
เครื่องปริ้นคืออะไร เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า ใช้งานได้ตรงใจ
วิธีเลือกเครื่องปริ้น
2025-11-05T06:49Zถ้าย้อนกลับไปสักสิบกว่าปี เครื่องปริ้นถือเป็นอุปกรณ์สำนักงานที่ดู “หรูหรา” หน่อย ใครมีไว้ใช้ที่บ้านถือว่าจริงจังกับงานมาก แต่ในยุคปัจจุบัน เครื่องปริ้นหรือเครื่องพิมพ์ (Printer) ได้กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์จำเป็นแทบทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก เพราะเราต้องพิมพ์เอกสาร รายงาน ใบเสนอราคา หรือแม้แต่ภาพถ่ายสวย ๆ ออกมาใช้งานจริง
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ “เครื่องปริ้น” คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงข้อมูลดิจิทัลบนหน้าจอ เช่น เอกสาร ภาพ หรือไฟล์ PDFให้กลายเป็นสิ่งพิมพ์ที่จับต้องได้จริงบนกระดาษหรือวัสดุอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องปริ้นก้าวหน้าอย่างมาก มีให้เลือกหลากหลายแบบ แต่ละแบบก็มีจุดเด่น จุดต่าง และเหมาะกับงานที่ไม่เหมือนกัน
ต่อไปเรามาดูว่าเครื่องปริ้นที่นิยมใช้กันมีแบบไหนบ้าง และแต่ละแบบเหมาะกับใคร
เครื่องปริ้นประเภทต่าง ๆ
เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท (Inkjet Printer)
นี่คือประเภทที่เราพบได้บ่อยที่สุดในบ้านและสำนักงานทั่วไป เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทใช้หลักการพ่นหมึกขนาดเล็กลงบนกระดาษ เพื่อสร้างภาพหรือข้อความ มีข้อดีคือคุณภาพงานพิมพ์สูง โดยเฉพาะภาพสี ภาพถ่าย หรือเอกสารที่ต้องการความละเอียดและสีสันสวยงาม
ข้อดี
-
คุณภาพการพิมพ์สูง รายละเอียดคมชัด
-
รองรับการพิมพ์ภาพถ่ายได้ดี
-
ราคาตัวเครื่องเริ่มต้นไม่แพง
รุ่นใหม่ ๆ มักมาพร้อมระบบ “แท็งก์หมึก” ช่วยลดต้นทุนต่อแผ่นได้มาก
ข้อควรระวัง
-
ถ้าไม่ใช้งานบ่อย หัวพิมพ์อาจแห้งได้
-
ความเร็วในการพิมพ์มักช้ากว่าเครื่องเลเซอร์
เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการพิมพ์ภาพ งานสี หรืองานเอกสารทั่วไปในปริมาณไม่มาก เช่น นักเรียน ฟรีแลนซ์ หรือผู้ใช้ในบ้าน
เครื่องปริ้นเลเซอร์ (Laser Printer)
อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในสำนักงาน เครื่องปริ้นเลเซอร์ใช้ “ผงหมึก” หรือโทนเนอร์แทนหมึกเหลว ทำงานด้วยเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ยิงบนดรัม เพื่อสร้างภาพก่อนถ่ายลงบนกระดาษ จุดเด่นคือพิมพ์เร็วมาก และตัวอักษรคมกริบ
ข้อดี
-
ความเร็วสูง พิมพ์ได้ต่อเนื่องในปริมาณมาก
-
ตัวอักษรชัด เหมาะกับเอกสารทางธุรกิจ
-
ผงหมึกไม่แห้งแม้ไม่ได้ใช้นาน
-
รุ่นใหม่มีทั้งขาว–ดำ และสีให้เลือก
ข้อควรระวัง
-
ราคาตัวเครื่องสูงกว่าแบบอิงค์เจ็ท
-
ต้นทุนเปลี่ยนตลับหมึกอาจสูงในบางรุ่น
-
พิมพ์ภาพสีไม่สวยเท่าอิงค์เจ็ท
เหมาะสำหรับสำนักงานที่ต้องพิมพ์งานเอกสารจำนวนมาก เช่น ใบเสร็จ รายงาน หรือสัญญา
เครื่องปริ้นพกพา (Portable Printer)
เทคโนโลยีใหม่ที่ตอบโจทย์คนทำงานนอกสถานที่ เครื่องปริ้นพกพามีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา บางรุ่นใช้แบตเตอรี่ในตัว หรือชาร์จผ่าน USB ได้ เหมาะกับนักเดินทาง ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของร้านที่ต้องออกใบเสร็จหน้างาน
ข้อดี
-
น้ำหนักเบา พกพาง่าย
-
บางรุ่นพิมพ์ผ่านสมาร์ทโฟนหรือบลูทูธได้
-
เหมาะกับการพิมพ์เอกสารสั้น ๆ หรือสลิป
ข้อควรระวัง
-
ราคาต่อแผ่นสูงกว่ารุ่นตั้งโต๊ะ
-
ความละเอียดและความเร็วอาจจำกัด
เครื่องปริ้นผ่านโทรศัพท์ (Smartphone Printer / Photo Printer)
เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นและคนรักภาพถ่าย เพราะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนโดยตรงผ่าน Wi-Fi หรือ Bluetooth แล้วพิมพ์ภาพออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์
ข้อดี
-
ใช้งานง่าย เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทันที
-
พิมพ์ภาพถ่ายขนาดเล็กคุณภาพดี
-
ดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับการพกพา
ข้อควรระวัง
-
ขนาดกระดาษจำกัด ส่วนใหญ่พิมพ์ได้แค่ขนาด 2x3 นิ้ว หรือ 4x6 นิ้ว
-
ต้นทุนต่อภาพค่อนข้างสูง
สรุปแล้ว “เครื่องปริ้น” มีหลายประเภทและตอบโจทย์คนละแบบ ไม่มีคำว่าเครื่องไหนดีสุด มีแต่ “เครื่องไหนเหมาะกับเรา” มากกว่า
เปรียบเทียบประเภทของเครื่องปริ้น
ประเภทเครื่องปริ้น | หลักการทำงาน / จุดเด่น | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท (Inkjet Printer) | พ่นหมึกขนาดเล็กลงบนกระดาษเพื่อสร้างภาพหรือข้อความ ให้ภาพสีคมชัด | • คุณภาพการพิมพ์สูง รายละเอียดชัด | • ถ้าไม่ใช้งานบ่อย หัวพิมพ์อาจแห้ง |
เครื่องปริ้นเลเซอร์ (Laser Printer) | ใช้ผงหมึก (โทนเนอร์) และเทคโนโลยีเลเซอร์ยิงบนดรัมเพื่อสร้างภาพ พิมพ์เร็วมาก | • พิมพ์เร็ว เหมาะกับงานปริมาณมาก | • ราคาตัวเครื่องสูงกว่าอิงค์เจ็ท |
เครื่องปริ้นพกพา (Portable Printer) | เครื่องขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ใช้แบตเตอรี่หรือชาร์จผ่าน USB พิมพ์ได้ทุกที่ | • เบาและพกพาง่าย | • ราคาต่อแผ่นสูง |
เครื่องปริ้นผ่านโทรศัพท์ (Smartphone / Photo Printer) | เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Bluetooth กับสมาร์ทโฟน พิมพ์ภาพถ่ายขนาดเล็กได้ทันที | • ใช้งานง่าย เชื่อมต่อได้ทันที | • พิมพ์ได้เฉพาะขนาดเล็ก (2x3 หรือ 4x6 นิ้ว) |
เครื่องริ้นที่ Zestbuy แนะนำ
เมื่อพูดถึงการเลือกซื้อเครื่องปริ้น ปัจจัยสำคัญไม่ได้มีแค่ “ประเภท” แต่ยังรวมถึง “แบรนด์” ด้วย เพราะแต่ละค่ายมีเทคโนโลยี จุดเด่น และความคุ้มค่าต่างกัน เรามาดู 4 แบรนด์ยอดนิยมที่ครองตลาดเครื่องพิมพ์ในไทย
เครื่องปริ้น Epson
ชื่อของ Epson มักถูกพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อพูดถึงเครื่องปริ้นระบบแท็งก์หมึก (Ink Tank) เพราะพวกเขาเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่บุกเบิกเทคโนโลยีนี้ในตลาด
Epson EcoTank L3210 คือหนึ่งในรุ่นยอดนิยมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและสำนักงานขนาดเล็ก เพราะรวมทุกสิ่งที่ต้องการไว้ในเครื่องเดียว ทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสาร จุดเด่นคือระบบหมึกแท็งก์แท้ (EcoTank) ที่ช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ได้มาก หมึกหนึ่งชุดพิมพ์ได้หลายพันหน้า เหมาะกับงานปริมาณมากโดยไม่ต้องเปลี่ยนหมึกบ่อย
คุณสมบัติเด่นของ Epson L3210
-
ฟังก์ชันครบ: พิมพ์–สแกน–ถ่ายเอกสารในเครื่องเดียว
-
ต้นทุนต่ำ: หมึกแท็งก์ความจุสูง พิมพ์ขาว–ดำได้กว่า 4,500 หน้า
-
ความละเอียดสูงสุด 5,760 x 1,440 dpi
-
ความเร็วสูงสุด 33 หน้า/นาที (เอกสารร่าง)
-
พิมพ์ภาพไร้ขอบได้สูงสุดขนาด 4R
-
รับประกัน 2 ปีหรือ 30,000 แผ่น
เหมาะกับใคร
-
ผู้ใช้ในบ้านหรือโฮมออฟฟิศ
-
นักเรียน นักศึกษา
-
ธุรกิจที่ต้องพิมพ์เอกสารหรือใบเสร็จจำนวนมาก
เรียกได้ว่า Epson เหมาะกับคนที่มองหาความ “คุ้มค่าในระยะยาว” มากกว่าความหรูหราของดีไซน์
เครื่องปริ้น Brother
Brother เป็นแบรนด์ที่เน้น “ความทน” และ “ความคุ้มค่า” มากกว่าความหวือหวา จุดแข็งของเขาคือความแข็งแรงของเครื่องและระบบโทนเนอร์ที่ใช้งานได้ยาวนาน
Brother HL-1110 เป็นเครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาว–ดำที่ขายดีต่อเนื่องหลายปี เพราะมีราคาประหยัดและเหมาะกับงานเอกสารทั่วไป
คุณสมบัติหลัก Brother HL-1110
-
ประเภท: เลเซอร์ขาว–ดำ
-
ความเร็ว: สูงสุด 20 หน้า/นาที
-
ความละเอียด: 600 x 600 dpi
-
ถาดกระดาษ 150 แผ่น
-
ใช้โทนเนอร์ TN-1000 (พิมพ์ได้ราว 1,000 หน้า)
-
ดรัมแยกชิ้น DR-1000 (ใช้ได้ราว 10,000 หน้า)
ข้อดี
-
ราคาถูกและทน
-
ค่าบำรุงรักษาต่ำ
-
เหมาะกับงานเอกสารล้วน ๆ
เหมาะกับใคร
-
นักเรียน นักศึกษา
-
โฮมออฟฟิศขนาดเล็ก
-
ผู้ใช้ที่พิมพ์ขาว–ดำเท่านั้น
ถ้าเป้าหมายคือเครื่องพิมพ์ราคาคุ้ม พิมพ์เร็ว และไม่ต้องเปลี่ยนหมึกบ่อย Brother คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด
เครื่องปริ้น Canon
Canon เป็นแบรนด์ที่ผสมผสานความสวยของภาพพิมพ์กับการใช้งานที่ง่ายและราคาย่อมเยา
รุ่น Canon PIXMA TS307 เป็นตัวอย่างของเครื่องอิงค์เจ็ทราคาประหยัดที่ออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้โดยตรง
คุณสมบัติหลัก Canon PIXMA TS307
-
การเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth
-
ฟังก์ชัน “Smartphone Copy” ถ่ายเอกสารผ่านกล้องมือถือ
-
ความละเอียด 4,800 x 1,200 dpi
-
พิมพ์ขาว–ดำ 7.7 หน้า/นาที, สี 4 หน้า/นาที
-
ถาดกระดาษ 60 แผ่น
ข้อดี
-
ราคาย่อมเยา
-
เหมาะกับงานพิมพ์สีและภาพถ่าย
-
ใช้งานง่ายสำหรับมือใหม่
เหมาะกับใคร
-
ผู้ใช้ทั่วไปในบ้าน
-
นักเรียนที่พิมพ์รายงานหรือภาพประกอบ
-
คนที่ต้องการพิมพ์ภาพจากมือถือโดยตรง
Canon จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องพิมพ์ใช้งานง่าย ภาพสีสวย แต่ไม่เน้นความเร็วสูงมากนัก
เครื่องปริ้น HP
HP ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ระดับโลกที่เด่นเรื่อง “ความสะดวก” และ “เทคโนโลยีสมาร์ท” โดยเฉพาะระบบเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ออกแบบมาดีมาก
รุ่น HP Smart Tank 580 (1F3Y2A) เป็นเครื่องมัลติฟังก์ชันที่รวมทั้งพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสารในเครื่องเดียว พร้อมระบบหมึกแท็งก์ที่ช่วยลดต้นทุนต่อแผ่นได้มาก
คุณสมบัติหลัก HP Smart Tank 580
-
การเชื่อมต่อ Wi-Fi, Wi-Fi Direct, Bluetooth
-
ความละเอียดสูงสุด 4800 x 1200 dpi
-
ความเร็วพิมพ์ขาว–ดำ 12 หน้า/นาที, สี 5 หน้า/นาที
-
พิมพ์ไร้ขอบได้สูงสุดขนาด 8.5x11 นิ้ว
-
ถาดกระดาษเข้า 100 แผ่น
-
แนะนำปริมาณการพิมพ์ต่อเดือน 400–800 หน้า
ข้อดี
รองรับการสั่งพิมพ์จากแอป HP Smart
ต้นทุนหมึกต่ำ
เหมาะกับทั้งบ้านและออฟฟิศขนาดเล็ก
เหมาะกับใคร
-
ผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือ
-
คนที่ต้องพิมพ์เอกสารสีบ่อย
-
ธุรกิจที่ต้องการความประหยัดระยะยาว
สรุปในภาพรวม Epson เด่นเรื่องหมึกแท็งก์คุ้มค่า Brother ทนและถูก Canon เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป ส่วน HP โดดเด่นเรื่องเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและการใช้งานที่เป็นมิตรกับผู้ใช้
เลือกเครื่องปริ้นแบบไหนดีให้เหมาะกับการใช้งาน
เมื่อเข้าใจแล้วว่าเครื่องปริ้นมีหลายประเภท คราวนี้มาดูกันว่า “แบบไหนถึงจะเหมาะกับเรา” เพราะการเลือกให้ถูกตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่า ประหยัดทั้งเงินและเวลาในระยะยาว
ใครเหมาะกับแบบไหน
-
นักเรียน / นักศึกษา / ฟรีแลนซ์ / ใช้งานที่บ้าน ถ้าเน้นพิมพ์เอกสารทั่วไป รายงาน หรือรูปภาพเป็นครั้งคราว แนะนำให้เลือกเครื่องอิงค์เจ็ทหรือแท็งก์หมึกที่มี Wi-Fi เพื่อความสะดวกในการพิมพ์จากมือถือหรือแท็บเล็ต ถ้าพิมพ์ไม่บ่อยมาก เลือกเครื่องเลเซอร์ขาว-ดำก็เพียงพอ ประหยัดกว่าและไม่ต้องกังวลเรื่องหัวพิมพ์อุดตัน
-
สำนักงานขนาดเล็กหรือโฮมออฟฟิศ ถ้าพิมพ์บ่อยขึ้น ต้องการความเร็วและต้นทุนต่อแผ่นต่ำ เครื่องแบบแท็งก์หมึก (Ink Tank) หรือเลเซอร์แบบสีถือว่าเหมาะที่สุด เพราะรองรับปริมาณงานมากกว่า และหมึกหรือโทนเนอร์คุ้มค่าในระยะยาว
-
ธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ ควรมองหาเครื่องพิมพ์ที่มี “Duty Cycle” หรือความสามารถในการพิมพ์ต่อเดือนสูง มีระบบพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ (Duplex) ถาดกระดาษขนาดใหญ่ และรองรับการเชื่อมต่อหลายเครื่องพร้อมกัน เช่น Wi-Fi และ LAN
คุณสมบัติสำคัญของเครื่องปริ้นที่ควรพิจารณา
ความเร็วในการพิมพ์ (Pages per Minute – PPM)
ถ้าต้องพิมพ์บ่อยหรือจำนวนมาก ควรดูค่า PPM ของเครื่อง ยิ่งสูงยิ่งพิมพ์เร็ว
คุณภาพการพิมพ์ (DPI)
สำหรับผู้ที่พิมพ์ภาพถ่ายหรือกราฟิก ควรเลือกเครื่องที่มีความละเอียดสูงกว่า 1200 DPI
การเชื่อมต่อ
เครื่องรุ่นใหม่รองรับทั้ง USB, Wi-Fi, Bluetooth และการพิมพ์จากมือถือ ถ้ามีหลายคนใช้งานร่วมกันควรเลือกแบบที่รองรับ Wi-Fi Direct หรือ Network
ต้นทุนต่อแผ่น
อย่าดูแค่ราคาตัวเครื่อง ต้องคิดถึงราคาหมึกหรือโทนเนอร์ด้วย บางเครื่องราคาถูกแต่หมึกแพง ทำให้จ่ายมากกว่าในระยะยาว
ฟังก์ชันเสริม
เช่น พิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ, สแกน, ถ่ายเอกสาร, ถาดกระดาษขนาดใหญ่ ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาและเหมาะกับงานเอกสารจริงจัง
ตัวอย่างการเลือก
ถ้าเน้นพิมพ์งานรายงานทั่วไป ใช้ไม่บ่อย → เลเซอร์ขาว-ดำ
ถ้าพิมพ์ภาพถ่ายหรือกราฟิกบ่อย → อิงค์เจ็ทคุณภาพสูงหรือแท็งก์หมึก
ถ้าทำงานออฟฟิศ พิมพ์ทุกวัน → เลเซอร์หรือแท็งก์หมึกขนาดกลาง-ใหญ่
ถ้าเดินทางบ่อย → เครื่องปริ้นพกพา (Portable Printer)
ราคาเครื่องปริ้นและความคุ้มค่า
หลายคนมองแค่ราคาตัวเครื่อง แต่ “ต้นทุนจริง” ของเครื่องปริ้นอยู่ที่ค่าหมึกและการบำรุงรักษา
ช่วงราคาทั่วไป
อิงค์เจ็ททั่วไป: เริ่มต้นประมาณ 2,000–4,000 บาท
แท็งก์หมึก (Ink Tank): ประมาณ 4,000–8,000 บาท
เลเซอร์ขาว-ดำ: ประมาณ 3,000–7,000 บาท
เลเซอร์สี: เริ่มต้น 7,000 บาทขึ้นไป
เครื่องพกพา: ประมาณ 4,000–6,000 บาท
ต้นทุนหมึกและการบำรุงรักษา
เครื่องอิงค์เจ็ท: ราคาหมึกสูง แต่ภาพสวย เหมาะกับพิมพ์ภาพหรือเอกสารสี
เครื่องแท็งก์หมึก: เติมหมึกได้ ต้นทุนต่อแผ่นต่ำสุด เหมาะกับผู้ใช้ที่พิมพ์เยอะ
เครื่องเลเซอร์: หมึก (โทนเนอร์) แพงกว่าในตอนซื้อ แต่ใช้ได้นาน และต้นทุนต่อแผ่นต่ำ
ความคุ้มค่าในระยะยาว
ถ้าพิมพ์บ่อย: ลงทุนกับเครื่องแท็งก์หรือเลเซอร์ คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ถ้าพิมพ์น้อย: เครื่องเลเซอร์ขาว-ดำหรืออิงค์เจ็ทธรรมดาก็เพียงพอ
พิจารณาอายุการใช้งานและบริการหลังการขาย: บางแบรนด์มีอะไหล่และหมึกหาง่าย ทำให้ใช้งานได้นานกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว เครื่องปริ้นที่ดีที่สุดคือ เครื่องที่เหมาะกับพฤติกรรมของคุณเอง
ประเภทผู้ใช้ | แนะนำเครื่องปริ้น | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
ผู้ใช้ทั่วไป / นักเรียน | Inkjet หรือ Ink Tank | ราคาถูก ใช้งานง่าย พิมพ์สีได้สวย | หมึกอาจแห้งถ้าไม่ได้ใช้บ่อย |
โฮมออฟฟิศ / ฟรีแลนซ์ | Ink Tank หรือ Laser | ความเร็วสูง ต้นทุนต่อแผ่นต่ำ | ขนาดเครื่องใหญ่กว่า |
ธุรกิจขนาดกลาง–ใหญ่ | Laser สีหรือขาว-ดำ | พิมพ์เร็ว รองรับงานปริมาณมาก | ราคาสูงกว่าแต่คุ้มระยะยาว |
ผู้ที่เดินทางบ่อย | Portable Printer | ขนาดเล็ก พกพาสะดวก | ความเร็วและคุณภาพต่ำกว่าแบบตั้งโต๊ะ |
สรุป
เมื่อพูดถึง “เครื่องปริ้นที่ดีที่สุด” คำตอบไม่ได้อยู่ที่รุ่นใหม่หรือราคาแพงที่สุด แต่อยู่ที่ “เครื่องที่เหมาะกับคุณที่สุด”
ถ้าคุณพิมพ์งานเอกสารทั่วไป พิมพ์ไม่บ่อย เครื่องเลเซอร์ขาว-ดำอาจเพียงพอและคุ้มค่าที่สุด
ถ้าชอบพิมพ์ภาพถ่ายหรืองานสีสันสดใส เครื่องอิงค์เจ็ทหรือแท็งก์หมึกคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์
ส่วนคนที่ต้องพิมพ์ทุกวัน หรือทำงานในสำนักงาน เครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชันคือคู่หูที่ไว้ใจได้ในระยะยาว
ทุกเครื่องมีจุดเด่นของมัน บางรุ่นพิมพ์สวย บางรุ่นเร็ว บางรุ่นประหยัด บางรุ่นเล็กพกพาได้ง่าย ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน สิ่งสำคัญคือการรู้จักลักษณะการใช้งานของตัวเองให้ชัด ว่าคุณต้องการพิมพ์อะไร ปริมาณแค่ไหน และต้องการความสะดวกในแบบใด
ก่อนซื้อ ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า “เราใช้เครื่องปริ้นไปเพื่ออะไร?”
คำถามนี้จะช่วยตัดสินใจได้มากกว่าการดูแค่สเปกหรือราคา เพราะเครื่องที่คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่เครื่องที่ราคาถูกที่สุด แต่คือเครื่องที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีที่สุด
สุดท้ายนี้ หากเลือกได้ถูก เครื่องปริ้นจะไม่ใช่แค่เครื่องมือพิมพ์เอกสาร แต่จะกลายเป็น “ผู้ช่วยประจำโต๊ะทำงาน” ที่ทำให้งานทุกอย่างของคุณลื่นไหล เรียบร้อย และคุ้มค่ากับทุกบาทที่จ่ายไปจริง ๆ
ตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบรรณาธิการ
![[ผ่อน 0% 3 ด.]HP Smart Tank 580 All-in-One Printer/ประกัน2ปี](https://img.zestbuy.co.th/7150585901524443217/9e26b2664c406e92af5a64d5d4439db1.jpg?x-image-process=image/resize,m_pad,w_200,h_200,color_333333,limit_0/format,webp/imageslim/marker,u_plus)

![[จำกัด 2 เครื่อง/ออเดอร์] Canon เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท PIXMA รุ่น TS307 (เครื่องปริ้น ปริ้นเตอร์ พิมพ์ )](https://img.zestbuy.co.th/7150585901524443217/e0cd892d4b5f259647913fa7b6532184.png?x-image-process=image/resize,m_pad,w_200,h_200,color_333333,limit_0/format,webp/imageslim/marker,u_plus)
บทความเด่น
แนะนำเครื่องปริ้นซ์ Brother ปี 2025
ZestOfficeSupplies
คู่มือการซื้อเครื่องพิมพ์สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก: เคล็ดลับเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและประหยัดเงิน
Chloe.Ma
เครื่องปริ๊นยังสำคัญในยุคดิจิทัล: ทำไมบ้าน ออฟฟิศ และโรงเรียนควรมีไว้ 📄
Chanyanut.T(Baifern)
🖨️ เครื่องปริ้นคู่ใจ เลือกให้เหมาะ ใช้งานได้คุ้มค่า
SuthruthaiP.(Wine)
เครื่องปริ้นพกพา: ไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับชีวิตยุคดิจิทัล
SuthruthaiP.(Wine)
คำถามที่พบบ่อย
Qถ้าใช้งานพิมพ์เอกสารทั่วไปที่บ้าน ควรเลือกเครื่องปริ้นแบบไหนดี?
แนะนำเครื่อง อิงค์เจ็ทหรือแท็งก์หมึก (Ink Tank) เพราะราคาย่อมเยา ใช้งานง่าย และพิมพ์ภาพสีได้สวย เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา หรือฟรีแลนซ์ที่พิมพ์ไม่บ่อยมาก
Qถ้าไม่ค่อยได้ใช้เครื่องปริ้นบ่อย หมึกจะแห้งไหม?
เครื่อง อิงค์เจ็ท มีโอกาสหัวพิมพ์แห้งถ้าไม่ใช้นานหลายสัปดาห์ แนะนำให้พิมพ์อย่างน้อยเดือนละ 1–2 ครั้ง หรือเลือกใช้เครื่อง เลเซอร์ขาว–ดำ ที่ใช้ผงหมึก (โทนเนอร์) ซึ่งไม่แห้งแม้ไม่ได้ใช้นาน
Qต้องการพิมพ์เอกสารจำนวนมาก ควรเลือกแบบไหน?
เลือก เครื่องปริ้นเลเซอร์ หรือ แท็งก์หมึก (Ink Tank) เพราะพิมพ์ได้เร็วกว่า ทนทาน และต้นทุนต่อแผ่นต่ำ เหมาะกับสำนักงานหรือธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง
Qเครื่องปริ้นพกพาเหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือช่างบริการหน้างาน เพราะมีขนาดเล็ก ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟน แต่ไม่เหมาะกับงานพิมพ์จำนวนมาก


