
SSD คืออะไร และเลือกแบบไหนดี?
วิธีเลือก SSD ให้คุ้มค่า
2025-11-21T08:55Zถ้าพูดถึงการอัปเกรดคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กให้ “เร็วขึ้นแบบสัมผัสได้ทันที” ชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนจะนึกถึงก็คือ SSD
บางคนอาจรู้แค่ว่า “เปลี่ยนจาก HDD มาเป็น SSD แล้วเครื่องไวขึ้น” แต่ไม่ได้เข้าใจจริง ๆ ว่า SSD คืออะไร, ประเภท SSD ต่างกันอย่างไร, SATA / M.2 / NVMe คืออะไร แล้วจะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับเครื่องและการใช้งานของเรา
บทความนี้ Zestbuy ขอชวนมาทำความเข้าใจเรื่อง SSD ตั้งแต่พื้นฐานจนเลือกซื้อได้เอง
อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่า
-
SSD ทำงานอย่างไร และต่างจาก HDD แค่ไหน
-
ประเภท SSD แต่ละแบบ เหมาะกับใคร
-
ข้อดี–ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
-
แนะนำรุ่นยอดนิยมจาก Zestbuy
-
วิธีเลือก SSD ให้เหมาะกับงบและสไตล์การใช้งาน
-
เคล็ดลับดูแล SSD ให้ใช้งานได้นานขึ้น
SSD คืออะไร และทำไมคอมยุคนี้ถึงขาดไม่ได้
SSD (Solid State Drive) คืออุปกรณ์เก็บข้อมูลรุ่นใหม่ที่ใช้ชิปความจำแบบแฟลช (NAND Flash) แทนการใช้จานหมุนและหัวอ่านเหมือน HDD (Hard Disk Drive) แบบเดิม
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่คอมต้อง “วิ่งเข็ม” ไปอ่านข้อมูลบนแผ่นจาน ตอนนี้เปลี่ยนเป็นดึงข้อมูลจากชิปอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง ทำให้ เร็ว เงียบ ประหยัดไฟ และทนต่อแรงกระแทกมากขึ้น
SSD ทำงานอย่างไร (แบบเข้าใจง่าย)
-
ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บไว้ใน ชิป NAND Flash
-
เวลาคุณกดเปิดโปรแกรม หรือดับเบิลคลิกไฟล์ ระบบจะสั่งให้ คอนโทรลเลอร์ (Controller) ใน SSD ดึงข้อมูลจากชิปออกมา
-
เราเลยไม่ต้องรอ “จานหมุน–หัวอ่านเลื่อน” แบบ HDD ทำให้
-
เปิดเครื่องเร็วขึ้น
-
เปิดโปรแกรมไวขึ้น
-
โหลดเกมลดอาการค้าง/หน่วง
-
พูดแบบคนใช้จริง ๆ คือ
แค่เปลี่ยนจาก HDD ไป SSD เครื่องเก่าหลายเครื่อง “เหมือนเกิดใหม่” ทันที
เปรียบเทียบ SSD กับ HDD แบบเห็นภาพ
1. ความเร็ว
-
HDD: ความเร็วอ่าน–เขียนส่วนใหญ่ราว ๆ 80–150 MB/s
-
SSD SATA: ประมาณ 500–550 MB/s
-
SSD NVMe: หลัก 2,000–7,000 MB/s ขึ้นไป
ผลลัพธ์ที่เห็นในชีวิตจริง เช่น
-
จากบูตเครื่อง 1–2 นาที เหลือ 10–15 วินาที
-
จากเปิดโปรแกรมหนัก ๆ เช่น Photoshop / Premiere รอนาน ๆ เหลือแค่ไม่กี่วินาที
-
จากเข้าฉากเกมช้า ๆ กลายเป็นโหลดไว แทบไม่ค้าง
2. ความทนและแรงกระแทก
-
HDD มี “จานหมุน+หัวอ่าน” ข้างใน → ตกแรง ๆ หรือโดนกระแทกบ่อย มีสิทธิ์จานคด หัวอ่านพัง ข้อมูลหาย
-
SSD ไม่มีส่วนเคลื่อนไหว → ทนต่อแรงกระแทกและการพกพามากกว่า เหมาะกับโน้ตบุ๊กมาก ๆ
3. เสียงและอุณหภูมิ
-
HDD: มีเสียงจานหมุนเบา ๆ เวลาอ่านเขียน และเวลาทำงานหนักจะอุ่นขึ้นชัดเจน
-
SSD: แทบไม่มีเสียง และโดยมากร้อนน้อยกว่า (แม้ NVMe บางตัวจะอุ่นขึ้นถ้าใช้งานหนัก แต่โดยรวมยังเย็นกว่า HDD)
4. การใช้พลังงาน
-
SSD ใช้ไฟน้อยกว่า → ช่วยให้โน้ตบุ๊กแบตอึดขึ้น
-
HDD ใช้ไฟมากกว่า → แบตหมดเร็วกว่าเล็กน้อย
5. ราคาเมื่อเทียบกับความจุ
-
HDD: คุ้มเรื่องความจุ – ได้พื้นที่เยอะในราคาถูก
-
SSD: คุ้มเรื่องความเร็ว – แม้ต่อ GB แพงกว่า แต่ให้ประสบการณ์ใช้งานคนละระดับ
สรุปสั้น ๆ:
-
ถ้าเน้น “เก็บเยอะราคาถูก” → HDD
-
ถ้าเน้น “ใช้งานลื่น เปิดอะไรไวไปหมด” → SSD คือคำตอบ
จุดเด่นของ SSD ที่ทำให้หลายคนยอมเปลี่ยนจาก HDD
-
เร็วแบบรู้สึกได้ทันที
เปิดเครื่องเร็ว
เปิดไฟล์ใหญ่ ๆ ไว
โปรแกรมและเกมโหลดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด -
เงียบและสั่นสะเทือนน้อยมาก
ไม่มีเสียงจานหมุน
ไม่มีอาการเครื่องสะเทือนเวลาอ่านเขียนหนัก ๆ -
ทนต่อการพกพาและแรงกระแทก
โดยเฉพาะโน้ตบุ๊กที่ต้องถือไปเรียน ไปทำงาน SSD ทนกว่า HDD อย่างชัดเจน
-
ประหยัดพลังงาน
ช่วยให้โน้ตบุ๊กใช้ได้นานขึ้นในแต่ละการชาร์จ
ประเภท SSD ที่ควรรู้ก่อนซื้อ: SATA, M.2, NVMe ต่างกันอย่างไร
คำสำคัญที่คนมักสับสนคือ “ประเภท SSD” กับ “ช่องเชื่อมต่อ”
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ
-
SATA = รูปแบบการเชื่อมต่อ (Interface) แบบเก่าที่ใช้กับทั้ง HDD และ SSD
-
M.2 = รูปร่างของการ์ด (Form Factor)
-
NVMe = โปรโตคอลรับส่งข้อมูลที่ใช้ผ่าน PCIe (เร็วมาก)
กล่าวง่าย ๆ:
SSD SATA = SSD ที่ใช้ช่องแบบ SATA
SSD M.2 = SSD ที่เป็นการ์ด M.2 (ซึ่งอาจเป็น SATA หรือ NVMe ก็ได้)
SSD NVMe = SSD ที่ใช้โปรโตคอล NVMe ผ่านเลน PCIe (เร็วสุดในกลุ่มนี้)
เรามาดูทีละแบบ
1) SATA SSD – อัปเกรดง่ายสุด ใช้แทน HDD ได้เลย
SATA SSD คือ SSD ที่ยังใช้ช่องต่อแบบ SATA เหมือน HDD รุ่นเก่า ขนาดส่วนใหญ่คือ 2.5 นิ้ว
จุดเด่น
-
ใส่แทน HDD 2.5 นิ้ว ได้เกือบทุกเครื่อง
-
เหมาะกับโน้ตบุ๊ก/พีซีรุ่นเก่าที่ไม่มีสล็อต M.2
-
ความเร็วสูงกว่า HDD หลายเท่า แม้อาจไม่แรงเท่า NVMe
เหมาะกับใคร
-
คนที่มีเครื่องเก่า แต่ยังอยากอัปเกรดให้ลื่น
-
คนงบจำกัด แต่อยากสัมผัสความไวของ SSD
2) M.2 SSD – รูปร่างเล็ก ประหยัดพื้นที่
M.2 เป็นชื่อ “ขนาดการ์ด” ที่เล็กและบาง มักเสียบลงบนเมนบอร์ดโดยตรง ไม่ต้องใช้สาย SATA
แต่ ภายใน M.2 แบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ
M.2 SATA
-
ใช้ความเร็วระดับเดียวกับ SATA SSD 2.5"
-
เหมาะกับโน้ตบุ๊กหรือเมนบอร์ดที่มี M.2 แต่รองรับแค่ SATA
M.2 NVMe (M.2 PCIe)
-
ใช้โปรโตคอล NVMe ผ่านเลน PCIe
-
ความเร็วทะลุหลัก 2,000 – 7,000 MB/s
-
เป็นตัวเลือกยอดนิยมในโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง และพีซีแรง ๆ
ข้อดีของ M.2 โดยรวม
-
ประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องมีสาย
-
ทำให้การจัดสายและระบบระบายความร้อนในเคสสวยขึ้น
3) NVMe SSD – สายแรง สายเร็ว สำหรับงานหนักและเกมเมอร์
NVMe (Non-Volatile Memory Express) เป็นโปรโตคอลที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ SSD โดยอาศัยเลน PCIe ในการส่งข้อมูล จึงมีแบนด์วิธสูงกว่าการวิ่งผ่าน SATA หลายเท่า
ระดับความเร็วโดยประมาณ
-
NVMe PCIe 3.0: ราว 2,000–3,500 MB/s
-
NVMe PCIe 4.0: ราว 5,000–7,000 MB/s
-
(เมนบอร์ดรุ่นใหม่เริ่มรองรับ PCIe 5.0 ความเร็วสูงกว่านี้ขึ้นไปอีก)
เหมาะกับงานแบบไหน
-
เล่นเกม AAA ที่มีไฟล์ใหญ่ ๆ โหลดฉากบ่อย ๆ
-
ตัดต่อวิดีโอ 4K/8K
-
เรนเดอร์งานกราฟิก, ทำงาน 3D, เขียนโค้ดโปรเจกต์ใหญ่
-
คนที่ต้องการ “ประสบการณ์ลื่นแบบสุด ๆ” เวลาใช้งานเครื่อง
เปรียบเทียบประเภท SSD แบบสั้น ๆ: SATA vs M.2 vs NVMe
ลองนึกภาพแบบนี้
-
SATA SSD → รถเก๋งที่ขับในเมืองได้สบาย ๆ เร็วกว่าเดินเยอะ
-
M.2 SATA → รถเก๋งรุ่นใหม่ แต่เครื่องเท่าเดิม แค่ตัวถังเล็กลง
-
M.2 NVMe / NVMe SSD → รถสปอร์ต เครื่องแรง ติดปีก วิ่งทางด่วนยาวๆ
ถ้าดูเป็นตาราง จะได้ประมาณนี้
ประเภท | ความเร็ว (โดยประมาณ) | ราคา | เหมาะกับใคร |
SATA SSD | ~500 MB/s | ถูกสุดในกลุ่ม SSD | คนอัปเกรดเครื่องเก่า เน้นคุ้มค่า |
M.2 SATA | ~500 MB/s | ใกล้เคียง SATA | คนที่มีสล็อต M.2 แต่รองรับแค่ SATA |
NVMe PCIe 3.0 | 2,000–3,500 MB/s | สูงขึ้นมาหน่อย | เกมเมอร์/สายทำงานที่อยากได้ความลื่น |
NVMe PCIe 4.0 | 5,000–7,000 MB/s | สูงกว่า 3.0 | ตัดต่อวิดีโอ/งานมืออาชีพ |
(PCIe 5.0) | 10,000+ MB/s | ราคาสูง | สายโปรเฉพาะทาง |
ข้อดี–ข้อเสียของ SSD: คุ้มไหมถ้าจะเปลี่ยนจาก HDD?
ข้อดีของ SSD
-
เร็วมาก (และรู้สึกได้จริงในทุกวัน)
เปิดเครื่องไว
เปิดโปรแกรมไม่ต้องรอ
โหลดเกมรวดเร็ว ลดอาการกระตุกจากโหลดฉาก -
เงียบสนิท
ไม่มีเสียงหมุนของจาน ไม่มีเสียงหัวอ่าน ทำให้บรรยากาศการใช้งานเงียบกว่าเครื่องที่ใช้ HDD
-
ทนต่อแรงกระแทกและการพกพา
เพราะไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวภายใน เวลาเครื่องโดนกระแทกจึงเสี่ยง “พังจนอ่านข้อมูลไม่ได้” น้อยกว่า HDD มาก
-
กินไฟน้อยลง
โน้ตบุ๊กอยู่ได้นานขึ้น โดยเฉพาะถ้าใช้ SSD เป็นหลัก
ข้อเสียของ SSD
-
ราคาต่อความจุยังสูงกว่า HDD
ความจุเท่ากัน SSD แพงกว่า
ถ้าต้องเก็บไฟล์เยอะมาก ๆ เช่น วิดีโอจำนวนมาก อาจต้องใช้ HDD เสริม
-
มีจำนวนครั้งในการเขียนจำกัด
แม้ SSD ยุคนี้จะทนขึ้นมากและค่า TBW สูง แต่ในเชิงเทคนิคแล้วมันมีรอบการเขียนได้จำกัด
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ใช้งานได้หลายปีจนเปลี่ยนเครื่องก่อน SSD เสียด้วยซ้ำ
SSD คุ้มไหม ถ้าเทียบกับ HDD?
-
ถ้าคุณรู้สึกว่า
-
เปิดเครื่องช้า
-
เปิดโปรแกรมแล้วต้องรอนาน
-
เล่นเกมแล้วโหลดฉากนานเกินไป
-
การเปลี่ยนมาใช้ SSD คืออัปเกรดที่ “คุ้มและเห็นผลชัดที่สุด”
ส่วน HDD ยังเหมาะมากสำหรับใช้เป็น ที่เก็บข้อมูลระยะยาว เช่น รูป วิดีโอ หรือไฟล์สำรอง เพราะได้ความจุสูงในราคาประหยัด
SSD แนะนำจาก Zestbuy – รุ่นยอดนิยมที่เลือกให้แล้วว่า “คุ้ม”
ต่อไปนี้คือ 4 รุ่นที่ Zestbuy หยิบมาเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพว่า SSD แต่ละประเภทเหมาะกับใคร
(ตอนเลือกซื้อจริง คุณสามารถใช้รุ่นเหล่านี้เป็น “จุดอ้างอิง” เวลาเปรียบเทียบสเปกและราคาได้เลย)
1) WD BLACK SN770 – สายเกม สายแรง ห้ามพลาด
ประเภท: M.2 NVMe PCIe 4.0
เหมาะกับ: เกมเมอร์, สายตัดต่อ, คนทำงานกราฟิก
จุดเด่น
-
ความเร็วอ่าน/เขียนสูงมาก รองรับงานหนักสบาย
-
ออกแบบมาสำหรับคนที่ต้องการโหลดเกมไว เข้าโปรแกรมเร็ว
-
เหมาะกับเครื่องที่รองรับ PCIe 4.0 บนสล็อต M.2
เหมาะกับใครที่สุด
-
คนที่อยากขยับจาก SSD ธรรมดาไปสู่ โลกของ NVMe ที่เร็วแบบเห็นอนาคต
-
เกมเมอร์ที่เล่นเกม AAA และอยากลดเวลาโหลดฉากให้เหลือน้อยที่สุด
2) WD SSD GREEN – ตัวจบสายประหยัด เน้นอัปเกรดง่าย
ประเภท: SATA SSD (ส่วนมากเป็นแบบ 2.5")
เหมาะกับ: คนอัปเกรดโน้ตบุ๊ก/พีซีทั่วไป
จุดเด่น
-
เปลี่ยนแทน HDD เดิมได้เลย ถ้าเครื่องรองรับ SATA 2.5"
-
ความเร็วดีต่อใจ เปิดเครื่องไวขึ้นแบบชัดเจน
-
ราคาดี เข้าถึงง่าย เหมาะเป็น SSD ตัวแรกของหลาย ๆ คน
เหมาะกับใครที่สุด
-
นักเรียน–นักศึกษา หรือคนทำงานที่อยากให้เครื่องเร็วขึ้น ในงบไม่แรง
-
เครื่องเก่าที่ยังไม่ได้ใช้ SSD แค่เปลี่ยนไปใช้ WD GREEN เครื่องเหมือนได้ชีวิตใหม่
3) Fikwot FN203 M.2 SATA – สำหรับเครื่องที่มี M.2 แต่ยังไม่รองรับ NVMe
ประเภท: M.2 SATA
เหมาะกับ: โน้ตบุ๊ก/พีซีที่มีช่อง M.2 แต่รองรับแค่ SATA
จุดเด่น
-
ขนาดเล็ก ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้สาย
-
ความเร็วระดับ SATA แต่ได้ความเรียบร้อยในเคสและในตัวเครื่อง
-
ราคาคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่เน้นงานเอกสาร อินเทอร์เน็ต ทำงานออฟฟิศ
เหมาะกับใครที่สุด
-
คนที่เช็กสเปกแล้วพบว่า “เครื่องมี M.2 แต่ดันเป็น M.2 SATA”
-
อยากได้ SSD แบบการ์ด เล็ก เบา ประหยัดพื้นที่ แต่ไม่ได้ต้องการความเร็วแบบ NVMe
4) SANDISK 1TB SSD M.2 PCIe 4.0 – สายทำงาน–สายเกมที่ต้องการทั้งจุและเร็ว
ประเภท: M.2 NVMe PCIe 4.0
เหมาะกับ: เกมเมอร์, ครีเอเตอร์, ยูทูบเบอร์, สายตัดต่อ
จุดเด่น
-
ความจุ 1TB กำลังดีสำหรับคนที่ลงทั้งเกม ทั้งโปรแกรม ทั้งงานตัดต่อ
-
ใช้ PCIe 4.0 ความเร็วสูง โหลดไฟล์ใหญ่ ๆ สบาย
-
แบรนด์ SanDisk เชื่อถือได้ มีประสบการณ์ด้านเก็บข้อมูลมายาวนาน
เหมาะกับใครที่สุด
-
คนที่อยากซื้อ SSD ตัวเดียวแล้ว “จบ” ทั้งเรื่องความจุและความเร็ว
-
คนที่ใช้งานทั้งเล่นเกมและทำงานสายคอนเทนต์ เช่น ตัดต่อวิดีโอ, ทำกราฟิก
วิธีเลือกซื้อ SSD ให้เหมาะกับเครื่องและการใช้งาน
การเลือก SSD ไม่ใช่แค่ดูว่าราคาเท่าไหร่ ความจุเท่าไหร่แล้วจบ
สิ่งที่ควรเช็กมีอยู่ 4 เรื่องหลัก ๆ คือ
-
เครื่องรองรับ SSD แบบไหน (SATA / M.2 / NVMe)
-
ต้องใช้ความจุเท่าไหร่
-
จะเน้น “คุ้มราคา” หรือ “แรงสุด”
-
แบรนด์และประกันน่าเชื่อถือไหม
มาดูทีละข้อแบบภาษาคนใช้จริง
1) ตรวจสอบให้ชัดว่าเครื่องรองรับ SSD แบบไหน
สิ่งที่ควรทำก่อนวิ่งไปหน้าร้านหรือสั่งออนไลน์คือ
-
เช็กรุ่นเมนบอร์ด (ถ้าเป็น PC) หรือรุ่นโน้ตบุ๊ก
-
เปิดคู่มือ/เว็บผู้ผลิต แล้วดูหัวข้อ Storage หรือ SSD Support
แล้วตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า
-
เครื่องมี ช่อง SATA 2.5" ให้เสียบ SSD ไหม
-
เครื่องมี สล็อต M.2 หรือเปล่า ถ้ามี
-
รองรับ M.2 SATA หรือ
-
รองรับ M.2 NVMe (PCIe)
หรือรองรับทั้งคู่
-
2) เลือกความจุ SSD ตามสไตล์การใช้งาน
โดยทั่วไป แนะนำให้เริ่มที่ 500GB ขึ้นไป
เพราะระบบปฏิบัติการ + โปรแกรมพื้นฐาน ก็กินพื้นที่ไปเยอะแล้ว
ลองดูไกด์ง่าย ๆ:
-
ใช้งานทั่วไป ทำงานเอกสาร เล่นเน็ต ดูหนัง → 500GB
-
เล่นเกมหลายเกม / ลงโปรแกรมกราฟิก–ตัดต่อ → 1TB
-
สายทำงานหนัก ตัดต่อวิดีโอ 4K, ไฟล์งานใหญ่เยอะ → 1TB – 2TB
ถ้าต้องเลือกระหว่าง “SSD 256GB ตัวแรง” กับ “SSD 500GB ตัวมาตรฐาน”
ส่วนใหญ่แล้ว 500GB จะใช้งานจริงสบายใจกว่า เพราะไม่อึดอัดเรื่องพื้นที่เกินไป
3) ดูเรื่องงบประมาณและความคุ้มค่า
ถ้างบจำกัด ให้คิดแบบนี้
-
งบจำกัดมาก / เครื่องเก่า / เน้นอัปเกรดให้เร็วขึ้นอย่างรู้สึกได้ → SATA SSD (เช่น WD GREEN)
-
งบกลาง ๆ / เครื่องรองรับ M.2 NVMe / เน้นเล่นเกม–งานทั่วไป → NVMe PCIe 3.0 หรือ 4.0 ความจุ 500GB–1TB
-
งบเหลือ / งานมืออาชีพ / อยากได้ทั้งเร็วทั้งจุ → NVMe PCIe 4.0 ขึ้นไป ความจุ 1TB–2TB
4) แบรนด์และความน่าเชื่อถือ
เวลาซื้อ SSD ไม่ใช่ดูแค่ “ถูกสุด” แต่ควรดู
-
แบรนด์ที่มีชื่อในตลาด เช่น WD, SanDisk, Samsung, Kingston, Crucial, Fikwot ฯลฯ
-
ระยะประกัน (นิยม 3–5 ปี)
-
ซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้ เช่น ร้านออนไลน์ที่มีรีวิวดี หรือร้าน IT ใหญ่ ๆ อย่าง Zestbuy
ตารางเปรียบเทียบการเลือก SSD แบบเข้าใจง่าย
สถานการณ์ของคุณ | แนะนำประเภท SSD | ตัวอย่างรุ่น (จาก Zestbuy) |
โน้ตบุ๊ก/PC เก่า ใช้ HDD อยู่ อยากให้เครื่องไวขึ้นในงบประหยัด | SATA SSD | WD SSD GREEN |
โน้ตบุ๊กมีสล็อต M.2 แต่รองรับ SATA เท่านั้น | M.2 SATA | Fikwot FN203 M.2 SATA |
เล่นเกมจริงจัง / ใช้โปรแกรมหนัก ๆ / เครื่องรองรับ NVMe | M.2 NVMe PCIe 4.0 | WD BLACK SN770, SANDISK 1TB SSD M.2 PCIe 4.0 |
ทำงานตัดต่อวิดีโอ 4K / เรนเดอร์ / สายครีเอเตอร์ | M.2 NVMe PCIe 4.0 ขึ้นไป | WD BLACK SN770, SANDISK 1TB SSD M.2 PCIe 4.0 + HDD เสริมเก็บไฟล์ |
การดูแลและยืดอายุ SSD ให้ใช้ได้นาน คุ้มค่าทุกบาท
แม้ SSD จะทนกว่า HDD แต่การใช้งานอย่างถูกวิธีก็ช่วยให้มันอยู่กับเราได้นานขึ้นอย่างชัดเจน
1) อย่าให้ SSD เต็มจนเกินไป
ควรเว้นพื้นที่ว่างไว้ราว 10–20% ของความจุทั้งหมด
-
เพื่อให้ระบบจัดการไฟล์และกระจายการเขียนได้ดี
-
ทำให้ความเร็วไม่ตกง่ายเมื่อใช้ไปนาน ๆ
2) หลีกเลี่ยงการ “เขียน–ลบ” ซ้ำ ๆ จำนวนมากโดยไม่จำเป็น
แม้ SSD ยุคใหม่จะทนมากแล้ว แต่ถ้าคุณทำงานประเภท
-
โหลดไฟล์ใหญ่ ๆ แล้วลบทิ้งทั้งวัน
-
ใช้ SSD เป็นที่โหลด/เก็บไฟล์ชั่วคราวมหาศาล
อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้
ถ้าเป็นไปได้ แยกบทบาท เช่น
-
SSD = สำหรับระบบปฏิบัติการ + โปรแกรม + เกม
-
HDD (เสริม) = สำหรับเก็บสำรองไฟล์งานใหญ่ ๆ ที่ไม่ต้องเปิดบ่อย
3) อัปเดตเฟิร์มแวร์ และเช็กสุขภาพ SSD เป็นระยะ
แต่ละแบรนด์มีโปรแกรมของตัวเอง เช่น
-
WD Dashboard
-
SanDisk Dashboard
-
Samsung Magician ฯลฯ
คุณสามารถใช้โปรแกรมพวกนี้
-
เช็กอุณหภูมิ
-
เช็กสุขภาพ SSD (เช่น % อายุการใช้งานที่เหลือ)
-
อัปเดตเฟิร์มแวร์ให้ทำงานเสถียร
4) เปิดใช้ฟังก์ชัน TRIM (ส่วนใหญ่เปิดอัตโนมัติอยู่แล้ว)
ใน Windows 10 / 11 ส่วนใหญ่จะเปิด TRIM ให้อัตโนมัติ
TRIM ช่วยให้ระบบรู้ว่า “บล็อกไหนไม่ใช้แล้ว” และเตรียมไว้ให้ SSD เขียนข้อมูลใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลคือ
-
SSD ช้าลงช้ากว่า
-
อายุการใช้งานยืนขึ้น
สรุป SSD คือทางลัดให้คอมเร็วขึ้นแบบคุ้มค่าที่สุด
-
SSD คืออัปเกรดที่เห็นผลชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับการเพิ่ม RAM หรือเปลี่ยนซีพียูในงบใกล้เคียงกัน
-
มีหลายประเภท เช่น SATA, M.2, NVMe ซึ่งต่างกันทั้งความเร็วและการรองรับของเมนบอร์ด
-
สิ่งที่ควรเช็ก
-
เช็กก่อนว่าเครื่องรองรับแบบไหน
-
เลือกความจุให้เหมาะ (อย่างน้อย 500GB ขึ้นไป)
-
ดูความคุ้มค่าตามการใช้งานจริง
-
-
รุ่นยอดนิยมจาก Zestbuy ที่ควรจับตา เช่น
-
WD BLACK SN770 – สายแรง สายเกม
-
WD SSD GREEN – อัปเกรดเครื่องเก่าในงบสบาย ๆ
-
Fikwot FN203 M.2 SATA – สำหรับเครื่องที่รองรับแค่ M.2 SATA
-
SANDISK 1TB SSD M.2 PCIe 4.0 – ทั้งจุและเร็ว ในตัวเดียว
-
ถ้าเข้าใจ “ประเภท SSD” และรู้ว่าเครื่องเรารองรับแบบไหน การเลือก SSD ที่คุ้มที่สุดสำหรับตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบรรณาธิการ



บทความเด่น
คำถามที่พบบ่อย
QSSD คืออะไร ต่างจาก HDD ยังไง?
SSD คืออุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ใช้ชิปแฟลชเมมโมรี ไม่มีจานหมุน ทำให้ทำงานเงียบ ทนต่อแรงกระแทก และเร็วกว่า HDD หลายเท่า ทั้งการเปิดเครื่องและเปิดโปรแกรม
Qเลือก SSD แบบไหนดีระหว่าง SATA, M.2 และ NVMe?
ถ้าอัปเกรดเครื่องเก่าทั่วไป SATA SSD เพียงพอและคุ้มราคา ถ้าเครื่องมีสล็อต M.2 และรองรับ NVMe แนะนำ M.2 NVMe เพราะเร็วกว่า เหมาะกับเล่นเกมและทำงานหนัก
Qใช้ SSD ความจุเท่าไหร่ดี?
ใช้งานทั่วไป แนะนำอย่างน้อย 500GB ถ้าเล่นเกมหรือลงโปรแกรมเยอะ แนะนำ 1TB ขึ้นไป จะสบายกว่าในระยะยาว



