Heart of Care ไม่ใช่แค่งานแฟร์ แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสุขภาพครอบครัว
Heart of Care Health Fair คือกิจกรรมสุขภาพเชิงรุกที่นำการตรวจสุขภาพพื้นฐานและความรู้เรื่องโรคร้ายออกจากโรงพยาบาลไปสู่พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้คนทุกวัยเข้าถึงการตรวจหัวใจฟรี การคัดกรองเบื้องต้น และการเรียนรู้เรื่องมะเร็งในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เน้นการชวนทั้งครอบครัวมาปรับไลฟ์สไตล์และสร้างวินัยสุขภาพร่วมกัน มากกว่ารอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา หัวใจของงาน Heart Of Care Health Fair 2026 คือการประกาศว่า “สุขภาพดีเริ่มที่บ้าน” แต่ต้องมีระบบสนับสนุนที่ดีพอ งานนี้ถูกจัดขึ้นโดยโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก และโรงพยาบาลปิยะเวท ภายใต้แนวคิด Cancel Cancer Together, We Connect Your Care Journey เชื่อมโยงทุกการรักษา เพื่อทุกก้าวของการดูแล และเลือกจัดที่ลานลิฟต์แก้ว ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ระหว่างวันที่ 4-8 กันยายน 2569 เวลา 11.00–20.00 น. เพื่อให้คนทั่วไปเดินเข้าออกได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ตรวจหัวใจฟรีและโซนมะเร็ง: ป้องกันต้องเริ่มจากข้อมูลที่จับต้องได้
จุดแข็งที่สุดของงานนี้คือการเปลี่ยนการตรวจสุขภาพให้กลายเป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายและไม่น่ากลัว การมีจุดตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ดัชนีมวลกาย อัตราการเต้นของหัวใจ และค่าพื้นฐานทางสุขภาพสำคัญ พร้อมการวิเคราะห์ผลและคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้คำว่า ตรวจหัวใจฟรี ไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นประตูให้คนเริ่มรู้จักร่างกายตัวเอง โซนให้ความรู้เรื่องมะเร็งที่ใช้ Cancer Ribbon เป็นสัญลักษณ์สร้างการตระหนักรู้ ก็พลิกภาพการพูดเรื่องโรคร้ายให้มีความหวังมากขึ้น แทนที่จะสื่อเพียงความกลัว มีการอธิบายมะเร็ง 6 ประเภทที่พบมาก เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้ พร้อมเวทีเสวนาโดยแพทย์เฉพาะทางมาแนะแนววิธีปฏิบัติให้มีสุขภาพที่ดี นี่คือการศึกษาสุขภาพครอบครัวในภาคปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ทฤษฎีบนสไลด์
เมื่อคนดังและครอบครัวเดินนำหน้า แคมเปญสุขภาพครอบครัวจึงไม่ดูไกลตัว
สิ่งที่ทำให้ Heart of Care แตกต่างจากงานโรงพยาบาลตรวจสุขภาพทั่วไป คือการดึงศิลปินและครอบครัวมาพูดเรื่องสุขภาพในแบบที่คนทั่วไปเชื่อมโยงได้ แพท รัณนภันต์ จากวง KLEAR ควงครอบครัวมาแชร์ไลฟ์สไตล์เฮลท์ตี้ของทุกเจเนอเรชัน ชวนคนทุกวัยใส่ใจสุขภาพ และเล่าเคล็ดลับการบาลานซ์ชีวิตการทำงานฉบับคุณแม่ยุคใหม่ พร้อมเทคนิคการดูแลสุขภาพสำหรับทุกคนในบ้านแบบทำได้จริง คำพูดของแพทสะท้อนทิศทางที่ควรเป็นของแคมเปญสุขภาพครอบครัว เธอบอกว่าไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน สุขภาพก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องโรคมะเร็งที่สามารถเริ่มต้นใส่ใจและป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมชวนให้ทุกคนตรวจสุขภาพตามความเหมาะสมและเรียนรู้เรื่องสุขภาพเพื่อจะได้ใช้ชีวิตกับคนที่รักไปนานๆ เมื่อคำแนะนำออกมาจากปากคนดังที่มีชีวิตทำงานและบทบาทแม่เหมือนคนทั่วไป แคมเปญสุขภาพจึงหลุดออกจากภาพ “คำสั่งจากหมอ” ไปสู่ “คำชวนจากเพื่อนร่วมชีวิต”
พันธมิตรโรงพยาบาลและเทคโนโลยีมะเร็งขั้นสูง เบื้องหลังแคมเปญสุขภาพที่เชื่อมต่อได้จริง
ด้านหลังบูธกิจกรรมและเวทีทอล์กคือโครงสร้างการแพทย์ที่จริงจัง โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนลและเครือบางปะกอกร่วมกับโรงพยาบาลปิยะเวท ออกแบบงาน Heart Of Care Health Fair 2026 ให้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการรักษาที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่แคมเปญชั่วคราว ตามคำอธิบายของทีมบริหาร โรคมะเร็งยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง รองลงมาคือโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง และการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือกุญแจสำคัญ สิ่งที่น่าสนใจคือการเชื่อมโยงงานแฟร์กับศูนย์มะเร็งและรังสีรักษาของโรงพยาบาลปิยะเวท ซึ่งใช้เครื่องฉายรังสี TrueBeam และ VitalBeam เทคโนโลยีขั้นสูงจาก Varian Medical Systems เพื่อฉายรังสีไปยังตำแหน่งก้อนมะเร็งอย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง และลดปริมาณรังสีที่ไม่จำเป็นต่อเนื้อเยื่อปกติ นี่คือการผสาน "นวัตกรรม" เข้ากับ "การเข้าถึง" ให้คนที่เริ่มจากการตรวจสุขภาพในงาน สามารถเดินต่อไปสู่การรักษามาตรฐานสากลได้ หากพบความผิดปกติ
จากงานครั้งเดียวสู่วัฒนธรรมใหม่: ตรวจหัวใจฟรีต้องคู่กับการเรียนรู้ตลอดชีวิต
เมื่อมองภาพรวม Heart of Care สะท้อนบทเรียนสำคัญคือ แคมเปญสุขภาพที่ทรงพลังต้องเริ่มจากการทำให้คน "มองเห็น" และ "รู้สึก" ว่าสุขภาพเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากแค่ไหน การย้ายการตรวจหัวใจฟรีและการตรวจสุขภาพเบื้องต้นออกมาที่ศูนย์การค้า การเชิญครอบครัวคนดังมาพูดเรื่องวินัยสุขภาพ และการผูกกิจกรรมเข้ากับเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งขั้นสูง ล้วนช่วยให้คำว่าป้องกันโรคไม่ใช่แนวคิดลอยๆ แต่เป็นเส้นทางที่เดินตามได้ทีละขั้น อย่างไรก็ตาม งานแฟร์จะมีความหมายก็ต่อเมื่อต่อยอดไปสู่พฤติกรรมในชีวิตจริง ครอบครัวที่ไปงานต้องกลับบ้านพร้อมนิสัยใหม่ เช่น การเช็กสุขภาพสม่ำเสมอ การพูดคุยเรื่องความเสี่ยงมะเร็งและหัวใจอย่างเปิดเผย และการมองโรงพยาบาลตรวจสุขภาพไม่ใช่ที่สำหรับคนป่วย แต่เป็นพันธมิตรของครอบครัว แคมเปญสุขภาพครอบครัวจึงไม่ควรจบที่การจัดงานปีละครั้ง แต่ควรถูกทำซ้ำในระดับชุมชน โรงเรียน และที่ทำงาน เพื่อสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ถือว่าสุขภาพดีคือเป้าหมายร่วมกันของทุกเจเนอเรชัน






