ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

สามเกม VR ใหม่ปลายปีที่น่าจับตา จากคอมเมดี้ซandboxถึงชูตเตอร์เนื้อเรื่องเข้ม

สามเกม VR ใหม่ปลายปีที่น่าจับตา จากคอมเมดี้ซandboxถึงชูตเตอร์เนื้อเรื่องเข้ม
ความสนใจ|VR

VR ปลายปีนี้กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับอนาคตการเล่นเกม

เกม VR ใหม่ปลายปีนี้คือชุดผลงานที่สะท้อนการเติบโตของวงการเกมเสมือนจริงผ่านความหลากหลายแนวทางออกแบบ ตั้งแต่ VR sandbox game เน้นฟิสิกส์และความฮา ไปจนถึงชูตเตอร์เนื้อเรื่องที่ย้อนยุคสู่ดีไซน์ปลายยุค 90 และต้นยุค 2000 พร้อมทั้งเกมแข่งรถผสมโลกจริงที่รอเปิดตัวในอนาคต เกมเหล่านี้ช่วยขยายขอบเขตจินตนาการของผู้เล่นและนักพัฒนาว่า VR ไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่กับเกมยิงหรือเกมแอ็กชันรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่สามารถเป็นพื้นที่ทดลองไอเดียแปลกใหม่ทั้งด้านการเล่าเรื่อง การออกแบบระบบการต่อสู้ และการผสานสภาพแวดล้อมรอบตัวเข้ากับการเล่นเกมในระดับที่เครื่องคอนโซลแบบจอแบนทำได้ยาก

เมื่อมองภาพรวมสิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงว่ามี Quest 3 เกม หรือ PlayStation VR2 เกม ใดออกใหม่บ้าง แต่คือมุมมองที่ต่างกันเกี่ยวกับคำถามว่า VR จะทำให้ประสบการณ์เกมแตกต่างจากเดิมอย่างไร ทั้งด้านฟิสิกส์แบบหลุดโลก ความเข้มข้นของเนื้อเรื่อง หรือการเอาโลกจริงมารวมกับโลกเสมือน เกมทั้งสามที่กำลังพูดถึงในบทความนี้จึงเป็นเหมือนสามคำตอบคนละแบบต่อคำถามเดียวกัน และเป็นสัญญาณว่าผู้เล่นยุคใหม่จะมีตัวเลือกให้ทดลองมากขึ้น แทนที่จะถูกบังคับให้เล่นเพียงแนวเอาตัวรอดหรือยิงศัตรูแบบไร้มิติ

Bad Inmate คุกวุ่นวายที่เปลี่ยนฟิสิกส์ให้กลายเป็นมุกตลก

Bad Inmate คือ VR sandbox game แนวคอมเมดี้หลบหนีออกจากคุกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบฟิสิกส์เต็มรูปแบบ และเตรียมลง Meta Quest และ PlayStation VR2 วันที่ 15 ตุลาคมนี้ จุดแข็งของเกมนี้ไม่ใช่เนื้อเรื่องซับซ้อน แต่คือการให้ผู้เล่นรับบทนักโทษที่ถูกขังแบบไม่มีทางออก แล้วปล่อยให้ความคิดสร้างสรรค์จัดการปัญหาเอง คุณต้องใช้ทั้งวัตถุธรรมดาและวัตถุประหลาดเป็นอุปกรณ์หลบหนี ขโมยกุญแจ หลอกล่อผู้คุม คลานตามช่องต่างๆ เพื่อหนีลอดนิ้วมือของกฎหมายออกไปให้ได้ การเน้นฟิสิกส์แบบร่างกายเหวี่ยงกระเด็นทำให้ทุกการต่อสู้และทุกแผนหลบหนีกลายเป็นฉากคอมเมดี้ที่ผู้เล่นเล่าเรื่องเองผ่านการลองผิดลองถูกมากกว่าการเดินตามสคริปต์

สิ่งที่ทำให้ Bad Inmate น่าจับตาสำหรับคนที่ชอบเกม VR sandbox game คือความยืดหยุ่นของทางเลือก คุณสามารถจับของมาผสมเป็นเครื่องมือใหม่ หาเส้นทางหลบหนีด้วยช้อน ขโมยกุญแจ หรือไปจับมือกับนักโทษที่แข็งแกร่งที่สุดในบล็อกเพื่อแลกกับโอกาสหลุดออกมา นอกเหนือจากการวางแผนหลบหนี ตัวเกมยังมีพื้นที่อย่างลานออกกำลังกายให้เล่นบาส ดึงข้อ หรือยกน้ำหนักด้วยอินเตอร์แอ็กชัน VR ที่ตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้รู้สึกเหมือนอยู่ในคุกมากกว่าฉากหลังธรรมดา น่าเชื่อว่าทีม HyperVR Games ที่มีผลงานซิมูเลเตอร์ยอดนิยมอย่าง Titans Clinic และ Shave & Stuff จะใช้ประสบการณ์การทำซandboxจำลองอาชีพมาผสานกับสถานการณ์คุกวุ่นได้อย่างลงตัว

สามเกม VR ใหม่ปลายปีที่น่าจับตา จากคอมเมดี้ซandboxถึงชูตเตอร์เนื้อเรื่องเข้ม

Discovery: Rogue Planet ชูตเตอร์เนื้อเรื่องที่โอบกอดดีไซน์ยุคเก่า

ในฝั่ง Quest 3 เกม อย่าง Discovery: Rogue Planet เลือกเดินอีกแนวทางด้วยการเป็นชูตเตอร์เนื้อเรื่องไซไฟที่ชัดเจนว่าตั้งใจย้อนกลับไปหาโครงสร้างเกมยิงปลายยุค 90 และต้นยุค 2000 ผู้เล่นรับบทนักล่าค่าหัวบนดาว Rogax ทำภารกิจตามแคมเปญเชิงเส้นที่ต้องออกไปสำรวจแม็ป หาไอเทม ซ่อมอุปกรณ์ และจัดการศัตรูจำนวนมาก ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ของศัตรูออกมาในรูปแบบคาดเดาง่าย เน้นบุกตรงหน้ามากกว่ายุทธวิธีซับซ้อน จุดเด่นที่ทำให้เกมยังมีเสน่ห์คือความหลากหลายของอาวุธกว่า 20 ชนิดตั้งแต่มีด ปืนพก ไปจนถึงลูกซองและไรเฟิล พร้อมระบบแต่งปืนด้วยอุปกรณ์เสริมและสีสเปรย์ที่ทำให้การยิงในโลก VR ดูเป็นพื้นที่ให้ปรับสไตล์การเล่นและบุคลิกตัวละครได้มากกว่าการวิ่งยิงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม เกมนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการเลือกแลกความแปลกใหม่ด้านการเล่าเรื่องกับความคุ้นเคย ผู้พัฒนานำ generative AI มาใช้กับคัตซีนแบบภาพคอมิกสองมิติและเสียงพากย์ ซึ่งถูกวิจารณ์ว่ามีจังหวะพูดแข็ง และภาพที่ชวนให้รู้สึกว่าถูกสร้างจากพรอมพ์มากกว่าการวาดอย่างตั้งใจ ความน่าเบื่อของการถูกดึงออกจากโลกเกมไปยืนดูภาพนิ่งบนพื้นหลังสีดำหลายนาทีส่งผลให้เนื้อเรื่องซึ่งตัวโครงเองถือว่าใช้ได้ กลับดูอ่อนแรงลง โควตสำคัญที่สะท้อนจุดนี้คือ "เนื้อเรื่องที่ถูกเล่าถูกวิธีจะสำคัญไม่แพ้เนื้อเรื่องที่ถูกเขียน" ซึ่ง Rogue Planet ทำให้เห็นว่าการใช้เครื่องมือใหม่อย่าง AI โดยไม่คิดถึงบริบท VR สามารถลดทอนพลังการเล่าเรื่องได้ แม้ระบบอาวุธและพื้นที่หลากหลายจะช่วยให้แคมเปญสี่ถึงห้าชั่วโมงไม่รู้สึกยืดเยื้อก็ตาม

ภาพรวมแนวเกม VR ที่กว้างขึ้นและความคาดหวังต่ออนาคต

เมื่อวาง Bad Inmate และ Discovery: Rogue Planet ไว้ข้างกันจะเห็นภาพที่ชัดว่าเกม VR ใหม่ กำลังทดลองหลายแนวทางพร้อมกัน Bad Inmate แสดงให้เห็นศักยภาพของ VR sandbox game ในการเอาฟิสิกส์และอินเตอร์แอ็กชันมาเป็นแกนกลางให้ผู้เล่นสร้างเรื่องขำขันของตัวเองบนทั้ง Quest และ PlayStation VR2 ในขณะที่ Rogue Planet บน Quest 3 เลือกใช้สูตรชูตเตอร์เนื้อเรื่องแบบยุคเก่ามาสร้างแคมเปญที่สั้นกระชับแต่เต็มไปด้วยอาวุธและพื้นที่แปลกตา แม้จะถูกตั้งคำถามหนักด้านคุณภาพการเล่าเรื่องด้วย AI สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าผู้พัฒนาไม่ได้มอง VR เป็นแค่สนามทดลองระบบยิงปืน แต่กล้าที่จะลองทั้งคอมเมดี้ การจำลองชีวิตในคุก การเดินทางไซไฟ และการออกแบบอินเตอร์เฟสการขับยานหรือรถให้สอดคล้องกับการจับคอนโทรลเลอร์สองมือ

สำหรับผู้เล่น การเปลี่ยนผ่านนี้หมายความว่าเวลาคนถามว่า "ซื้อแว่นมาแล้วมีเกมอะไรเล่น" คำตอบจะไม่จำกัดอยู่กับชื่อใหญ่ไม่กี่เกมอีกต่อไป แต่จะมีตัวเลือกอย่าง Quest 3 เกม ยิงย้อนยุคและ PlayStation VR2 เกม แนวคอมเมดี้หลบคุกให้เลือกตามบุคลิกการเล่นของแต่ละคน ท้ายที่สุด ทิศทางที่น่าจับตาไม่ใช่เพียงว่ามีเกมไหนภาพสวยหรือระบบยิงลื่นไหลที่สุด แต่คือการที่ VR จะถูกใช้เพื่อเล่าเรื่องให้เรารู้สึกเข้าไปอยู่ในสถานการณ์มากแค่ไหน และจะเปิดพื้นที่ให้เกมเล็ก เกมเดี่ยว หรือคอนเซ็ปต์เฉพาะทางได้มีที่ยืนบนแพลตฟอร์มกระแสหลัก เท่ากับว่าผู้เล่นสวมแว่นเข้าไปแล้วมีโอกาสค้นพบแนวที่ไม่เคยลองมาก่อน มากกว่าการเดินตามรอยสูตรสำเร็จเดิมของเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

Related Products

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!