช่เพียงของเล่นหรืออุปกรณ์เสริม แต่เป็น เครื่องมือที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์กับโลกดิจิทัล คุณสมบัติระดับมืออาชีพ เช่น Pressure Sensitivity, Tilt Function และ Palm Rejection ทำให้สไตลัสเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศดิจิทัล ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียน นักวาด หรือผู้บริหาร การลงทุนในปากกาสไตลัสที่เหมาะสมจะช่วยยกระดับการใช้งานอุปกรณ์ของคุณไปอีกขั้น

ตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบรรณาธิการ

GOOJODOQ GD14 Stylus For Pad 11 10 9 8 7 10.2 Air4 Air5 10.9 Air6 Air 7 Pro 11 13 2018-2025
shopee
GOOJODOQ GD14 Stylus For Pad 11 10 9 8 7 10.2 Air4 Air5 10.9 Air6 Air 7 Pro 11 13 2018-2025
฿744.18
ทนทาน
4.5
ราคาดี
4.5
ความลื่นไหล
4.0
Apple Pencil Pro | iStudio by copperwired
shopee
Apple Pencil Pro | iStudio by copperwired
฿3,840
ทนทาน
4.5
ราคาดี
3.5
ความลื่นไหล
4.5
Jamjake G10SE ปากกาไอแพด วางมือบนจอ+แรเงาได้+ปลายปากกาอัจฉริยะ Stylus Pen นำไปใช้กับ iPad2018-2024
shopee
Jamjake G10SE ปากกาไอแพด วางมือบนจอ+แรเงาได้+ปลายปากกาอัจฉริยะ Stylus Pen นำไปใช้กับ iPad2018-2024
฿262.81
ทนทาน
4.5
ราคาดี
5.0
ความลื่นไหล
3.0
GOOJODOQ GD13 Pro สไตลัสชาร์จแบบไร้สาย พร้อมตัวปฏิเสธฝ่ามือ สําหรับ for iPad 10 9 8 Mini 6 Air5 4 Pro 11 12.9
shopee
GOOJODOQ GD13 Pro สไตลัสชาร์จแบบไร้สาย พร้อมตัวปฏิเสธฝ่ามือ สําหรับ for iPad 10 9 8 Mini 6 Air5 4 Pro 11 12.9
฿786.45
ทนทาน
4.5
ราคาดี
4.5
ความลื่นไหล
3.5
GOOJODOQ ไทยแลนด์สปอต ที่ชาร์จ สําหรับดินสอสไตลัส GD13 GD13 Pro
shopee
GOOJODOQ ไทยแลนด์สปอต ที่ชาร์จ สําหรับดินสอสไตลัส GD13 GD13 Pro
฿179
ทนทาน
4.5
ราคาดี
5.0
ความลื่นไหล
5.0

คำถามที่พบบ่อย

QApple pencil Pro กับ Apple Pencil 2 ต่างกันยังไง

Apple Pencil Pro vs Apple Pencil 2 ต่างกันตรงที่ฟีเจอร์ขั้นสูงของ Pro เช่น Squeeze บีบเรียกเมนู, Haptic Feedback, Barrel Roll หมุนหัวแปรง, และรองรับ Find My ในขณะที่ทั้งคู่ยังคงความแม่นยำสูง ตอบสนองแรงกดดีและชาร์จแม่เหล็กกับ iPad ได้เหมือนกัน รุ่น 2 ใช้ได้กับ iPad Pro / Air รุ่นเก่า ส่วน Pro ใช้กับ iPad รุ่นใหม่ชิป M4 ขึ้นไป และแน่นอนว่า Pro มีราคาสูงกว่า เหมาะสำหรับสายวาดมืออาชีพ ส่วนรุ่น 2 เหมาะสำหรับจดโน้ตหรือใช้งานทั่วไป

Qแนะนำปากกา ipad ที่สเปคเทียบเท่ากับApple pencil แต่ราคาย่อมเยากว่าหน่อย

แนะนำซื้อGOOJODOQ GD14 StylusและJAMJAKE G10SE สเปคไม่แตกต่างมากราคาถูกกว่า10เท่า

สินค้าเพิ่มเติม

close
JAMJAKE: ปากกาไอแพด air5 air6 for Gen10/9/8/7/6 pro12.9 pro11 pro13 2024
รับข้อเสนอที่ Shopee
81% OFF
label